บทที่ 2.3
ชายหนุ่มเหลือบไปมองพ่อบ้าน อีกฝ่ายหลบสายตาของเขาทันที “ลูกมีเรื่องอยากสนทนากับท่านพ่อ...ตามลำพังขอรับ”
เว่ยซ่งโบกมือไล่พ่อบ้าน ทุกคนก้าวถอยหลังออกไปไม่เว้นแม้แต่เส้าชิง เว่ยกวงอวี่เดินไปตรงหน้าบิดา แหวกเสื้อคลุมออกจากนั้นวางเสื้อคลุมเก่าๆ ที่ห่อข้าวของบางอย่างเอาไว้รวมกัน เขาเลือกหยิบป้ายหยกออกมา
เว่ยซ่งเห็นป้ายหยกนั้นก็ทำถ้วยชาหลุดมือ เสียงถ้วยชาตกแตกดังลอดออกไปด้านนอก พ่อบ้านปราดเข้ามาแต่เส้าชิงขวางเขาเอาไว้
“นายท่านสั่งเอาไว้ชัดเจนว่าห้ามไม่ให้ใครเข้าไปหากไม่ได้เรียก ท่านพ่อบ้านคิดจะทำอะไร”
“แต่...” เห็นสีหน้าของเส้าชิงพ่อบ้านรีบหุบปากและถอยออกไปยืนจุดเดิม ไม่กล้าแอบฟังแม้แต่น้อย
เว่ยซ่งมือสั่นเล็กน้อยตอนคว้าหยกไปถือไว้ หยกที่ครั้งหนึ่งในอดีตเขาใช้ติดต่อกับผู้เป็นอาจารย์... “สิบห้าปีมาแล้ว...”
“คุณหนูเก้าตระกูลกู้ กู้หรั่นเยวี่ยเป็นคนฝากเอาไว้ที่ข้าขอรับ นางยังมีตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงและจดหมายของอดีตเจ้าสำนักหอนที”
เว่ยซ่งมองข้าวของที่เหลือจากนั้นก็อ้าปากค้าง “นั่นมันตราของพรรคมาร!”
“ขอรับท่านพ่อ นางกล่าวว่าที่รอดตายมาได้เพราะได้ท่านผู้คุมกฎหรั่นช่วยชีวิตเอาไว้”
“นางยังไม่ตาย?!”
“มิได้ขอรับ ตอนนางจากมาผู้คุมกฎก็สิ้นใจแล้ว คุณหนูเก้ากล่าวว่านางฝังผู้คุมกฎด้วยตัวเอง พร้อมกันนั้นยังมีจอมมารที่ร่วงลงจากหุบผาคุนหลุนซาน กระบี่หงส์เหินและดาบพสุธา นางใช้เป็นป้ายหน้าหลุมศพของผู้อาวุโสทั้งสองท่าน”
“ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้ศิษย์พี่นอนอยู่ยังที่ที่โดดเดี่ยวเดียวดายเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าต้องไปพานางกลับขึ้นมา ฝังนางเอาไว้บนคุนหลุนซาน... ให้นางได้อยู่กับคนของหอนที”
“นางสั่งเสียเอาไว้ว่าให้ฝังนางเอาไว้ที่นั่น ทั้งยังให้คุณหนูเก้าสาบานว่าจะไม่บอกใครว่าหลุมศพของนางกับจอมมารอยู่ที่ไหนขอรับ”
เว่ยซ่งชะงัก “เพราะอย่างนี้... เพราะอย่างนี้คุณหนูเก้าจึงมีป้ายหยกของอาจารย์กับตั๋วแลกเงิน?”
“ลูกคิดเช่นนั้นขอรับ ผู้คุมกฎน่าจะมอบให้นางเป็นการตอบแทน ลูกเชื่อที่นางพูดหาไม่กู้หรั่นเยวี่ยคงไม่รอดกลับมา ที่สำคัญนางยังรู้ด้วยว่าเจ้าสำนักหอนทีซ่อนจดหมายกับป้ายหยกและตั๋วเงินเหล่านี้ที่ใด”
“ใช่...แม้แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ซ่อนของพวกนี้เอาไว้ที่ใด ข้ารอ...รอมาสิบห้าปี หวังว่าสักวันนางจะนำป้ายหยกและตั๋วเงินนี้มาแสดงตน นึกไม่ถึง...”
เขาอายุมากกว่านางสามปี แต่เขาเข้าสำนักทีหลัง ดังนั้นนางเป็นศิษย์พี่เขาเป็นศิษย์น้อง นางเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก เขาเป็นเพียงศิษย์ปลายแถว แต่นางดีต่อเขามากทั้งยังเคยสอนวรยุทธ์ให้...
“ศิษย์พี่...หรั่นอิง” เว่ยซ่งหลับตาบีบป้ายหยกแน่น...
เดิมทีกิจการร้านแลกเงินฟู่กุ้ยเป็นดังหอข่าวลับๆ ของสำนักสำนักหอนที เขาได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้ลงเขามาหลังการหายตัวไปของหรั่นอิง คอยดูแลร้านแลกเงินโดยรอฟังคำสั่งจากอาจารย์
ทว่า...นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ เช้าวันหนึ่งสำนักหอนทีก็ไม่มีแล้ว ไม่เพียงถูกฝ่ายมารโจมตี ทว่าแม้แต่ชาวยุทธ์ไม่เลือกฝ่ายมารหรือฝ่ายธรรมะยังโดนราชสำนักกวาดล้าง!!
บิดาของชายหนุ่มเก็บป้ายหยกเอาไว้ ข้าวของที่เหลือเขารับหน้าที่ดูแลรักษา เว่ยกวงอวี่เดินออกมาจากห้องโถง ปรายตามองพ่อบ้านจากนั้นก็เดินไปตามเรือนระเบียงเพื่อกลับเรือนตะวันออก