บทที่ 1.3
พูดจบฝนก็โปรยปรายลงมา นางใช้ใบไม้ที่หาได้พับเป็นถ้วยรองน้ำดื่ม จากนั้นขดตัวหลับไปใต้ชะง่อนผาที่ใช้เป็นเพิงหลบฝน
หลับไปไม่นานที่รู้ก็เพราะหลับๆ ตื่นๆ ตลอด โชคดีคือนางไม่กระหาย ไม่หิวมากนัก โชคร้ายคือฝนตกหินลื่นต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิม ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอ มือของนางคว้าพลาดร่างทั้งร่างครูดลงไปกับชะง่อนหิน พลัดตกลงมายังเบื้องล่างพร้อมกับเสียงหวีดร้อง
“บ้าเอ๊ย!!!” นางก่นด่าตัวเองที่ซวยซ้ำซวยซ้อน แต่...ไม่นานร่างก็ตกลงไปยังบ่อน้ำ จมลงไปกับสายน้ำเย็นเยียบ...
กู้หรั่นเยวี่ยหลับตาซึมซับความเย็นนั้นเงียบๆ พยายามทำให้สติที่แตกตื่นสงบลง เมื่อเรียกความเยือกเย็นกลับมาได้ก็ลืมตาแล้วว่ายน้ำขึ้นมา
นางดื่มน้ำดับกระหาย จากนั้นมองไปรอบๆ บ่อน้ำแห่งนี้กว้างมากทั้งยังสะอาดมาก เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นยังที่ซึ่งห่างไกลจากมือมนุษย์
แสงวับแวมกระทบปลายกระบี่สาดมายังคลองสายตา หญิงสาวว่ายน้ำไปยังขอบบ่อตรงไปยังกระบี่หงส์เหิน มองเห็นโครงกระดูกอีกโครงที่นอนอยู่เหนือกองเศษหิน ไม้แหลมเสียบทะลุกระดูกซี่โครงโผล่ออกมาเกือบหนึ่งฝ่ามือ
คนผู้นี้แม้รอดจากการตกจากที่สูง ก็ต้องตายเพราะตกลงบนกองไม้พอดี เครื่องประดับวางกองอยู่ตามจุดต่างๆ กวานหยก ยังคงนอนนิ่งอยู่เหนือกะโหลกสะอาดสะอ้าน
กู้หรั่นเยวี่ยหัวเราะออกมาเมื่อเห็นกวานครอบคุ้นตานั้น “ดูสภาพเจ้าสิ อนาถกว่าข้าหลายพันเท่านัก!!”
จอมมารผู้ชื่นชอบความหรูหรา บัดนี้แม้แต่กวานครอบหยกล้ำค่าก็เปรอะเปื้อนโคลนราวกับของไร้ค่าไร้ราคา เขาตายแล้วอย่างแน่นอน...
หัวเราะจนพอแล้วนางก็ได้แต่ถอนหายใจ เริ่มแกะห่อโครงกระดูกของตัวเอง ลงมือใช้กระบี่หงส์เหินและดาบพสุธาของจอมมารที่ตกอยู่ไม่ไกลนัก ลงมือ...ขุดหลุมฝังศพขึ้นมาสองหลุม เห็นแก่ที่เขาตายแล้ว ไม่ได้ไปก่อกรรมหลังจากตกลงมาพร้อมกัน นางจึงใจดีฝังเขาเอาไว้ข้างๆ หลุมศพของตัวเอง
...หน้าหลุมศพจอมมารมีดาบพสุธาปักอยู่
...หน้าหลุมศพของหรั่นอิงมีกระบี่หงส์เหินปักเอาไว้
หญิงสาวฝังป้ายหยกของสำนักหอนทีไปกับโครงกระดูกของตน ละทิ้งการเป็นยอดยุทธ์แห่งยุคนับแต่นี้เป็นต้นไป
เครื่องประดับของจอมมารนางห่อด้วยชุดตัวนอก ของมีค่าอาจมีประโยชน์ เพราะตอนนี้นางยังต้องขึ้นไปยังคุนหลุนซาน อย่างน้อยก็ต้องตามหาหลุมฝังศพของผู้เป็นอาจารย์
ผ่านมากว่าสิบปีอาจารย์ชราก็คง...จากไปแล้ว
มีดสั้นในรองเท้าหุ้มแข็งของจอมมาร นางตัดสินใจนำไปเพื่อใช้ป้องกันตัว เม็ดพลอยที่ประดับด้ามมีดสั้น นางแกะออกมาโยนส่งๆ เข้าไปรวมกับข้าวของมีค่า ตอนนี้ยังลังเลที่จะกลับจวนตระกูลกู้ เพราะนางอยากออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า อย่างไรเสียคนตระกูลกู้ก็คงคิดว่านางตายไปแล้ว เมื่อกู้หรั่นเยวี่ยเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ชัดเจนถึงเพียงนั้น...
ในป่ารกทึบ ความมืด ความเงียบ ความกลัวในใจ นี่คือสิ่งที่ผู้คนจะต้องต่อสู้ในเวลาที่ต้องอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวมองไปรอบๆ พยายามก่อไฟเพื่อผึ่งชุดเปียกชุ่มให้แห้ง ชุดเจ้าสาวสีแดงสดที่นางเห็นแล้วยิ่งขัดหูขัดตา รอนแรมในป่ากว่าสิบสองวัน อาหารที่หาได้เพื่อประทังชีวิตหากไม่ใช่มันเทศป่า ก็เป็นผักป่าและผลไม้ป่า
ถามว่าทำไมไม่ล่าสัตว์?? ตอบ...ด้วยสภาพร่างกายนี้ไม่ถูกสัตว์จับกินก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว!!
ร่างกายที่เริ่มเหนื่อยล้าอ่อนแรง ลึกๆ แล้วกู้หรั่นเยวี่ยให้สงสารตัวเองยิ่งนัก หากยังเป็นเช่นนี้นางสมควรลืมเรื่องท่องเที่ยวทั่วหล้าได้เลย ร่างกายนี้ไม่เหมาะที่จะออกไปตรากตรำข้างนอกเลยสักนิด!
ในยามที่นางโลดโผนในยุทธภพ เดินทางเพียงไม่กี่พันลี้ ร่างกายยังคงแข็งแรงไม่อ่อนล้าสักนิด ตอนนี้จากใต้หุบเขาวนอ้อมเพียงไม่ถึงร้อยลี้ นางกลับใช้เวลาถึงสิบแปดวัน!!!
สำนักหอนที...ไม่มีแล้ว ยอดคุนหลุนซานว่างเปล่ารกร้าง ซากปรักหักพังกองพะเนิน ไม่มีร่องรอยผู้อาศัยอยู่ ไม่มีคนเฝ้า ไม่มีหอสูง ไม่มีตำหนักสวรรค์ ไม่มี...อาจารย์
