บทที่ 1.1
เหมือนนานแสนนาน… ทว่าก็ให้ความรู้สึกราวกับหลับฝันตื่นหนึ่ง ชั่วพริบตาที่ความเจ็บปวดพรากสติสัมปชัญญะให้ดับมอด ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าทุกอย่างหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
หรั่นอิงขยับมือ เท้า จากนั้นก็คอ นางรู้สึกถึงความปวดเมื่อยที่แผ่ลามไปตามจุดต่างๆ ร่างกายหนักอึ้งคล้ายกับนอนท่าเดียวนานๆ จากนั้นความรู้สึกชาก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า
“อา...” ส่งเสียงได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง นางยังไม่ลุกเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
ความทรงจำสุดท้ายที่นึกออกก็คือ...
นางกำลังประมือกับจอมมารแห่งพรรคอวิ๋นซาน ฝ่ายมารอันชั่วร้ายซึ่งบุกขึ้นคุนหลุนซาน หมายโค่นล้มฝ่ายธรรมะซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นี่ อาจารย์ของนางกำลังเพลี่ยงพล้ำ ขณะที่นางเอาตัวเข้ามาขวาง ผลักจอมมารพร้อมหลอกล่อเขามายังหน้าผาของคุนหลุนซาน
กำลังภายในลึกล้ำ ยอดยุทธ์แห่งยุคทั้งสองที่ประมือกัน ทำให้หุบผาแห่งคุนหลุนซานสั่นสะเทือน ชั่วขณะที่นางแทงกระบี่จ้วงลึกยังหน้าอกของจอมมาร อีกฝ่ายกลับตะโกนเรียกอาจารย์ของนาง
“หลินซาง!!!”
ผ่านการประมือนับร้อยครั้ง กลับมาหลงกลเพียงเพราะกลลวงกระจอกๆ หรั่นอิงที่ในใจมีความห่วงกังวลในตัวอาจารย์ผู้ชรามากแล้ว ถูกจอมมารแห่งยุคดึงลงไปในหุบผาหมื่นจั้ง ทั้งสองลอยลิ่วลงไปยังจุดที่ลึกที่สุดของคุนหลุนซาน หุบผาซึ่งไม่มีผู้ใดเคยเอาชีวิตรอดกลับขึ้นไปได้...
สองมือขยับไปด้านข้าง...ช้าๆ มือข้างหนึ่งของนางแตะโดนบางอย่าง แข็งและเป็นท่อนๆ หลายชิ้น กระทั่งนางตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสถึง...กะโหลก!!
มันคือซากกองกระดูกของคนผู้หนึ่ง และนางกำลังนอนอยู่บนกองหญ้าหนานุ่มคล้ายรังนกขนาดใหญ่ กึ่งกลางผาแห่งคุนหลุนซานที่นี่มีรังนกที่ทำให้นาง...รอดชีวิต??
...ตอนนั้นเองที่หรั่นอิงตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ชุดสีขาวของคนผู้นี้มีลายปักคุ้นตายิ่งนัก แม้ชุดเริ่มเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังพอมองลายปักออกว่าเป็น...ทิวไผ่ มองท่อนกระดูกส่วนแขนที่ปลายอีกด้านมี...กระบี่หงส์เหิน
หรั่นอิงเบิกตากว้างไล่สายตาไปช้าๆ มองไปยัง...ป้ายหยกจันทร์เสี้ยวสีขาวละมุนตา นั่นคือป้ายประจำตัวของผู้คุมกฎสำนักหอนที ...ป้ายหยกของนาง!!!
แขนเสื้อสีแดงถูกยกขึ้น มือนุ่มนิ่มไร้ซึ่งริ้วรอยของบาดแผล ไม่มีรอยด้านจากการฝึกกระบี่ เรียวนิ้วงดงามนวลเนียนเหมือนหยกมันแพะ เล็บยาวที่ผ่านการดูแลเป็นอย่างดี ผิวกายเนียนนุ่ม ข้อมือเล็กเรียวดูบอบบางไร้ที่ติ
หรั่นอิงดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก้มลงมองสำรวจตัวเองในชุดสีแดงราวกับชุดของ...เจ้าสาว?!
ตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ภาพความทรงจำบางอย่างก็หลั่งไหลเข้ามา...ใบหน้าของผู้คนมากมาย ความรัก ความแค้น คำโกหกการหลอกลวง เล่ห์กลของบุรุษที่สตรีผู้หนึ่งหลงใหลได้ปลื้ม กระทั่งเมื่อรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว...
ดวงตางดงามแน่วแน่ ภาพร่างแน่งน้อยที่ยืนอยู่บนขอบผา กับเสียงสาปแช่งก่นด่าที่ก้องมากับสายลม “เฉิงเทียนอวี้ ข้าขอให้ชั่วชีวิตนี้เจ้าจงรู้สึกผิดต่อข้าและไม่มีความสุขตลอดกาล!!!”
ร่างอรชรในชุดสีแดงพุ่งตัวลงมาจากหุบผาอย่างไร้ความลังเล ความรักที่เริ่มต้นจากการหลอกลวง ผลประโยชน์ที่ทำให้คุณหนูเก้าตระกูลกู้ กลายเป็นเครื่องมือของคุณชายตระกูลเฉิง ความแค้น ความเกลียดชังที่ยังคงอยู่
เพียงแต่...ความรักที่ปะปนมากับความเกลียดชัง กลับทำลายสตรีน้อยนางหนึ่ง ให้สามารถลงมือทำร้ายตนเองอย่างโง่งม
หรั่นอิงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายเจ็บร้าวราวกับนางเพิ่งตกลงมาจากที่สูง ถึงอย่างนั้นตอนที่ความทรงจำของ...กู้หรั่นเยวี่ย หลั่งไหลเข้ามาทั้งหมด นางกลับได้ยินเสียงกระดูกบนร่างค่อยๆ ประสานกลับเข้าที่
ก่อนหน้านี้นางรับรู้ความรู้สึกของกู้หรั่นเยวี่ย ทั้งจิตใจที่บอบช้ำ ทุกข์ทน กระทั่งร่างกายนี้ที่แหลกสลายจากการตกลงมาจากที่สูง
“โง่งมที่สุด...” นางหลับตาลงพร้อมก่นด่าสตรีอ่อนเยาว์ทั้งยังไร้เดียงสาผู้นี้ “ในเมื่อมีความแค้นก็ต้องกลับไปชำระแค้นสิ เจ้าตายไปบุรุษสารเลวนั่นมิเท่ากับพ้นความผิดไปโดยง่ายหรอกหรือ”
กล่าวจบก็หลับตาลงอย่างรอคอย เพราะนางรู้สึกได้ว่าร่างนี้...ค่อยๆ กลับคืนจนเป็นปกติ
