บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 บทลงโทษ

บ้านตระกูลจาง

“อาฉี หม่าม้าว่าลูกทำแรงเกินไปแล้วนะ อาหมวยเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆต้องออกจากบ้านตัวเองมาอยู่บ้านเรา ลูกก็ควรจะใจดีกับน้องบ้างไม่ใช่ทำกับน้องเหมือนเป็นลูกน้องตัวเองคนหนึ่ง”

จาง อาฉี อายุ26ปี ลูกครึ่งไทย ฮ่องกง คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีในชื่อเฮียฉี เขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลจาง ตระกูลมาเฟียที่สืบทอดติดต่อกันมาหลายสิบปีและทรงอิทธิพลมาก ชื่อเสียงของตระกูลจางเป็นที่น่าเกรงขามของคนที่ทำธุรกิจสีเทาและร่วมถึงธุรกิจสีขาวอื่นๆด้วย

ไม่มีกลุ่มมาเฟียไหนอยากมีปัญหากับคนของตระกูลจาง หากเลี่ยงการปะทะได้ก็ควรเลี่ยงหรือไม่ก็พยายามเข้าหาเพื่อผูกมิตร เพราะการได้สนิทกับตระกูลนี้ก็เป็นใบเบิกทางให้ธุรกิจของตัวเองได้ดี

“ถ้าคิดจะมาอยู่ในฐานะเมียของผม หมวยก็ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีและน่าเคารพต่อลูกน้องด้วยครับม้า แต่นี่อะไร ผมพูดอะไร สั่งอะไรก็ทำตรงกันข้ามทุกอย่าง ถ้าไม่ให้ลงโทษกันบ้างหมวยจะยิ่งไม่เชื่อฟังผมมากกว่านี้นะครับ”

อาฉีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำเหมือนว่าเรื่องที่มารดาของเขากำลังไม่สบอารมณ์อยู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรด้วย และสิ่งที่เขาทำไปก็เพราะต้องการลงโทษคนดื้ออย่างหมวยบ้าง

หมวย หญิงสาวอายุ23ปี เธอเป็นลูกสาวจากครอบครัวนักธุรกิจค้าขายสมุนไพรจีนรายใหญ่ และบิดาของเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาอาฉีด้วย ที่สำคัญบิดาของหมวยคือผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือบิดาของเขาตอนที่ล้มป่วย

ตอนนั้นหากไม่ได้ผู้ชายคนนี้ไปกว้านหาสมุนไพรหายากที่เป็นส่วนประกอบสำคัญมารักษาบิดาของเขา อาฉีคงได้เสียบิดาของเขาไปตลอดกาลแล้ว และเพราะบุญคุณครั้งนั้นทำให้บิดาของเขาลั่นวาจาไป ว่าจะให้ลูกชายซึ้งก็คืออาฉีแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนสนิทคนนี้และจะดูแลเป็นอย่างดี

เพราะสัญญาครั้งนั้นเลยทำให้หมวยต้องมาอยู่ที่บ้านของเขาทันทีหลังเรียนจบ เพื่อให้เธอได้มีเวลาเรียนรู้ทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้และปรับตัวเข้ากับอาฉีก่อนจะแต่งงานกัน เพราะทั้งสองคนไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมาก่อน การที่จะให้แต่งงานเลยคงกะทันหันเกินไป บิดาของหมวยจึงขอให้ทั้งสองคนได้มีเวลาทำความรู้จักกันและกันสักหน่อยก่อน

“หม่าม้าเข้าใจแต่มันก็ใจร้ายเกินไปที่ลูกจะกักบริเวณให้น้องอยู่แต่ในห้องนอนตัวเองตั้งสามวัน ถึงอย่างไงหมวยก็คือเมียของลูกนะอาฉี อะไรที่ปล่อยผ่านได้ลูกก็ปล่อยผ่านให้น้องบ้างเถอะนะ”

“ไม่โหดเกินไปหรอกครับหม่าม้า ผมว่ายังเบาเกินไปด้วยซ้ำ ผมบอกว่าให้อยู่บ้านก็ยังแอบออกไปเที่ยวคนเดียวอีก ม้ารู้ไหม ถ้าวันนี้ผมไม่ให้ไทคอยแอบดูหมวยไว้ หมวยอาจจะเจ็บตัวมากกว่าแค่ข้อมือช้ำ ไอ้ห่าพวกนั้นมันคิดสกปรกกับหมวย แม่ง!”

อาฉีหลุดสบถคำหยาบออกมาเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าเขาไปถึงที่นั้นช้าอีกแค่นิดเดียวไอ้พวกนรกนั้นมันจะลวนลามเธอ มันคิดจะทำมากกว่าแค่จับข้อมือของเธอ

“ใจเย็นๆลูก ตอนนี้ก็ช่วยน้องได้แล้วและลูกก็จัดการพวกมันไปแล้วไม่ใช่เหรอ หมวยปลอดภัยหม่าม้าก็สบายใจแล้วป่านนี้ไม่รู้หมวยจะหายตกใจหรือยัง แต่ถึงอย่างไงก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีเรื่องกักบริเวณนี่” อ่าววกมาเรื่องนี้อีกนะหม่าม้า

หม่าม้ายังคงไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของอาฉี แต่ก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้ ตอนนี้อาฉีขึ้นมาดูแลกิจการทุกอย่างแทนบิดาเต็มตัวแล้ว นั่นทำให้อำนาจการตัดสินใจทั้งในบ้านและนอกบ้านขึ้นอยู่กับอาฉีคนเดียวทั้งหมด ส่วนบิดาตอนนี้ขอใช้ชีวิตหลังเกษียณงานเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดชื่อดังในประเทศฮ่องกง

“แค่กักบริเวณไม่ได้ให้อดข้าวอดน้ำสักหน่อย ไม่โหดหรอกครับม้า ถ้าแค่นี้ทนไม่ได้หม่าม้าก็หาเมียใหม่มาให้ผมแทนก็แล้วกัน”

ถ้าจะเป็นเมียอาฉีจะต้องอดทน แล้วเขาก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรกับเธอขนาดนั้น กักบริเวณจัดว่าเป็นการลงโทษที่เบามากๆเลยนะ ลูกน้องทุกคนรู้ดีว่าบทลงโทษของคนทำความผิดหนักขนาดไหนแต่เพราะเป็นเธอเขาถึงได้ทำโทษแค่นี้ โครตเบา!

‘ข้อมือก็เจ็บ ให้อยู่แต่ในห้องนั่นแหละดีแล้ว’

“แล้วถ้าหาเมียใหม่มาให้จริงๆ ลูกจะยอมให้หมวยกลับไปอยู่บ้านตัวเองเหมือนเดิมไหมล่ะ ถ้าลูกโอเคหม่าม้าก็จะหาเมียใหม่ให้” ทำมาเป็นปากเก่งนักดูสิจะตอบอย่างไง

“อย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เลยครับหม่าม้า ผมขี้เกียจมาเริ่มต้นใหม่ แค่กับหมวยที่อยู่บ้านเดียวกันมาหนึ่งปียังปรับตัวเข้าหากันไม่ค่อยได้เลย”

“พูดแบบนี้ยอมรับกับหม่าม้ามาเถอะว่าลูกรักหมวยบ้างแล้วใช่ไหม ถ้ารักกันก่อนถึงวันแต่งงานปีหน้าก็ถือว่าเป็นเรื่องดี”

“อย่าพึ่งพูดถึงเรื่องรักอะไรนี้เลยครับหม่าม้า เอาให้หมวยเลิกดื้อกับผมให้ได้ก่อนดีกว่า” ดูแลลูกน้องเป็นร้อยยังไม่เหนื่อยเท่าดูแลผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวเลย คิดแล้วก็เดินหนีมารดาออกมาดื้อๆดีกว่า ปล่อยให้คุณนายใหญ่ของบ้านยืนฮึดฮัดกับคำตอบที่ไม่ได้ดั่งใจไปคนเดียว

@ห้องนอนของหมวย

“โถๆคุณหนูของจีง ดูสิตาบวมไปหมดแล้วค่ะ หยุดร้องไห้ก่อนนะคะคุณหนู ที่คุณชายจางทำแบบนี้ก็เพราะคุณชายเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะคะ” (คุณชายจางคือ จาง อาฉี)

จีงสาวใช้คนสนิทของหมวยพยายามพูดปลอบคุณหนูอันเป็นที่รักของเธอพลางใช้ผ้าช่วยซับน้ำตาที่ยังไหลมาเป็นสายและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ เห็นเจ้านายของตัวเองร้องห่มร้องไห้แล้วอดสงสารไม่ได้ เจ้านายปวดใจบ่าวอย่างเธอก็ยิ่งปวดมากกว่า

จีงเป็นสาวใช้ที่คอยดูแลหมวยตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพวกเธอมีอายุที่ไล่เลี่ยกันมารดาของหมวยจึงอยากให้จีงคอยช่วยดูแลและเป็นเพื่อนให้กับลูกสาว

“เฮียใจร้าย เผด็จการ ฉันก็แค่หนีเที่ยวครั้งเดียวเองไม่เห็นต้องกักบริเวณกันแบบนี้เลย ให้ฉันอยู่แต่ในห้องนอนตั้งสามวันเลยนะจีง น่าเบื่อจะตาย ฮือๆ”

หมวยยังนอนคว่ำหน้าซุกกับหมอนบนเตียงของเธอ พูดไปก็ปล่อยโฮไป คิดน้อยใจคนที่บอกว่าจะทำโทษเธอสถานเบา แต่นี่อะไร การสั่งกักบริเวณมันไม่ถือว่าเบาเลยสำหรับหมวย เพราะเธอเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่แคบๆ

ห้องนอนที่อาฉีจัดให้เป็นห้องของเธอก็ไม่ได้เล็กอะไรนักหรอกแต่หมวยก็ไม่ได้พอใจที่จะอยู่แต่ในห้องอย่างเดียวอยู่ดี ชีวิตมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะจะให้มาอยู่แต่ในห้องได้อย่างไง

“คุณหนูอย่าพูดแบบนี้สิคะ ที่คุณชายจางสั่งกักบริเวณก็ถือว่าเบามากๆแล้วนะคะ คุณหนูอย่าโกรธเขาเลยนะ ลองคิดดูสิถ้าวันนี้คุณชายจางเข้าไปช่วยคุณหนูไว้ไม่ทัน ป่านนี้คุณหนูของจีงไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้แล้วเหรอคะ จีงอยากจะไปกราบขอบคุณคุณชายด้วยซ้ำที่เข้าไปช่วย ทำให้คุณหนูยังปลอดภัยไม่สูญเสียอะไรไป”

พูดไปก็พานน้ำตาคลอไปอีกคน จีงรักคุณหนูของเธอมากวันนี้เธอโกรธตัวเองนักที่ปล่อยให้หมวยออกไปเที่ยวข้างนอก ก็คุณหนูของเธอช่างแสบเหลือเกิน บอกว่าคุณชายจางให้ลูกน้องมารับตัวเองไปหาแต่ไม่ใช่เลย ความจริงคือคุณหนูโกหกแล้วแอบเรียกรถข้างนอกให้มารับแล้วไปนั่งดื่มคนเดียวที่ผับ โชคดีที่คุณชายจางคอยให้เฮียไทแอบดูแลหมวยอยู่ห่างๆทำให้เขาเข้าไปช่วยได้ทันและรีบแจ้งให้คุณชายจางมาที่ผับนั้นทันที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องนอนของหมวยดังขึ้น จีงจำต้องพักการปลอบประโลมคุณหนูของเธอแล้วเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาหาคุณหนูดึกดื่นป่านนี้

ทันทีที่เปิดประตูก็พบว่าคนที่มาเคาะประตูหน้าห้องนอนของคุณหนูของเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือเจ้าของบ้านนั้นเอง คุณชายจาง จีงรีบโค้งศีรษะให้อาฉี เปิดประตูกว้างขึ้นให้เขาเดินเข้ามาและเธอจะเดินกลับไปแจ้งคุณหนูว่าคุณชายจางมาหา แต่อาฉียกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ต้องเดินไปรายงานหมวย และโบกมือให้จีงรีบเดินออกจากห้องนอนไปเพราะเขาต้องการอยู่กับหมวยตามลำพัง

เมื่อเจ้าของบ้านต้องการแบบนี้สาวใช้อย่างเธอก็ต้องรีบเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูทันที โดยปกติแล้วเวลาที่อาฉีมาพบคุณหนูของเธอ จีงจะออกมานั่งรอข้างนอกห้องเพื่อไม่เป็นการรบกวนเจ้านายทั้งสองคนเผื่อเขามีเรื่องส่วนตัวจะคุยกัน และถ้าได้จู๋จี๋กันบ้างยิ่งดีใหญ่

ก็คุณชายจางเป็นผู้ชายที่ไม่โรแมนติกเอาสะเลย ออกจะเข้มงวดกับคุณหนูมากเกินไปด้วยซ้ำ ต่อให้ยังไม่ได้รู้สึกรักก็น่าจะใจดีกับคุณหนูของเธอสักนิดก็ยังดี เฮ้อเหนื่อยใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel