บทที่ 4 ฟ้องร้อง
อาฉียืนควบคุมการกินข้าวกินยาของหมวยแบบที่เรียกได้ว่า จ้องเธออย่างไม่วางตาชนิดที่หมวยไม่สามารถตุกติกได้ ข้าวทุกเม็ดต้องกลืนลงคอให้หมด แต่เรื่องกินข้าวไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะหมวยเองก็เริ่มหิวเลยทำให้เธอกินอย่างไม่อิดออด แต่ส่วนที่ยากคือตอนกินยา อาฉีรู้ว่าเธอไม่ชอบดื่มอะไรขมๆ แต่มันเป็นยาและดีต่อร่างกายของเธอ เขาต้องนั่งจ้องไม่ยอมให้เธอบ้วนยาทิ้งเด็ดขาด
“ถ้าบ้วนทิ้งเฮียจะดีดหน้าผากหมวยนะ” เป็นคำขู่ที่ใช้ได้ผลอย่างเหลือเชื่อ
“หมวยจะโกรธเฮียฉี ฮึก” พูดทั้งน้ำตา ฝืนจำใจกลืนยาลงคอจนหมดถ้วยในที่สุด กินยาเสร็จคนตัวเล็กก็กระโดดขึ้นเตียงนอนหลับใส่เขาทันที อาฉีเห็นเธอร้องห่มร้องไห้เพราะต้องกินอะไรที่ไม่ชอบเขาก็อดสงสารไม่ได้ แต่มันดีต่อร่างกายของเธอต่อให้สงสารแค่ไหนก็ต้องบังคับให้กินให้หมด ‘เฮียหวังดีกับหมวยนะ’
กว่าอาฉีจะยอมออกจากห้องนอนของหมวยได้เขาต้องรอให้แน่ใจว่าเธอหลับแล้วจริงๆ และไม่มีอาการไข้แทรกซ้อน เขาค่อยเช็กอุณหภูมิร่างกายของคนตัวเล็กอยู่สักพักจนมั่นใจว่าเธอจะไม่มีไข้อาฉีถึงยอมออกจากห้องนอนของเธอ
“ใครได้เป็นเมียเฮียนี่โชคดีจริงๆนะครับ” ไทแซวขึ้นหลังจากที่เดินเคียงข้างเจ้านายตรงไปที่ห้องทำงานของอาฉี
“โชคดีอะไร อย่างไง?” คิ้วหนาขมวดเข้าหาขณะหันไปถามลูกน้องคนสนิทอย่างไม่เข้าใจความหมายที่ไทพูด
“เอ้า ก็เฮียดูแลเอาใจใส่ด้วยตัวเองขนาดนี้ ทั้งยังเป็นห่วงกลัวว่าซ้อหมวยจะไม่สบายอีก คอยดูแลอยู่ใกล้หาข้าวหาน้ำให้เมียแล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าโชคดีได้อย่างไงล่ะครับเฮีย”
“กูก็แค่ดูแลตามหน้าที่ ถ้าลูกสาวเขาเป็นอะไรขึ้นมา เดี๋ยวพ่อแม่เขาจะด่ากูได้ ว่าตระกูลจางดูแลลูกสาวเขาไม่ดี”
ไทแอบลอบยิ้มให้กับเจ้านายของตัวเอง ทำเป็นพูดเหมือนไม่ใส่ใจแล้วเอาเรื่องทำตามหน้าที่มาเป็นข้ออ้าง เขาอยู่กับอาฉีมาตั้งแต่เด็ก ไทดูออกว่าแบบไหนทำตามหน้าที่ แบบไหนคือเฮียใส่ใจ ‘คงต้องรอเวลาที่เฮียจะรู้ใจตัวเอง’
“ซ้อหมวยจะต้องเป็นเมียจริงๆของเฮียอยู่วันยังค่ำ เฮียไม่คิดจะเปิดใจรักซ้อแบบคนรักบ้างเหรอครับ” เรื่องของเจ้านายไทก็ไม่ได้อยากจะยุ่งสักเท่าไหร่นักหรอก เขาเพียงแต่อยากเห็นอาฉีหาความสุขใส่ตัวบ้าง เจ้านายของเขาอุทิศตัวเองให้กับธุรกิจจนลืมเรื่องหัวใจของตัวเอง ไม่รู้ว่าลืมหรือพยายามที่จะไม่คิดเรื่องความรักกันแน่
“กูยังไม่อยากรัก” ตอบนิ่งๆทำเหมือนไม่ได้ยี่หระอะไรกับเรื่องนี้แล้วเดินตรงไปหยุดที่หน้าต่างในห้องทำงาน ทอดสายตามองไปยังต้นหลิวที่ปลูกเป็นไม้ประธานของบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ก่อนเขาจะเกิด
ภาพในอดีตที่เขาพยายามลืมมันได้โผล่เข้ามาในหัวของอาฉีอีกครั้ง ภาพที่เขากำลังนอนหนุนตักนุ่มๆของผู้หญิงคนหนึ่งและยังสัมผัสได้ถึงความหอมจากมือของเธอตอนที่เขาจับมือของเธอขึ้นมาหอม กลิ่นหอมๆนั้นเขายังจำมันได้ดี
“อดีต คือสิ่งที่ผ่านไปแล้วนะครับเฮียฉี ถ้าเฮียยังปักใจอยู่กับอดีต สักวันอดีตของเฮียจะทำร้ายคนที่อยู่ในปัจจุบันกับเฮียเอง จะด่าว่าผมเสือกก็ได้ แต่ที่ผมพูดก็เพราะหวังดีกับเฮียนะครับ”
“อืม มึงเสือกจริงไท” ก็มันบอกว่าจะด่าก็ได้ เขาก็ยินดีที่จะด่าตามความต้องการของมัน แต่อาฉีไม่ได้จะด่าจริงจังเขาพูดติดไปทางตลกมากกว่า บางทีลูกน้องคนนี้ก็รู้จักเขาดีเกินไป รู้ไส้รู้พุงกันไปหมด นี่ถ้ามันเป็นผู้หญิงนะเขาอาจจะจับมันทำเมียไปแล้วก็ได้ ‘แม่งรู้ใจกูจริงๆ’
“ตอนผมพูดว่า เฮียจะด่าว่าผมเสือกก็ได้ ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้เฮียด่าจริงๆนะครับเฮีย” ไทก็พูดติดตลกไปกับเจ้านายตัวเองเหมือนกัน
“ก็กูอยากด่า”
สองคนนี้หากตัดคำว่าเจ้านายลูกน้องออกไปแล้ว อาฉีกับไทก็เหมือนพี่น้องร่วมสาบานกันดีๆนี่เอง ทั้งสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านปัญหามาด้วยกันเกือบทุกรูปแบบ และไทก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่ออาฉีมาก เป็นคนที่อาฉีให้ความไว้วางใจมากที่สุดรองจากตัวเขาเอง
“กูให้มึงตามมาที่ห้องทำงานเนี่ย ไม่ได้ให้มึงมาพูดเรื่องราวในอดีตของกูนะ กูให้มึงมารายงายเรื่องผับนั้นกับไอ้คนที่มันทำหมวยเจ็บข้อมือ” พูดเรื่องนี้แล้วของจะขึ้นทุกทีสิน่า
“ครับเฮีย” ลากเสียงยาวๆๆๆหยอกล้อเจ้านายสักหน่อย ถ้าไม่ได้วอนให้โดนตีนเดี๋ยวมันจะขาดอะไรไป
“ผมสืบได้ข้อมูลมาว่า เจ้าของผับคือเสี่ยโชคครับเฮีย และเสี่ยโชคคนนี้นอกจากจะเป็นเจ้าของผับที่เราไปตีเละเทะแล้ว เขายังมีร้านอาหารทะเลร่วมถึงภัตตาคารอาหารจีนที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเที่ยวในไทยด้วยครับ...” ไทเว้นคำพูดไว้เพื่อรอให้อาฉีเก็บข้อมูลและเมื่ออาฉีตวัดสายตามามองเขาอีกครั้งนั้นแปลว่าเขาได้รับอนุญาตให้พูดต่อได้
“ส่วนคนที่มันทำข้อมือของซ้อหมวยช้ำ ผู้ชายคนนั้นชื่อโช เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเสี่ยโชคครับ เพราะเป็นลูกคนเดียวและเป็นลูกชายด้วย โชจึงถูกเลี้ยงอย่างตามใจจนเสียนิสัยมาตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรต้องได้ ผู้ชายคนนี้ยุ่งเกี่ยวเรื่องอบายมุขทุกอย่าง ดื่มหนัก เล่นยา ติดการพนันและมั่วผู้หญิง ที่ทุกวันนี้มันยังเดินลอยหน้าลอยตาทำเรื่องทุเรศๆได้เพราะมีอำนาจของเสี่ยโชคหนุนหลังอยู่ครับเฮีย”
ไทรายงานข้อมูลทุกอย่างที่เขาได้รับมอบหมายจากอาฉีให้ไปสืบเรื่องคนที่บังอาจมาทำผู้หญิงของอาฉีเจ็บตัว
“โช ลูกชายเสี่ยโชคอย่างนั้นเหรอ หึ แล้วไอ้ลูกชายของเสี่ยโชคคนนี้ได้โชคเลือดไหมไท!!”
อาฉีไม่สนว่ามันจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไม่กลัวด้วยว่าพ่อมันจะมีอำนาจมากแค่ไหนเพราะเขาไม่คิดว่าไอ้เสี่ยโชคคนนี้จะมีอำนาจล้นฟ้าอะไร เพราะถ้ามีจริงอาฉีต้องได้รู้จักบ้างแล้ว แต่นี่เขาไม่เคยได้ยินชื่อเสี่ยโชคมาก่อน อำนาจของมันก็แค่ใช้เงินซื้อคนพวกที่เรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ให้คอยปิดปากแล้วทำหูไปนาเอาตาไปไร่ก็เท่านั้น ‘ไอ้เวร’
“อาการโคม่าอยู่ห้อง ICU แล้วครับเฮีย” คำสั่งของเฮียฉีไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าขัด แล้วอีกอย่างผู้ชายคนนั้นมันหวังจะขืนใจผู้หญิงของเฮียด้วย พวกเขาต้องจัดการให้หนักแต่ไม่ถึงกับตายเอาแค่เลี้ยงไม่โตก็พอ
“ดี ค่าเสียหายละ จ่ายชดใช้ให้กับคุณเสี่ยโชคหรือยัง” ลูกชายเป็นคนทำผิดพ่อไม่จำเป็นต้องมารับแทน อาฉีรู้ว่าตัวเองเป็นคนทำให้ที่ทำมาหากินของคนอื่นเสียหาย และเขาก็ยินดีที่จะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้อยู่แล้ว ไม่ได้ไปตีแล้วหนีมันไม่ใช่นิสัยของมาเฟียตระกูลจาง เขาจะไม่ยุ่งถ้าไม่มายุ่งกับเขาก่อน
“เสี่ยไม่ยอมรับค่าเสียหายของเราครับเฮีย”
“หึ ทำไม? เสี่ยโชคใจกว้างขนาดนั้นเลยเหรอ” แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ความใจกว้าง ผับเสียหายขนาดนั้นนักธุรกิจหน้าเลือดอย่างเสี่ยโชคคนนี้คงไม่ใจดีถึงขั้นปล่อยผ่านไปง่ายๆหรอก มันต้องอยากได้อะไรมากกว่านั้นแน่
“เสี่ยโชคจะแจ้งความและฟ้องร้องตระกูลจางครับเฮีย วันพรุ่งนี้เสี่ยโชคกับทนายจะเดินทางมาพบเฮียที่นี่ครับ”
“อ๋อเหรอ แบบนี้ก็ต้องใช้บริการห้องอาหารใหญ่ของบ้านแล้วละสิ มีแขกมาหาทั้งทีคงต้องจัดเมนูVIPให้สักหน่อย” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา สายตาคมกริบของอาฉีมองตรงไปข้างหน้าอย่างคนกำลังคิดอะไรอยู่
อาฉีพูดเหมือนเป็นเรื่องขำก็จริงแต่น้ำเสียงที่พูดปนเสียงหัวเราะนั้นทำเอาไทรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อย ถึงจะอยู่ด้วยกันมานานก็ใช่ว่าไทจะชินกับอาฉีในโหมดปีศาจร้าย ผู้ชายคนนี้เหมือนจุดเยือกแข็งดีๆนี่เอง บทจะอ่อนโยนก็ดีต่อใจสุดๆบทจะโหดร้ายอาฉีก็เลือดเย็นสุดๆเช่นกัน และจากที่อยู่ด้วยกันมานาน การไม่ทำให้อาฉีโกรธเป็นเรื่องที่ดีและลูกน้องทุกคนควรทำมากที่สุด
