บทที่ 6 รู้สึกผิด
ใบหน้าหวานของคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา เธอยังกอดเขาแน่นไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกง่ายๆ ท่าทางแปลกๆแบบนี้ทำให้อาฉีทั้งงงและตั้งตัวไม่ถูก ก็เธอไม่เคยวิ่งเข้ามากอดเขาแบบนี้นี่ แล้วนี่ทำหน้าจะร้องไห้อีกแล้ว แต่เดี๋ยวนะ เขาจำได้ว่ากักบริเวณหมวยสามวัน แล้วเธอออกมาจากห้องได้ไง ดีนะที่ออกมาไม่เจอไอ้เสี่ยเวรนั้น
“เฮียฉีขา หมวยขอโทษ” กระชับกอดเขาแน่นขึ้น ซุกหน้าพูดกับอกของคนตัวสูง
“ขอโทษ? หมวยขอโทษเฮียเรื่องอะไรฮึ” ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยนและก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนตัวเล็กมาแปลกจัง หมวยไม่เคยวิ่งเข้ามากอดเขาแบบนี้แล้วยังมาซุกหน้าพูดอูอี้อยู่ที่อกของเขาอีก ทำตัวเป็นเด็กที่ทั้งงอแงและออดอ้อนในเวลาเดียวกัน เธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาและมันทำให้หัวใจแกร่งกระตุกเป็นจังหวะแปลกๆแล้วสิ
“เป็นความผิดของหมวยเอง หมวยขอโทษ หมวยทำให้เฮียต้องเดือดร้อน” เธอสำนึกผิดอยู่แล้วแต่พอรู้ข่าวเรื่องที่เสี่ยโชคเดินทางมาที่บ้านวันนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร หมวยยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิมไปอีก ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็เหมือนตัวเองสร้างภาระให้เขาอย่างไรก็ไม่รู้ เหมือนเธอหาเรื่องมาให้เขาปวดหัวไม่ได้พักเลย
“รู้เรื่องวันนี้ด้วยเหรอ” เอ่ยถามคนตัวเล็กพร้อมดันตัวเธอออกมาเล็กน้อย ตอนนี้เขาอยากคุยกับเธอพร้อมมองใบหน้าของเธอไปด้วย
“ค่ะ” หมวยตอบพร้อมพยักหน้า ซึ่งอาฉีก็ไม่รู้สึกประหลาดใจมากสักเท่าไหร่หรอกหากเธอจะรู้เรื่องวันนี้ แต่ก็แอบไม่พออยู่เล็กๆที่ความลับมันไม่เป็นความลับน่ะสิ เขากำชับกับคนในบ้านทุกคนแล้วนะว่าอย่าให้หมวยรู้เรื่องนี้ แต่ก็ไปเข้าหูของเธอจนได้ มิน่าละหมวยถึงได้หน้าหงอยน้ำตาล่วงขนาดนี้
“รู้จากใคร?”
“ไม่บอกค่ะ” ทำแก้มป่องเม้มปากและส่ายหน้าจนผมยาวสลวยกระจายตามแรง ถ้าเธอบอกว่ารู้เรื่องนี้มาจากใคร คนนั้นจะต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีกน่ะสิ บอกเฮียไม่ได้เด็ดขาด
“ถ้างั้นเฮียจะไปจัดการทุกคน หึ คนในบ้านนี้ยังเห็นคำสั่งของเฮียสำคัญกันอยู่ไหม” เขาไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูของหมวยก็เพราะมันจะออกมาแบบนี้ไง
เรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นกับร่างบางก็ทำเธอสะเทือนใจมากอยู่แล้ว การที่ต้องถูกชายหนุ่มที่ไม่รู้จักจ้องเข้ามาลวนลามถูกเนื้อต้องตัวเธอมันทำให้หมวยตกใจและเสียขวัญมากๆขนาดไหนอาฉีเข้าใจดี แต่เธอยังทำเป็นเข้มแข็งทำเหมือนว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วเพราะไม่อยากให้หม่าม้าของเขาต้องเป็นห่วง
ที่อาฉีไม่อยากให้หมวยรู้ว่าวันนี้เสี่ยโชคเจ้าของผับจะมาคุยกับเขาเพราะมันจะไปสะกิดให้หมวยคิดถึงเรื่องเมื่อวาน แล้วทำให้เธอผวา หนักกว่านั้นก็ยิ่งโทษตัวเอง รู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก ที่เขาดุเธอ กักบริเวณเธอก็เพราะเป็นห่วง และเธอก็ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรงขนาดนั้น หากจะว่าผิดเขาเองก็มีส่วนผิดในเรื่องนี้เหมือนกัน ก็ถ้ายอมพาไปเที่ยวแต่แรกคนตัวเล็กก็ไม่แอบหนีออกมาเองจนเกิดเรื่องหรอก ‘โมโหตัวเองเว้ย’
“เฮียอย่าดุคนอื่นเลยนะ แล้วก็อย่าพึ่งดุหมวยที่ฝ่าฝืนบทลงโทษของเฮียนะ หมวยไม่ได้อยากทำแต่หมวยเป็นห่วงเฮีย”
“เป็นหวงเฮีย? เฮียไม่ได้ไปทำอะไรอันตรายสักหน่อย ไม่เห็นต้องเป็นห่วงเลย” วางมือลงบนศีรษะเล็กลูบผมเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู ‘หมวยพูดว่าเป็นหวงเฮีย ว้าว วันนี้อากาศต้องแปรปรวนแหงๆ พายุจะเข้าหรือเปล่าวะเนี่ย’
“ก็หมวยทำให้คนพวกนั้นต้องมาหาเฮียถึงที่บ้าน ทำให้เฮียถูกฟ้องร้อง ถ้าหมวยไม่แอบออกไปเที่ยวหมวยคงไม่นำความเดือดร้อนมาให้เฮียแบบนี้” ก้อนน้ำตาไหลลงจากหางตาเป็นทางคนพูดก็สะอื้นตัวโยน อาฉีเห็นรู้สึกทั้งสงสารและเอ็นดูไปในเวลาเดียวกัน สองวันมานี้หมวยร้องไห้หนักเกินไปแล้ว เขาคงต้องทำให้เธอหยุดร้องไห้สักที
“เฮียจะไม่ถูกฟ้องหรอก หมวยไม่ต้องกังวลนะ”
“คนพวกนั้นจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องเหรอคะเฮีย” เงยหน้าถามคนตัวสูงตาแป๋วแล้วยืนนิ่งๆให้อาฉีเช็ดน้ำตาให้ สัมผัสที่มือของเขานุ่มและอบอุ่นมากกว่าเมื่อวานอีก และมันอุ่นมาที่หัวใจของเธอด้วย
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้ นี่เฮียฉีนะเรื่องแค่นี้เฮียจัดการได้สบายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้...” จับข้อมือข้างที่ช้ำอยู่ของเธอขึ้นมาดู
