บทที่ 2 ไม่เคยใจดี
“ใครมาเคาะประตูเหรอจีง” เมื่อเห็นว่าสาวใช้คนสนิทหายไปนานทำให้คนที่นอนร้องไห้อยู่รู้สึกสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้น
“เฮียเอง” กึก เฮีย เฮียฉี? ตายแล้วเราต้องโดนทำโทษเพิ่มแน่เลย เฮียต้องดุที่เราไม่ยอมกินยา แกล้งหลับก็ไม่ทันแล้ว ฮือ
“ฮะ เฮียฉี” ในเมื่อตอนนี้แกล้งหลับไม่ทันงั้นก็ยอมลุกขึ้นนั่งแล้วมาพูดกับเฮียก่อนก็ได้ ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่ยังไม่ยอมหยุดไหลสักที ‘อายเฮียจัง’
“ร้องไห้เหรอ?” เอ่ยถามคนตัวเล็กด้วยใบหน้านิ่ง ทำให้เธอดูไม่ออกว่าเขาจะมาดุ มาเห็นใจ หรือเขามีเจตนาอะไรอยู่
“เฮียถามทำไมหมวยไม่ตอบ” จะมีบ้างไหมเนี่ยที่ถามแล้วตอบเลยโดยที่เขาไม่ต้องถามเธอซ้ำ อยู่บ้านเดียวกันมาร่วมปีแต่เธอไม่เคยเปลี่ยนหรือว่าเขานั่นแหละควรทำตัวให้ชินกับความเป็นหมวยแบบนี้
“จะตอบทำไมก็เฮียเห็นอยู่แล้วนี่คะ ว่าหมวยร้องไห้ ตาแดงขนาดนี้ยังจะมาถามอีก”
เออ! สรุปเขาผิดเองสินะที่ถามเนี่ย หนึ่งในเรื่องที่ฝึกความอดทนของอาฉีก็คือเธอคนนี้นี่แหละ เขาต้องเพิ่มความอนทนให้ตัวเอง ต้องฝึกการควบคุมโทสะให้มากกว่าเดิมตั้งแต่มีเธอเข้ามาทั้งที่คนอย่างอาฉีไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้เลยแต่ก็ต้องทำ
‘จะต้องมีเมียแบบนี้ กูหนีไปปฏิบัติธรรมกับป๊าดีกว่า หึ นี่ถ้าไม่ใช่สัญญาที่ป๊าให้ไว้กับคนที่ช่วยชีวิตของป๊า นึกเหรอว่าจะยอมให้เด็กดื้ออย่างเธอมาเป็นผู้หญิงของอาฉี’
คิดเสมอว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบหมวยเลย ดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง เถียงเก่ง วุ่นวาย ชอบทำตัวเป็นเด็ก ชอบสร้างปัญหาให้เขาปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน และก็เป็นคนที่อาฉีไม่สามารถเอาเรื่องของเธอออกจากหัวได้เลย เรื่องของหมวยกวนใจเขาอย่างที่หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ อย่าพึ่งคิดว่านี่คือความรัก เขาขอปฏิเสธ มันก็แค่ความรับผิดชอบต่อคำสัญญาของป๊า
“แล้วหมวยร้องไห้ทำไม”
เฮียถามคำถามใหม่ก็ได้วะ
“เพราะเฮียจะขังให้หมวยอยู่แต่ในห้อง เฮียก็รู้ว่าหมวยไม่ชอบอยู่ในห้องแบบนี้แต่เฮียก็ยังทำโทษหมวยอีก แบบนี้เฮียจงใจแกล้งหมวยชัดๆ เฮียฉีใจร้าย” ทำแก้มป่องใส่เขาแล้วขยับตัวนั่งหันหลังให้ด้วย โกรธคนใจร้าย เฮียแกล้งหมวย ชิ!
“เฮียเคยบอกเหรอ ว่าเฮียเป็นคนใจดี”
“ไม่เคย ค่ะ!” ก็เขาไม่เคยใจดีกับเธอจริงๆนี่ เขาชอบพูดว่าเธอชอบขัดคำสั่งเขา เฮียก็ชอบขัดเธอเหมือนกัน ขัดใจหมวย!
ช่วงเวลาเดียวกันหน้าห้องนอนของหมวย
จีงยืนกระสับกระส่ายเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของหมวย ในใจเป็นห่วงคุณหนูของเธอกลัวว่าอาฉีจะเข้าไปดุหรือเพิ่มบทลงโทษอะไรกับคุณหนูของเธออีกหรือเปล่า
“คุณชายจางมาหาถึงห้องแบบนี้ต้องรู้แล้วแน่ๆเลยว่าคุณหนูไม่ยอมกินข้าวกินยา”
วันนี้อาฉีให้ลูกน้องเชิญคุณหมอมาตรวจร่างกายหมวยถึงที่บ้านนั่นก็เพราะคุณหนูของเธอดื้อ ไม่ยอมไปโรงพยาบาลอยากจะกลับเข้าบ้านลูกเดียว อาฉีเลยต้องให้หมอประจำตระกูลมาตรวจอาการเธอที่บ้านแทน และก็สบายใจขึ้นเมื่อคุณหมอบอกว่าหมวยไม่ได้เป็นอะไรมากมีแค่รอยฟกช้ำด้านนอกเท่านั้น ให้กินยาเดี๋ยวก็หาย หมอจ่ายยาจีนให้ต้มดื่มด้วยจะได้หายเร็วขึ้นพร้อมบำรุงร่างกาย แต่!
‘หมวยเกลียดยาจีน มันขม หมวยไม่กิน’ หมวยเป็นลูกสาวนักธุรกิจค้าสมุนไพรรายใหญ่ก็จริง แต่ตัวเธอกับไม่ชอบยาจีนอะไรพวกนี้เลย กินทีไรเป็นต้องบ้วนทิ้งทุกที กินยายากมาก
“นี่! ยืนทำอะไรตรงนั้น”
“ว๊าย!...เฮียไท” จู่ๆเขาก็ทักขึ้นมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แล้วนี่โผล่มาจากตรงไหนก็ไม่รู้ทำเอาจีงตกอกตกใจหมด หญิงสาวรีบปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติโดยเร็วเมื่อรู้ว่าคนที่ทักเธอนั้นคือ ไท มือขวาของอาฉีและเขากำลังเดินกอดอกตรงมาหาเธอ
“ปะ เปล่าทำอะไรค่ะ จีงออกมารออยู่ข้างนอกเพราะคุณชายจางมาหาคุณหนูค่ะเฮียไท จีงไม่ได้ทำอะไรลับๆล่อๆเลยนะคะ” น้ำเสียงเธอดูลนลานและเธอมักจะเป็นแบบนี้ประจำเมื่อต้องคุยกับไท จีงกลัวเขาแต่ก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงกลัวไทนักหนา ทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยดุหรือทำอะไรใจร้ายกับเธอเลย ออกจะไม่ค่อยพูดกับเธอด้วยซ้ำ
ไท เป็นชายหนุ่มอายุ25ปี เขามีหน้าตาที่หล่อแบดๆนิดๆ อาจจะไม่หล่อเท่าอาฉีแต่ก็จัดว่าหน้าตาดีจนสาวๆต่างอยากเสนอตัวเป็นแฟนกันหลายคน ทว่ามาถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังโสดอยู่ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนครองหัวใจของเขา ไทมีรูปร่างดีมากเพราะต้องคอยดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากเป็นมือขวาของอาฉีสุขภาพที่ดีจึงสำคัญ
“ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย” ไทพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆแอบติดไปทางขบขันเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าตาเหมือนคนหวาดผวาของจีง หลายครั้งที่เขาต้องกลับไปส่องกระจกดูหน้าตาของตัวเอง ว่าหน้าตาของเขามันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ เวลาเจอกันเธอทำหน้าเหมือนเจอผีทุกที
“เฮียฉีรู้ว่าซ้อไม่ยอมกินข้าวกินยาก็เลยจะมาดูแลด้วยตัวเอง เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ไทพูดให้จีงคลายกังวล เขาไม่รู้หรอกว่าเธอกังวลเรื่องนี้อยู่หรือเปล่าเขาก็แค่ อยากบอกไว้
“ไปกับฉัน”
“ปะ ไปไหนคะ” จีงเอียงคอถามด้วยความสงสัย หัวคิ้วของเธอขมวดหากันทันทีเมื่อได้ยินที่เขาพูด ไปกับฉัน ไปไหน?
“ก็พาเธอไปกินข้าวไง”
“กินข้าว? เฮียไทจะพาจีงไปกินข้าวเหรอคะ” ถามออกไปอย่างประหลาดใจ เฮียไทจะพาไปกินข้าว จริงดิ! วันนี้ทำไมเขามาแนวใจดีจัง ปกติไม่เห็นจะพูดอะไรกับเธอเยอะขนาดนี้ หรือว่า...
“อ๋อ เฮียไทจะให้จีงไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้จะชวนเธอไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อน แต่ฉันจะพาเธอไปกินข้าวแล้วนั่งเป็นเพื่อนเธอ ก็เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรือไง”
“เฮียไทรู้ได้ไงคะ ว่าจีงยังไม่ได้กินข้าวเลย”
อย่ามาทำแบบนี้นะ เดี๋ยวหัวใจของหญิงสาวอย่างเธอหวั่นไหว เขายิ่งหล่อๆอยู่ด้วยแล้วมาทำตัวใจดี ดูเป็นห่วงแบบนี้ เธอกลัวใจจะไปแอบปลื้มเขาจัง
‘บ้าน่าจีง อย่าคิดเข้าข้างตัวเองสิ เฮียไทเขาแค่สงสาร’
“เธอเป็นคนช่างถามจังเลยนะจีง”
เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ไทเลยพึ่งรู้ว่าเธอก็เป็นคนช่างถามช่างสงสัยเหมือนกันนะ แต่เวลาทำหน้าสงสัยก็น่ารักดี ดูธรรมชาติดี
“ก็ซ้อไม่ยอมกินข้าวแล้วสาวใช้แสนซื่อสัตย์อย่างเธอก็คงไม่ยอมกินเหมือนกัน เจ้านายไม่กินเธอก็จะไม่กิน ฉันพูดถูกไหมล่ะ”
“...” จีงก้มหน้าหลบสายตาของไท ทุกคำที่เขาพูดออกมาถูกหมดทุกอย่าง เรื่องที่จะไม่กินข้าวถ้าคุณหนูยังไม่กิน อันนี้ไม่ได้มีใครมาบังคับเธอว่าห้ามกิน เธอสามารถกินได้ปกติแต่เธอไม่กินเอง ก็เธอคุณหนูจะอดเธอก็จะอดเป็นเพื่อนคุณหนูเอง
“หากรักเจ้านายจริง เธอต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้นะจีง ถ้าร่างกายของเธออ่อนแอแล้วเธอจะดูแลคุณหนูของตัวเองได้อย่างไง รักเจ้านายเป็นเรื่องดีแต่อย่าลืมรักตัวเองด้วย เข้าใจไหม”
“ขะ เข้าใจค่ะ ฮือ...”
จู่ๆก็เหมือนโดนพ่อสอน ทำให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเสียอย่างนั้น คำพูดของไทพูดดีจนเธอรู้สึกผิดไปเลย เขาพูดถูกเธอควรจะต้องดูแลตัวเองให้ดีสิจะได้แข็งแรงและดูแลคุณหนูได้ในเวลาที่คุณหนูไม่สบาย
“แล้วจะร้องไห้ทำไมเนี่ย ฉันไม่ได้ดุเธอ หยุดร้องแล้วไปกินข้าว เร็ว!” ไม่รอให้เธอตอบหรืออะไร ไทคว้าข้อมือเล็กแล้วพาจีงเดินไปทางที่จะไปห้องครัวทันที
‘เข้าใจอารมณ์ของเฮียฉีแล้วว่ารู้สึกอย่างไงตอนที่อยู่กับซ้อหมวย เฮ้อ ผู้หญิงเป็นอะไรที่เข้าใจยากที่สุดในโลก!!’
ขณะที่ไทกำลังพาจีงไปห้องครัวอยู่นั้นภายในห้องนอนของหมวยก็...
“รู้ว่าเฮียเป็นคนใจร้ายแต่หมวยก็ไม่เคยฟังคำพูดของเฮียเลย ไม่กลัวเฮีย แล้วพอถูกทำโทษก็มาว่าเฮียใจร้ายแทนที่จะโทษตัวเอง แบบนี้กักบริเวณคงเบาเกินไปจริงๆสินะ”
หม่าม้าหาลูกมาให้เขาชัดๆ ไม่ได้หาเมียมาให้หรอก ที่ผ่านมาก็ใจดีกับเธอมากแล้วนะ สงสัยต้องทำตัวใจร้ายจริงๆบ้างแล้วถึงจะได้รู้จักคำว่ากลัวเฮียจริงๆ
