บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

ตอนกำลังมองไปรอบๆ นางบังเอิญพบเข้ากับชาวบ้านที่มาหาของป่า พวกเขาทำหน้าราวกับเห็นผีเมื่อพบนาง สภาพมอมแมมผมเผ้าหลุดลุ่ย ทว่าเมื่อกู้หรั่นเยวี่ยส่งเม็ดพลอยของจอมมารให้ เขาก็ตาโตส่งของที่นางอยากได้ให้โดยไม่ปฏิเสธ

“ไม่ทราบว่าที่นี่คือ...”

“สำนักหอนที”

“แล้ว...เกิดอะไรขึ้นที่นี่”

“เจ้า...อยากรู้ไปทำไม”

นางไม่พูดอะไรเพียงรอฟังคำตอบ เขาอึกอักด้วยความงุนงง “ก็...สิบห้าปีมาแล้วที่จอมมารบุกขึ้นเขามา ครั้งนั้นเหล่าจอมยุทธ์และพรรคมารล้มหายตายจาก หลังจากนั้นก็ไม่มีแล้วฝ่ายธรรมะฝ่ายมาร ล้วนตายตกตามกันไปจนสิ้น ที่สำคัญฝ่าบาททรงรวบรวมแคว้นซางกับแคว้นฉู่เข้าด้วยกัน ตอนนี้ที่นี่มีเพียงแคว้นต้าเซี่ย พวกชาวยุทธ์ถูกขับไล่ถูกกวาดล้าง ยุทธภพไม่มีอีกแล้ว”

นางอึ้งงันไปนานมาก... กว่าจะได้สติและร้องขอสิ่งแลกเปลี่ยน ชาวบ้านผู้นั้นก็มองนางด้วยสายตาสงสัย

น้ำ เสบียงอาหาร กับเสื้อคลุมกันหนาวคือสิ่งที่นางร้องขอจากคนหาของป่า กู้หรั่นเยวี่ยเดินตรงไปยังทางเดินด้านหลังสำนักหอนที สถานที่รกร้างแต่ความทรงจำหนหลังยังคงชัดเจน นางเดินไปยังลานดอกปี่อั้น ลานฝังศพของเหล่าผู้อาวุโสของสำนักหอนที

ป้ายหลุมศพที่สลักจากหินล้มคว่ำมีเถาวัลย์พันพาด ที่นี่เคยมีหลุมศพเพียงสิบสอง ทว่าตอนนี้เพิ่มมาเป็นสิบสามแล้ว นางเดินตรงไปยังหลุมศพที่มั่นใจว่าใหม่ที่สุด จุดนั้นจำได้ว่ายังไม่มีป้ายหลุมศพตอนนางจากไป

“อาจารย์...” นางคุกเข่าลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ออกแรงยกป้ายหน้าหลุมศพที่ล้มคว่ำ อักษรสลักชื่อ...แซ่ ลำดับที่สิบสามเจ้าสำนักหอนที หลินซาง

“อาจารย์ข้ากลับมาช้าแต่ข้าก็มาแล้ว” นางลูบดินออกไปจากร่องของรอยสลัก วางข้าวของทุกอย่างลงแล้วคว้ากิ่งไม้กิ่งหนึ่งขึ้น ยิ้มให้กับป้ายหน้าหลุมศพจากนั้นเริ่มร่ายรำกระบี่ ราวกับว่าในมือของนางมีกระบี่หงส์เหิน

ท่วงท่าอ่อนช้อย ข้อมือพลิ้วไหว ความรวดเร็วในการจู่โจม กับความแน่วแน่ของกระบวนท่า ถึงอย่างนั้นร่างกายอ่อนแอนี้กลับไม่อำนวยให้นางขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ข้อมือเล็กเกินไป ยิ่งข้อเท้าก็ไม่แข็งแกร่งไม่คล่องแคล่ว ไม่นานนางก็ล้มพับไปต่อหน้าหลุมศพของผู้เป็นอาจารย์

“อาจารย์ ข้าไม่เหมาะที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้าแล้ว ท่านว่าข้า...กลับไปเป็นคุณหนูในห้องหอดีหรือไม่ กลับไปช่วยเจ้าของร่างนี้แก้แค้นบุรุษที่หลอกลวงนาง”

สายลมพัดผ่านจมูกที่แสบร้อน กู้หรั่นเยวี่ยถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้น มองป้ายหลุมศพเงียบๆ เช่นนั้นนานมาก นางลุกขึ้นหมุนตัวเดินไปยังเนินเขาข้างๆ ลานดอกปี่อั้น มองเห็นโพรงหินขนาดใหญ่คล้ายถ้ำ ในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของผุพังระเกะระกะ

หญิงสาว...เดินไปล้วงมือกดหินก้อนหนึ่ง กลไกส่งเสียงครืดคราดจากนั้นก็มีช่องหินถูกเลื่อนออกมา ในนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกทับเอาไว้ด้วย...ป้ายหยก

ในจดหมายยังมีตั๋วแลกเงินปึกหนึ่ง เป็นเงินจำนวน...หนึ่งหมื่นตำลึง!!!

‘ไปเสีย ไปจากที่นี่ หากเจ้ารอดกลับมาก็ออกไปใช้ชีวิตให้ดี มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้หวนกลับมาที่คุนหลุนซานอีก!!!’

อักษรงดงามหนักแน่นแข็งแกร่ง ทว่าพลังกลับหดหายไปมาก เห็นชัดว่าตอนเขียนจดหมายนี้อาจารย์ของนางก็ป่วยหนักและใกล้หมดลมแล้ว...

กู้หรั่นเยวี่ย...สะอื้น นางอยากกลับไปเป็นหรั่นอิงคนเดิมเป็นศิษย์ตัวน้อยที่อาจารย์พาก้าวเข้ามายังคุนหลุนซาน เลี้ยงดูสั่งสอน ฝึกให้นางรู้จักกับวรยุทธ์และโลกกว้าง

ทว่าตอนนี้นางกลับไปเป็นคนเดิมไม่ได้แล้ว อาจารย์ไม่อยู่แล้ว ไม่มีคุนหลุนซาน ไม่มีสำนักหอนที เช่นกันกับที่หรั่นอิงนอนสิ้นใจอย่างสงบยังใต้หุบเหวลึกหมื่นจั้ง

มองป้ายหยกที่ด้านหนึ่งแกะสลักอักษร ‘หลิน’ เดาว่าน่าจะมาจากแซ่ของอาจารย์ ทว่าอีกด้านกลับสลักอักษร ‘เว่ย’

ตั๋วแลกเงินเป็นของร้านแลกเงินฟู่กุ้ยของตระกูลเว่ย “ตระกูลเว่ย...” นางพึมพำพยายามรวบรวมความทรงจำของกู้หรั่นเยวี่ย

ตระกูลเว่ย... ก็คือเพื่อนบ้านจวนตรงกันข้ามกับจวนตระกูลกู้นั่นอย่างไรเล่า!!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel