บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

“ยืมร่างคืนวิญญาณ...เฮ้อ”

เคยได้ยินอาจารย์กล่าวถึงวิชายืมร่างคืนวิญญาณ ทว่านางก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้เคยได้ยินแต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าปากต่อปาก ยุทธภพไม่เคยมีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน อีกทั้งนี่ยังเป็นวิชาต้องห้ามที่ฝ่ายมารเท่านั้นที่รู้วิธีฝึก

นอกจากนั้น... นางยังพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยผู้นี้ เป็นสตรีร้ายกาจไร้เหตุผลที่สุด เป็นสตรีที่ผู้คนสมควรรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เพราะไม่แค่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แต่นางเย่อหยิ่งโอหังชมชอบการกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นอีกด้วย!!!

สายลมหวีดหวิวพัดโหม ก็เหมือนชะตาของนางที่ล่องลอยอยู่บนสายลมไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ เพราะร่างกายของกู้หรั่นเยวี่ยนี้ไม่อาจใช้วรยุทธ์!!!

“แล้วข้าจะลงจากหุบเหวนี้อย่างไร” นางถามตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

จริงๆ นางควรตีโพยตีพาย ควรก่นด่าใครสักคน ควรตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็ร้องไห้หนักๆ สักยก แต่เพราะนางคือหรั่นอิง ยอดยุทธ์หญิงที่ชีวิตทั้งชีวิตผ่านความโลดโผนมากกว่ายี่สิบห้าปี ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ ตอนนี้ที่นางต้องการที่สุดก็คือ...สติและความเยือกเย็น

มองดูร่างของตัวเองที่เหลือเพียงโครงกระดูกผุๆ “ก็ได้แต่หวังว่าไม่ได้มีเพียงข้าที่เหลือเพียง...บางชิ้นส่วน”

หรั่นอิง...ไม่สิ นับจากนี้นางก็คือคุณหนูเก้าตระกูลกู้...กู้หรั่นเยวี่ย ไม่มีแล้วยอดยุทธ์หญิงแห่งยุค นางหวังว่านอกจากนางแล้ว จอมมารผู้นั้นก็คงนอนตายใต้หุบเขาลึกที่ไหนสักแห่ง...

หญิงสาวโยนกระบี่หงส์เหินลงไปก่อน จากนั้นเงี่ยหูฟังเสียงตกกระทบ ทว่าจนแล้วจนรอดก็มีเพียงเสียงสายลมพัดหวีดหวิวเพราะที่นี่น่าจะอยู่สูงมาก

นางใช้เสื้อตัวนอกห่อกระดูกของตัวเองผูกเอาไว้บนหลัง คิดจะหาสถานที่ใต้หุบเขานี้ฝังหรั่นอิงคนเก่าอย่างสงบ

มองลงไปยังกลุ่มเมฆที่ปกคลุมมองไม่เห็นก้นเหว นางไม่มีทางปีนกลับขึ้นไป ดังนั้นทางเลือกมีเพียงพยายามปีนลงไปด้านล่าง หาทางที่ปลอดภัยกว่าเดินอ้อมกลับขึ้นไปบนคุนหลุนซาน

สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือสืบให้รู้ว่าหลังจากที่นางตายเกิดอะไรขึ้น ทว่าไม่นานหลังจากลองปีนลง...

บัดซบ!!! ร่างกายอ่อนแอไร้ประโยชน์นี้...

หญิงสาวก่นด่าซ้ำไปมาในใจ มือของนางถลอกปอกเปิก ท่อนแขนสั่นเทาที่พยายามคว้าชะง่อนหินเพื่อปีนลงเบื้องล่าง ตอนค้นพบว่ากู้หรั่นเยวี่ยไม่มีลมปราณ ทั้งร่างกายนี้ไม่มีทางฝึกยุทธ์ นางให้รู้สึกสิ้นหวังนัก แต่ตอนนี้นางเริ่มโมโหมากกว่าที่นางกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ ขยับเพียงน้อยแต่ร่างกายกลับเหนื่อยอ่อนราวกับคนไร้ประโยชน์เช่นนี้!!!

หิวก็หิว กระหายก็กระหาย ปีนลงมาจนเหนื่อยหอบ แต่นางก็ยังมองไม่เห็นก้นเหว มองไปรอบๆ มีเพียงหมอกกับเมฆหนาวเหน็บ กู้หรั่นเยวี่ยหยุดยืนบนชะง่อนหินพักเหนื่อย

นางไม่กลัว...สักนิด

เคยผ่านความตายมาแล้ว นางพบว่านางไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ที่เสียดายมีเพียงหากตายตอนนี้นางจะไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนคุนหลุนซาน เกิดอะไรขึ้นกับผู้เป็นอาจารย์

แม้ในใจหวังให้ได้ยินเรื่องดี แต่นางตระหนักดีหลังเห็นโครงกระดูกของตัวเอง มั่นใจว่าอย่างน้อยต้องผ่านกาลเวลามากกว่าสิบปีแล้ว

ว่ากันว่าไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งไปกว่าจิตใจที่ฮึกเหิมฮึดสู้ ในที่สุดปีนมาได้กว่าสี่ชั่วยาม หยุดพักบ้าง เหนื่อยจนเกือบถอดใจบ้าง กู้หรั่นเยวี่ยก็พบโพรงขนาดใหญ่ที่ใช้พักเหนื่อย นางทิ้งตัวลงนอนหงายอย่างเหนื่อยอ่อน มือคว้าใบของสมุนไพรที่รู้ว่ากินได้เข้าปาก เคี้ยวๆ นานมากกว่าจะยอมกลืน

ร่างกายนี้ทั้งหิวทั้งอ่อนแอจึงไม่มีทางเลือก อะไรที่กินได้ก็ต้องกินเข้าไป หาไม่เรี่ยวแรงที่มีจะค่อยๆ หมดไปเพราะความหิว

เสียงครืนๆ ดังมาจากเบื้องบน หญิงสาวหัวเราะออกมา “ยังดีที่ไม่ได้แกล้งทำเป็นลืมข้า ให้ข้าเกิดใหม่ทั้งทีนึกว่าจะกลั่นแกล้งข้ากว่านี้เสียอีก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel