บทที่ 5 คิดจะเล่นกับอาฉี
“เฮียครับ ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมเฮียถึงอยากให้ทนายประจำตระกูลจางมาวันนี้ด้วย” ไทลังเลใจอยู่นานที่จะถามคำถามนี้ แต่เขาก็ถามออกมาในที่สุด เพราะเรื่องที่ไปทำผับของเสี่ยโชคเละไทเชื่อว่าอาฉีสามารถจัดการเรื่องการเจรจากันในวันนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ทนายประจำตระกูลถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะลงทุนจ้างทนายมาด้วยก็ตาม
“กูเอามาเป็นพิธีไปงั้นแหละ ก็เห็นเสี่ยโชคอยากเล่นใหญ่หาทนายมากูก็เลยเรียกมาบ้าง เดี๋ยวทนายฝั่งเสี่ยโชคจะเหงา”
อ๋อ ให้เชิญทนายประจำตระกูลมายืนขำๆ เอ่อ บางทีก็ไม่เข้าใจเจ้านายตัวเองเลยจริงๆ นี่เฮียฉีเขาคิดว่าทนายว่างงานหรืออย่างไรจะเรียกให้มาเป็นตัวประกอบเฉยๆนี่นะ เฮียนะเฮีย
“ทุกคนมาถึงแล้วหรือยัง” อาฉีมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเขาขณะถามคำถามลูกน้องคนสนิท
“มาครบแล้วครับเฮีย ตอนนี้ทุกคนรออยู่ที่ห้องอาหารใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ ผมแจ้งให้แม่บ้านเสิร์ฟน้ำกับของว่างตามที่เฮียสั่งไว้แล้วครับ”
“ดี! งั้นเราก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวแขกของกูจะรอนานแล้วอึดอัดตาย กูไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านของกู”
“เชิญครับเฮีย” ไทรีบเดินนำไปเปิดประตูห้องทำงานให้เจ้านายและทั้งสองก็พากันเดินตรงไปที่ห้องอาหารใหญ่ที่ตอนนี้มีเสี่ยโชคพร้อมทนายของเขากับลูกน้องอีกสองคน และทนายของตระกูลจางนั่งรออยู่แล้ว
ประตูห้องอาหารถูกเปิดออกและทันทีที่อาฉีเดินเข้ามา วัตถุบางอย่างก็ลอยมากระทบใบหน้าของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ปึก!
“เฮีย!” ไทหันมองผู้เป็นนายด้วยใบหน้าตื่นตกใจแล้วก้มมองตามวัตถุที่ล่วงลงอยู่บนพื้นก็พบว่า สิ่งที่ลอยมากระทบใบหน้าเจ้านายของเขาคือปึกธนบัตรสีเทาหนาๆ
‘ไอ้สัส มึงกล้าโยนเงินใส่หน้านายกู มึง!’
ไทก่นด่าในใจและรู้สึกโกรธที่เขาปล่อยให้เจ้านายเจ็บตัว แทนที่จะเป็นคนระวังความปลอดภัยให้อาฉี ไทตั้งใจจะก้าวเข้าไปจัดการไอ้คนลอบกัด แต่อาฉีจับไหล่ของเขาไว้ก่อน แล้วสั่งทางสายตาว่า ‘ให้อยู่เฉยๆ’
อาฉีเหลือบมองปึกธนบัตรเพียงครู่แล้วเลื่อนไปสบแววตาวาวโรจน์ของเสี่ยโชค ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่มองแล้วเหมือนจะเป็นมิตรส่งไปให้ อาฉีทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารตอนนี้มองว่าเขาไม่ได้โกรธอะไรกับสิ่งที่โดนไปเมื่อสักครู่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทนายของทั้งสองฝ่ายเริ่มนั่งไม่ติด รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันทีแล้วพยายามมองหาที่หลบภัยภายในห้องอาหารนี้ แต่ดูแล้วที่ปลอดภัยสุดคงจะเป็นใต้โต๊ะกินข้าว
“เสี่ยโชคทำเงินหล่นไกลนะครับ ไทมึงเอาไปคืนเสี่ยสิ”
“ครับเฮีย” ไทรับคำสั่งของเจ้านายแล้วก้มลงเก็บปึกธนบัตรนั้นขึ้นมา ก้าวเข้าไปหาเสี่ยโชคช้าๆแล้ววางปึกธนบัตรนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าของ เสี่ยโชคมองแล้วรีบหยิบปึกธนบัตรนั้นขึ้นมาทันที เขาทำท่าจะปามาที่หน้าของอาฉีอีกครั้งแต่ก็ต้องค้างมือเอาไว้เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของอาฉี
“ถ้าเสี่ยคิดจะปามาที่หน้าของผมอีก คราวนี้ผมจะปามันคืนด้วยอย่างอื่นแทนนะครับ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรเสี่ยก็ปามาเลย”
อาฉีพูดอย่างท้าท้ายแต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งไปให้เสี่ยโชค ซึ้งทั้งคำพูดและสีหน้าของอาฉีตอนนี้บอกได้เลยว่าเรียกโทสะและวอนเบื้องล่างของเสี่ยโชคมาก
‘อวดดีนักไอ้เด็กเมื่อวานซืน ที่มึงยืนปากดีทำเป็นเก่งได้อยู่ตอนนี้ก็เพราะชื่อเสียงของตระกูลทั้งนั้น หากไร้ชื่อเสียงมึงก็แค่ไอ้เด็กเหลือขอ มีแค่ตัวกับปากวอนโดนตีนของกู’
เสี่ยโชคคิดโกรธแค้นอยู่ในใจ เขาไม่ได้เก่งแค่ในใจแต่ยังไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย วันนี้ตั้งใจจะมาคุยเรื่องที่ไอ้เด็กเวรนี่ทำกับเขา ทำกับลูกชายของเขาไว้มันต้องชดใช้ให้สาสม เมื่อพยายามสงบอารมร์ของตัวเองได้แล้ว เสี่ยโชคเลือกที่จะวางปึกธนบัตรไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลง หยิบน้ำชากินมาจิบดับร้อนสักหน่อย
ด้านอาฉีเมื่อเห็นคนสูงวัยกว่านั่งลงแล้วเขาก็นั่งลงบ้าง แล้วหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบตามเสี่ยโชคเช่นกัน พอเสี่ยวางแก้ว เขาก็วางตาม เสี่ยโชคนั่งกอดอก อาฉีก็กอดอกตาม ไทที่ยืนมองจากด้านหลังแอบลอบยิ้มให้กับสิ่งที่อาฉีกำลังทำ ‘เฮียกวนตีนเสี่ยโชค’
“เรามาเข้าเรื่องกันเถอะครับเสี่ย ผมจะถามความต้องการของเสี่ยและเสี่ยก็รีบตอบผมมา เราจะได้จบเรื่องนี้เร็วๆแล้วแยกย้ายกันไปทำงานดีไหมครับ” อาฉีเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน เขาทำตัวสบายๆน้ำเสียงเรียบๆไม่เป็นทางการมากนัก ทำเหมือนว่าตอนนี้กำลังจะคุยเรื่องสรรเพเหระทั่วไป
“เสี่ยจะเอาอย่างไง” อาฉีเริ่มถาม
“กูไม่เอาเงินของมึง” อ๋อนี่เป็นเหตุผลที่เสี่ยโชคปาเงินใส่หน้าเขาสินะ แหม จะคืนเงินก็คืนกันดีๆได้นะเสี่ย
“มึงไม่ต้องมาชดใช้ค่าเสียให้กู ผับกูซ่อมเองได้ เงินกูมี แต่มึงต้องชดใช้ที่ทำกับลูกชายกูไอ้ฉี!” เสี่ยโชคตวาดคำพูดใส่อาฉีพร้อมชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“ผมก็ยินดีจ่ายค่ารักษาพยายาบาลและดูแลจนกว่าลูกชายของเสี่ยจะหายเป็นปกตินะครับ แล้วตรงไหนที่เรียกว่าผมไม่ได้ชดใช้ให้เสี่ยไม่ทราบ” อาฉียังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบปกติแต่แฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาทอีกฝ่าย
“กูจะฟ้องมึงไอ้ฉี กูจะเอามึงเข้าคุก” เสี่ยโชคประกาศความต้องการของเขาออกมาในที่สุด
“เอาผมเข้าคุก หึ ข้อหาอะไรล่ะเสี่ย” อาฉีปล่อยเสียงหัวเราะร่วนออกมาเหมือนเขากำลังฟังเรื่องตลกอยู่อย่างนั้นแหละ ยกมือขึ้นมาดูเล็บของตัวเอง ทำเหมือนฟังแต่ก็ทำเหมือนไม่สนใจคนนั่งตรงข้าม บอกเลยว่าตอนนี้อาฉีกวนประสาทดีแท้
“ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ทำลายสถานประกอบการของผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย และกูจะไม่ยอมความมึงด้วยไอ้ฉี มึงต้องไปนอนคุกเท่านั้น”
“เหรอ หึ กูไม่ไป!”
เอาแล้ว! ไทกลืนน้ำลายลงคอดังอึกเมื่อเจ้านายของเขาเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกแทนตัวเองว่า ผม เป็น กู หมดแล้วการให้เกียรติคนที่สูงวัยกว่า ต่อไปของจริง
“และถ้ามึงอยากให้มีคนไปนอนในคุกนัก คนๆนั้นก็ต้องเป็นลูกชายของมึงเสี่ยโชค มันบังอาจมาแตะต้องผู้หญิงของกู และที่กูไม่ฟ้องข้อหาลวนลามโดยมีเจตนาทำอนาจารกับผู้หญิงอย่างไตรตรองไว้ก่อนก็บุญหัวมันแค่ไหนแล้ว หึ กูช่วยให้มันไปนอนโรงพยาบาลก็ถือว่ากูปราณีมากแล้วนะ” ยิ่งพูดถึงเรื่องนั้นในใจเขาก็เริ่มเดือดดาลพร้อมระเบิดออกมามาก
“นางนั่นมาคนเดียวแล้วยังแต่งตัวล่อผู้ หึ ลูกชายกูจะอยากได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” ล่อผู้เหรอ!!!
ปึง!! อาฉีกำหมัดทุบบนโต๊ะด้วยความโกรธจัด ทำให้คนที่อยู่ในห้องต่างสะดุงตกใจไปกับสิ่งที่เขาทำ รวมถึงเสี่ยโชคที่รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหลบอยู่หลังลูกน้องของตัวเอง แต่ลูกน้องของเสี่ยโชคก็เริ่มกลัวอาฉีขึ้นมาเหมือนกัน เพราะสีหน้าและแววตาของทายาทมาเฟียคนนี้แข็งกร้าวขึ้น ชายหนุ่มที่นั่งยิ้มเมื่อสักครู่ได้หายไปและแทนที่ด้วยปีศาจร้ายแทน อาฉีในตอนนี้สามารถเดินไปหักคอเสี่ยโชคได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา
“ไอ้เหี้ยโชค! มึง จะด่ากู กูไม่ว่าแต่มึงจะมาพูดถึงเมียของกูแบบนั้นไม่ได้ ปากอย่างมึงต้องโดนกูทำให้แตกวันนี้แหละไอ้สัส!!” อาฉีก้าวขายาวๆมุ่งตรงจะไปทำร้ายฝั่งตรงข้ามแต่ไทรีบเข้ามาห้ามแล้วรั้งเจ้านายของเขาไว้ก่อน วันนี้ถ้าปล่อยให้เฮียฉีซัดหน้าเสี่ยโชค จากที่จะเคลียร์จบกันแบบทางใครทางมันจะกลายเป็นเราที่เป็นฝ่ายผิดสะเอง
“เฮียใจเย็นๆก่อนครับ ถ้าเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้จนเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา คนที่จะเสียหายที่สุดคือซ้อหมวยนะครับ”
“...” คำพูดของไทเรียกสติอาฉีได้ดีและทำให้เขาดับอารมณ์เดือดของตัวเองลงได้ในทันที
“ผมจะไม่ฟ้องลูกเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ฟ้องผมและยอมจบเรื่องนี้ตอนนี้ ค่าเสียหายทางผมยืนยันเหมือนเดิมที่จะรับผิดชอบให้ทั้งหมดรวมถึงค่ารักษาของลูกชายเสี่ยด้วย” พอสงบสติอารมณ์ได้อาฉีก็เปลี่ยนมาเรียกฝั่งตรงข้ามเหมือนเดิม
“แต่ถ้ายังดึงดันจะฟ้องกันให้ได้ ผมก็มั่นใจมาก ว่าเสี่ยจะพังพินาศย่อยยับมากกว่าสิ่งที่เสียไป และถ้าวันนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมจะให้เวลาเสี่ยกลับไปคิดหนึ่งวัน คิดคำตอบให้ดีก็แล้วกัน” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารทันที ที่เหลือก็ปล่อยให้ไทจัดการส่งแขกไป
อาฉีคิดจะเดินออกไปหาที่สูบบุหรี่ อารมณ์เขาไม่ดีอย่างมากต้องไปสูบให้ผ่อนคลายสักหน่อย แต่ยังไม่ได้ไปถึงไหนเขาก็ต้องหยุดเดินสะก่อนเมื่อมีอีกคนกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาเขา หมับ แล้วเธอก็สวมกอดเขาด้วย เล่นเอาคนตัวสูงชะงักไปเลย
“มีอะไรเหรอ” ยกแขนขึ้นมากอดตอบคนตัวเล็ก
“เฮียฉี หมวยขอโทษ”