“วันนี้หมวยดื้อตอนกินยาหรือเปล่า” รอยช้ำยังคงมีสีเข้มเหมือนเดิม ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรคงต้องรออีกสักสองสามวันรอยช้ำถึงจะหายดี อาฉีเปลี่ยนมาจับมือของหมวยแล้วพาเธอออกเดินโดยไม่ได้รอคำตอบของหมวยก่อน เดินไปคุยไปได้
“หมวย หมวย...” พอเขาถามเรื่องกินยาเท่านั้นแหละจากคนที่พูดแจ้วๆเมื่อสักครู่นี้พูดติดอ่างขึ้นมาทันที
“หมวยดื้อเหรอ” อ้ำอึ้งแบบนี้ จะไปเหลืออะไรเธอดื้อชัวร์
“เปล่านะ! หมวยไม่ได้ดื้อแต่หมวยแค่กินไม่หมดค่ะเฮีย”
หมวยตัดสินใจบอกกับเขาไปตามความจริง เพราะต่อให้เธอไม่พูดอาฉีก็ไปถามหาจากคนอื่นได้อยู่ดี สู้เธอยอมรับกับเขาไปตรงๆดีกว่า
“กินเหลือเยอะไหม”
“กะ เกือบเยอะค่ะ”
“...” อาฉียอมรับว่าเส้นเลือดที่ขมับทั้งสองข้างของเขาเริ่มเต้นตุบๆแล้ว เกือบเยอะๆ เออ! ดูคุณเธอตอบสิ จะน้อยก็ไม่น้อยจะเยอะก็ไม่เยอะ นี่สรุปหมวยกินหรือแค่จิบกันแน่
“เฮียจะพาหมวยไปไหน” ถูกเขาเดินจับมือมาแต่ยังไม่รู้ว่าอาฉีจะพาตัวเองเดินไปไหน แต่จากเส้นทางน่าจะพาเธอกลับไปที่ห้องนอน ‘อ๋อ พาไปกักบริเวณต่อ’
“...” อาฉีแค่ส่งยิ้มให้เธอแต่เป็นรอยยิ้มที่หมวยเห็นแล้วระแวงอย่างไงก็ไม่รู้
สิ่งที่หมวยคิดถูกต้องเพราะอาฉีพามาที่ห้องนอนของเธอจริง แต่สิ่งที่หมวยไม่อยากจะคิดและแอบภาวนาในใจว่า
‘ขอให้เฮียไม่บังคับเรากินยาด้วยเถอะ อี๋ ยามันขมเกินไปหมวยไม่อยากกิน ฮือ’
อาฉีเดินตรงไปที่โต๊ะกาแฟหน้าทีวีเพราะเขาเห็นถ้วยยาวางอยู่ตรงนั้น หยิบถ้วยยาขึ้นมาดูก็พบว่าปริมาณยาพร่องลงไปแค่นิดเดียวเท่านั้น แบบนี้ต้องเรียกว่าจิบเรียกว่ากินไม่ได้ เธอฉลาดพูดกับเขามาก บอกว่ากินยาแล้วซึ่งก็ไม่ผิด ใช่เธอได้กินมันจริงแต่กินในปริมาณที่น้อยมากๆต้องเรียกว่าจิบ แล้วที่บอกว่าเกือบเยอะก็ถูกอีก เพราะมันลดไปนิดเดียวแต่ก็ถือว่าลดเลยกลายเป็นว่าเหลือเกือบเยอะ เกือบเยอะที่ไม่ได้แปลว่าลด
‘ตัวแสบ’
“หมวยมากินยาให้หมด” พูดกึ่งออกคำสั่งพร้อมกวักมือเรียกให้เธอเดินเข้ามาหา แต่ถ้ายอมเดินเข้าไปหาเขาง่ายๆก็คงไม่ใช่หมวยที่อาฉีรู้จัก
“มานี่! มาหาเฮีย” กวักมือเรียกอีกครั้งและสิ่งที่อาฉีได้จากหมวยคือเธอยืนส่ายหน้ายังไม่ยอมเดินเข้าไปหาเขา
อาฉีผ่อนลมหายใจอย่างพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นแล้วเดินเข้าไปอุ้มตัวเด็กดื้อขึ้น หมวยมีสีหน้าตกใจขึ้นมาทันทีเธอรีบยกแขนขึ้นมากอดรอบคอของคนตัวสูงไว้เพราะกลัวตก ก็เขาเล่นมาอุ้มเธออย่างไม่ทันตั้งตัวนี่ หมวยก็ตกใจนะสิ
อาฉีอุ้มเธอมาที่โซฟาแล้วนั่งลงโดยให้คนตัวเล็กนั่งอยู่บนตักของเขาใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งกอดรัดตัวเธอเอาไว้ ยืนมือไปหยิบถ้วยยาที่หมวยกินไม่หมดขึ้นมาจ่อที่ปากของเธอ
“กินให้หมด”
“เฮียฉี ไม่เอา หมวยไม่กินแล้ว” ทั้งกลิ่นทั้งสีหมวยกินไม่ลง ทนมองก็ไม่ได้ทำให้หมวยรีบหันหน้าหนีถ้วยยาที่อาฉีจ่อปากเธออยู่แต่เธอดันหันผิดทาง แทนที่จะหันหลบหมวยดันหันมาทางอาฉีทำให้ปลายจมูกของเธอฝั่งเข้าที่แก้มของเขาเต็มๆ ‘กรี๊ด’
