บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เด็กดีของเฮียฉี

“เฮียฉี ฮึก เฮียจะทำโทษอะไรหมวยอีก หมวยไม่เอานะแค่กักบริเวณอย่างเดียวก็พอแล้ว ทำผิดเรื่องหนีเที่ยวก็โดนกักบริเวณแล้ว ผิดหนึ่งอย่าง ทำโทษหนึ่งอย่าง เฮียจะมาสั่งทำโทษเพิ่มไม่ได้นะคะ เพราะหมวยยังไม่ได้ทำอะไรผิดเพิ่มเลย”

หันกลับมาพูดกับเขาเชิดหน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้ด้วย ยอมรับว่าเธอทำเป็นเก่งใส่เขา ทั้งที่ในใจก็กลัวเขาหัวหด มือสั่น ขาสั่นไปหมดแล้ว แต่ไม่ยอมแสดงออกให้เฮียรู้หรอกว่าหมวยกลัว

“ทำสิ หมวยทำผิดที่ไม่ยอมกินข้าวกินยา หนึ่ง ไม่กินข้าวเท่ากับทำผิดเพราะเฮียบอกให้หมวยกินข้าว สอง ไม่กินยาเท่ากับทำผิดเพราะเฮียบอกให้หมวยกินยา รวมเป็นทำผิดคำสั่งเฮียเพิ่มอีกสองอย่าง แบบนี้เฮียทำโทษหมวยเพิ่มได้”

“เฮียอะ ฮึกๆ ไม่เอา หมวยไม่ให้เฮียทำโทษเพิ่ม” หันหน้าหนีเขาอีกครั้งพร้อมธารน้ำตาที่ไหลรินลงมาเหมือนเขื่อนแตก

เธอเสียใจและรู้สึกอึดอัดมากเพราะไม่สามารถทำอะไรที่จะเอาชนะเขาได้เลย ถ้าอาฉีจะไม่ยอมก็คือไม่ยอมเขาไม่ใจดีกับเธอ แล้วหมวยก็ไม่สามารถขัดคำสั่งเขาได้ เธออาจจะพูดเถียงเขาแต่สุดท้ายก็ต้องทำตามความต้องการของอาฉีอยู่ดี

หมวยเป็นลูกคุณหนูถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก เธออยากได้อะไรก็มีแต่คนตามใจเธอไม่มีใครขัดใจ ไม่เคยถูกดุ ไม่เคยถูกทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ แต่พอรู้ว่าต้องย้ายมาอยู่บ้านตระกูลจางและมาอยู่ในฐานะภรรยาของทายาทตระกูลนี้ด้วย

วินาทีแรกเลยเธอคัดค้านหัวชนฝา เพราะเธอกับอาฉีไม่เคยเจอกัน ไม่เคยคุยกันเลยสักคำ แล้วจะไปอยู่ด้วยกันได้ไง เราไม่ได้รู้จักกันดีด้วยซ้ำและเธอก็ยังไม่อยากมีสามี

โดยเฉพาะกับผู้ชายคนนี้ จาง อาฉี ชื่อเสียงเขาดังจะตาย เป็นทายาทมาเฟีย ทั้งหล่อ ทั้งรวยและเขาเป็นคนเก่งมาก หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด มีอำนาจที่ใครหลายๆคนอยากมี ผู้หญิงก็อยากได้เขาเป็นสามีกันทั้งนั้น ยกเว้นหมวย คุณสมบัติเหล่านั้นของอาฉีไม่ได้ทำให้เธออยากได้เขาเป็นสามี ไม่ใช่สเปค!

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมฝืนใจตัวเองย้ายมาอยู่ที่บ้านเขา มาเรียนรู้นิสัยของกันและกัน ที่เธอยอมก็เพราะบิดาขอร้องเพราะท่านหวังดีและอยากเห็นเธอเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและดูแลเธอได้

ถ้าเธอแต่งงานกับอาฉี บิดากับมารดาจะได้สบายใจหมดห่วง และการดองกันของสองบ้านก็เป็นผลดีต่อธุรกิจของครอบครัวเธอด้วย ชื่อเสียงของตระกูลจางจะทำให้ธุรกิจของบิดาเติบโตและยิ่งใหญ่ได้มากขึ้นไปอีก

เพราะเหตุผลนี้และเข้าใจเจตนาที่หวังดีของท่านทั้งสองเธอเลยยอมย้ายมาอยู่ที่นี่เตรียมตัวเป็นภรรยาของเขา ถึงจะต้องมาเป็นภรรยาแต่เราสองคนไม่ได้นอนห้องเดียวกันเพราะต้องการให้เกียรติเธอ รอวันที่เราแต่งกันแล้วค่อยย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน ระหว่างนั้นก็ศึกษากันและกันไปก่อน แต่เราดันเข้ากันไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ ‘เฮียชอบให้เชื่อฟัง ส่วนเธอไม่ชอบฟังใคร’

“งั้นก็กินข้าวแล้วก็กินยาสะสิ ถ้าหมวยยอมกิน เฮียก็จะไม่ทำโทษเพิ่ม” แต่ถ้าเป็นคนอื่นอย่าได้หวังว่าเขาจะยอม อันนี้เห็นแก่ที่เธอเจ็บข้อมืออยู่หรอกนะ จะผ่อนปรนให้สักครั้งก็แล้วกัน

“โอเคค่ะ หมวยจะยอมกินข้าวกินยาแต่เฮียฉีต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำโทษหมวยเพิ่ม” รีบหันหน้ากลับมามองเขาเต็มตาพร้อมชูนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาด้วย จะต้องกินยาขมๆเธอก็ต้องมีหลักประกันด้วยสิว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจเพิ่มโทษให้เธอจริงๆ

“เฮียพูดคำไหนคำนั้น”

“เกี่ยวก้อยสัญญากับหมวยก่อน” พูดปากเปล่าอย่างเดียวมันยังไม่พอ ต้องเกี่ยวก้อยสัญญากันก่อนเธอถึงจะสบายใจ

เพียะ นอกจากเขาจะไม่ยอมเกี่ยวก้อยกับเธอแล้ว ยังโดนเขาตีมืออีก อาฉีไม่ได้ตีแรงเขาแค่ปัดมือเธอลงเบาๆเหมือนปัดไล่แมลงหวี่

“ไร้สาระ” ทำเสียงเข้มกับทำตาดุๆใส่เธอนิดหน่อย แค่นี้อาฉีรู้ว่าหมวยไม่กลัวหรอก ก็ดูทำหน้ามุ่ยให้เขาขนาดนั้น ยังทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอใส่เขาอีก เอาอะไรมากลัว เฮ้อ เปลี่ยนจากสนใจหน้างอๆมาเป็นดึงข้อมือของเธอมาตรวจดูรอยช้ำแทนดีกว่า

“เจ็บอยู่ไหม” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มขึ้น เคลื่อนมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนใสของคนตัวเล็ก สัมผัสที่มือของเขาจู่ๆก็ทำให้คนที่งอแงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“นิดหน่อยค่ะ” ก้มหน้าตอบกลับเขาเสียงเบา แต่ก็ถูกมือหนาของอาฉีเชยคางเธอขึ้นมา หมวยยอมสบตากับเขาและครั้งนี้เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติไป ทำไมเราใจสั่น?

“คราวหน้า ถ้าอยากไปเที่ยวจริงๆให้บอกกับเฮียว่าอยากไปมาก เฮียจะไปกับหมวยเอง แต่หมวยต้องรอเฮียบ้างเพราะเฮียงานยุ่งหมวยก็รู้ใช่ไหม” หมวยทำปากยู่แต่ก็พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด งานเฮียฉียุ่งมากจริงๆเวลาพักผ่อนเขาแทบไม่มีเลย

“งานเฮียยุ่งมากแต่ก็ไม่ใช่จะมีเวลาให้หมวยไม่ได้ ต่อจากนี้เฮียจะเคลียร์ตารางใหม่ เฮียจะหาวันว่างพาหมวยไปเที่ยวแต่ต้องสัญญาก่อน ว่าหมวยจะเป็นเด็กดีของเฮีย ตกลงไหมครับ”

เด็กดีของเฮีย ทำไมคำนี้ถึงทำให้หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ใบหน้าก็ร้อน อาการแบบนี้คืออะไรหรือว่าหมวยจะป่วยเข้าแล้ว ‘ฉันร้องไห้เยอะจนจะไม่สบายเลยเหรอเนี่ย’ ก่อนหน้าที่เฮียจะมาทำตัวอบอุ่นแบบนี้ก็ไม่เห็นจะเคยใจเต้น หมวย งง

“หมวยสัญญาค่ะ”

“เด็กดี” เออพูดง่ายๆแบบนี้ก็น่ารักดีนี่แล้วทำไมกูยิ้มวะ?

พอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มแบบไม่มีสาเหตุอยู่อาฉีก็รีบหุบยิ้มทันที เขาปล่อยข้อมือเล็กเป็นอิสระก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ทำเป็นมองไปรอบๆห้องนอนของเธอเล็กน้อยก่อนพูดกับเธอต่อว่า

“เฮียจะให้แม่บ้านทำข้าวต้มกับอุ่นยามาให้ใหม่ และคราวนี้เฮียจะเข้ามาดูหมวยกินด้วย”

“ทำไมเฮียต้องมาดูหมวยกินด้วยละ”

คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนบ้าง มีทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่เธอไม่ได้แสดงอาการออกชัด เธอก็แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเฝ้าด้วยเขาไม่ไว้ใจเหรอ

‘เฮียมาเฝ้าแบบนี้ก็ต้องกินจริงๆนะสิ ไอ้เราก็กะว่าจะเอายาไปเททิ้งแล้วให้แม่บ้านบอกว่ากินยาแล้วเรียบร้อย แล้วเฮียมาเฝ้าแบบนี้ แผนที่คิดไว้ก็ล่มนะสิ โธ่เอ้ย’

“เพราะหมวยจะเอายาไปเททิ้งถ้าเฮียไม่คอยคุม หึหึ”

เป็นไงละ ทำหน้าเหวอไปเลยละสิ นี่เฮียฉีนะทำไมจะดูไม่ออก อยู่กันมาตั้งนานเขารู้ดีว่าเธอนะตัวแสบ

“เฮียฉีขา เฮียเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ หมวยว่าเฮียกลับห้องไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเรื่องกินข้าวกินยาให้จีงเป็นคนดูแลแล้วไปรายงานเฮียก็ได้” เอาวะ มารยาหญิงต้องเข้าแล้ว ปกติไม่เคยทำเสียงอ้อนเฮียฉีขนาดนี้ ตอนนี้คงต้องงัดออกมาใช้แล้วล่ะ

“ถูกของหมวยนะ วันนี้เฮียเหนื่อยมาทั้งวันแล้วจริงๆ ยิ่งตอนที่ต้องรีบไปช่วยหมวยที่ผับ ตอนนั้นเฮียเหนื่อยสุดๆเลย”

“เห็นไหมล่ะ งั้นเฮียรีบๆกลับห้องไปพักผ่อนนะคะ” เดินเข้าไปบีบๆนวดๆต้นแขนเขาสักหน่อย เฮียจะได้รีบออกไปสักที

“ไม่!”

“อ่าว ทำไมล่ะเฮีย ไหนเฮียบอกว่าเหนื่อยแล้วไง”

“ใช่เฮียเหนื่อยแล้ว แต่เฮียจะยอมเหนื่อยเพิ่มอีกหน่อยเพื่อเฝ้าหมวย เหนื่อยเพื่อเมียเฮียทำได้ หึหึหึ”

“หมวยยังไม่ได้เป็นเมียเฮีย ไม่ต้องมาเหนื่อยเพิ่มเลยค่ะ”

“ถือว่าเป็นของสมนาคุณก่อนเป็นเมียก็ได้” ตอบเธอแบบยียวนกลับไปแล้วฉีกยิ้มที่ทำให้หมวยอยากข่วนหน้าเขานัก เฮียกวน ถ้าจะกวนแบบนี้ ทำหน้านิ่งๆแบบปกติยังดีเสียกว่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel