บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

ถึงอย่างนั้นเขาควรรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางก็สมควรแล้ว หากไม่ใช่เขาล่วงรู้และสงสัยเรื่องหนึ่งเข้า เดิมทีตระกูลเฉิงทำการค้าขาดทุนอย่างหนัก ตระกูลตงให้ตระกูลเฉิงกู้เงินมาเป็นจำนวนมาก ใช้จวนเป็นสิ่งค้ำประกันเงินที่กู้มา ร้านเครื่องกระเบื้องตระกูลเฉิงถูกประคับประคองได้ชั่วคราว แต่หลังจากนั้นเขาพบว่า...มีบางเรื่องน่าสงสัย

อยู่ๆ เฉิงเทียนอวี้ก็นำตั๋วแลกเงินมาแลกเงินตำลึงทองกับร้านฟู่กุ้ยของตระกูลเว่ย อีกทั้งตั๋วแลกเงินเหล่านั้นยังเป็นของ...กู้ฮูหยินผู้ล่วงลับ!!!

เขาลองไล่ดูบันทึกตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ทุกๆ วันที่สิบสี่ถึงยี่สิบของเดือน เฉิงเทียนอวี้จะนำตั๋วแลกเงินมาที่ร้านฟู่กุ้ยเป็นประจำสองถึงสามครั้ง ครั้งหนึ่งก็เป็นเงินห้าพันถึงแปดพันตำลึง รวมๆ แล้วก็เป็นเงินมากกว่าสองหมื่นตำลึง!!!

เงินเหล่านั้นเพียงพอที่จะชดใช้หนี้สินที่ตระกูลเฉิงกู้มา อีกทั้งยังเพียงพอให้ร้านเครื่องกระเบื้องสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างสบาย

มองแผ่นหลังในชุดคลุมของคนสนิท เว่ยกวงอวี่ถอนหายใจออกมาเสียงเบา เขาไม่ควรรู้สึกเห็นใจนาง เมื่อเทียบกับการกระทำของนางแล้ว การที่นางถูกคนที่รักและไว้ใจหลอก นั่นก็สมควรแล้วจริงๆ ทว่า...ลึกๆ เขาก็ยังรังเกียจการกระทำของเฉิงเทียนอวี้มากกว่า

มองไปรอบๆ ชาวบ้านกำลังซุบซิบและชี้ชวนกันมองมา เว่ยกวงอวี่กวาดสายตาเรียบเฉยไปรอบๆ ทุกคนล้วนหลบตาเขาด้วยท่าทีหวาดหวั่น เขาหมุนตัวเดินไปยังจวนฝั่งตรงกันข้ามกับจวนตระกูลกู้ ด้านหลังมีเส้าชิงตามมาติดๆ

“คุณชาย”

“หืม”

“ท่านว่าแปลกหรือไม่ขอรับ”

“แปลกสิ” เขาซ่อนเสื้อคลุมที่มีข้าวของของหญิงสาวเอาไว้ในเสื้อคลุมของตน “แปลกมาก แล้ว...ที่ว่าแปลกเจ้าว่าเรื่องใดแปลกกว่า ระหว่างเรื่องที่นางรอดชีวิตมาได้ กับเรื่องที่นางกล้าขึ้นรถม้ามากับข้า หรือว่าเป็นเรื่องที่นาง...ไม่เหมือนเดิม”

รอดชีวิตจากหุบผาสูงหมื่นจั้ง นางอธิบายแล้วว่าได้ผู้อาวุโสหรั่นช่วย เขาเชื่อเพราะข้าวของเหล่านี้ยืนยันได้

นางกล้าขึ้นรถม้ามากับเขาทั้งที่ปกติแล้วไม่ใคร่จะมีใครกล้าเข้าใกล้เขาด้วยซ้ำ และคิดว่านางก็คงไม่ใช่ผู้ที่ถูกยกเว้น นางไม่เหมือนเดิม...เรื่องนี้เขามั่นใจแม้ไม่ได้สนิทสนม แต่หลายๆ ครั้งเขาเคยเห็นนางผ่านๆ โดยที่นางไม่รู้ เห็นการกระทำอันน่ารังเกียจของนาง กระทั่งได้ยินในหลายๆ เรื่องที่ก็ยืนยันแล้วว่านางทำจริงๆ

“ทั้งหมดขอรับ ยังมี...” เส้าชิงดูเป็นกังวล “นางคล้ายมองออกว่าท่าน...” ได้ยินดังนั้นเว่ยกวงอวี่กลับขมวดคิ้วแน่น ใช่...เรื่องนี้ก็เช่นกัน

เดิมทีกู้หรั่นเยวี่ยเป็นคนเย่อหยิ่งอวดดียิ่งนัก หากเป็นเมื่อก่อนเมื่อรู้ว่าเสื้อคลุมนั้นเป็นของบ่าวไพร่ นางจะชักสีหน้าทำท่าทางรังเกียจ วันนี้กลับพูดจามากมาย และยังเต็มใจใช้เสื้อคลุมของเส้าชิง ไม่ยอมให้เขาถอดเสื้อคลุมออก แถมกำชับกับเขาว่าอย่าถอดเสื้อคลุมเพราะลมแรง ราวกับว่านางรู้ว่าอาการป่วยของเขาเกิดจากความเย็น

“คุณชาย นายท่านรอคุณชายอยู่ที่ห้องโถงขอรับ” เส้าชิงรีบรายงานเมื่อคนเฝ้าประตูเข้ามาแจ้ง

“อืม ข้ารู้แล้ว”

“คุณชาย แล้วเรื่องของคุณหนูเก้า...”

เว่ยกวงอวี่ขมวดคิ้วครุ่นคิด “ปรึกษาท่านพ่อน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด เรื่องของสำนักหอนทีให้ท่านพ่อตัดสินใจจะดีกว่า”

ในห้องโถงเว่ยซ่งนั่งรอบุตรชายอยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เหตุใดข้าได้ยินมาว่าเจ้ากับคุณหนูเก้าตระกูลกู้กลับมาพร้อมกัน”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel