การกลับมา - 3
"มาแล้วเหรอ นั่งสิแม่ทำของโปรดไว้รอเราเพียบเลย" อริสา เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มละไม ขณะที่เธอกำลังช่วยแม่บ้านจัดวางถ้วยซุป
"โห... คุณแม่คะ จัดเต็มขนาดนี้ พิมพ์คงต้องอยู่ออกกำลังกายที่ไทยยาว ๆ เลยนะคะเนี่ย" พิมพ์ชนกแสร้งทำเป็นกระเซ้าเย้าแหม่มมารดา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
"กินเยอะ ๆ เถอะลูก ไปอยู่ที่โน่นตั้งนาน พ่อว่าเราดูซูบไปนะ" สุวิทย์ ที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นพลางตักอาหารให้ลูกสาว แววตาของท่านเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นลูกสาวเติบโตขึ้นอย่างสง่างาม
“ไม่ซูบหรอกค่ะพ่อ หุ่นนี้กำลังดีเลยนะคะ พิมพ์อุตส่าห์คุมแทบตายที่เมืองนอก” พิมพ์ชนกตอบพลางยิ้มตาหยีให้บิดา พร้อมกับตักอาหารเข้าปากคำโตเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอพร้อมจัดการของอร่อยฝีมือแม่เต็มที่
“ลูกคนนี้...” สุวิทย์ หัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นเขี้ยว แววตาที่มองลูกสาวมีแต่ความอาทร “เถียงเก่งขึ้นเยอะเลยนะเราน่ะ กลับมาก็ดีแล้ว พ่อจะได้มีคนช่วยรับมือกับแม่เขาบ้าง”
“อ้าว คุณวิทย์คะ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ” อริสา แกล้งค้อนวงใหญ่ใส่สามี ก่อนจะหันมาตักแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายของโปรดวางลงบนจานลูกสาว “ไม่ต้องไปฟังพ่อเขาเลยลูก กินนี่ดีกว่า ของโปรดเราทั้งนั้น แม่ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่ พิมพ์จะทานให้เกลี้ยงโต๊ะเลยค่ะ”
เสียงพูดคุยและเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ทำให้บรรยากาศในห้องอาหารที่เคยเงียบเหงามานานหลายปีกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พิมพ์ชนกรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน ความรักจากพ่อและแม่เหมือนน้ำเย็นที่ชโลมใจที่เคยแห้งผากของเธอ
“ว่าแต่คุณพ่อมีธุระสำคัญอะไรจะคุยกับพิมพ์คะ ถึงต้องให้พิมพ์กลับมาฟังที่ไทยเลย” เธอวางช้อนลงครู่หนึ่งแล้วแกล้งเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
สุวิทย์ แกล้งวางสีหน้าเรียบตึง วางช้อนลงบ้างพลางมองลูกสาวตัวดี “กลับมาถึงก็ถามเข้าเรื่องเลยนะ พูดเหมือนกับว่าเราไม่อยากจะกลับบ้านกลับช่องมาหาพ่อหาแม่เลยอย่างนั้นแหละ”
“ไม่ใช่นะคะคุณพ่อ อย่าน้อยใจสิคะ พิมพ์ก็แค่... อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า พิมพ์จะได้เตรียมตัวรับใช้คุณพ่อได้ถูกไงคะ” พิมพ์ชนกขยับเข้าไปสวมกอดแขนบิดาพลางซบหน้าลงที่ไหล่หนาอย่างประจบ
“ไม่ให้พ่อเขาน้อยใจได้ไงล่ะลูก เขามีลูกสาวแค่คนเดียว” อริสา เอ่ยสมทบด้วยรอยยิ้มละไม ขณะตักขนมหวานใส่ถ้วยให้ลูกสาว “พอรู้ว่าหนูจะกลับมา พ่อเขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยนะ ลูกไปอยู่ที่นั่นตั้งเจ็ดปี ไม่เคยคิดจะกลับมาพักสักครั้ง” อริสา เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อที่เจือความเอ็นดู ขณะที่มือก็ยังคงสาละวนกับการจัดการอาหารให้ลูกสาว
พิมพ์ชนก คลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างประจบ แววตาซุกซนเหมือนสมัยยังเป็นเด็กสาวขี้อ้อนฉายชัดขึ้นมาทับลุคสาวมั่นเมืองนอกจนหมดสิ้น เธอขยับเข้าไปกอดแขนคุณพ่อแน่นขึ้นกว่าเดิม
“พิมพ์ขอโทษค่ะคุณแม่... พิมพ์รู้ค่ะว่าพิมพ์ผิดที่ปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่เหงา แต่ที่พิมพ์ไม่ยอมกลับมาพักเลย ก็เพราะพิมพ์อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อเห็นไงคะว่าพิมพ์ดูแลตัวเองได้”
เธอช้อนสายตามองผู้เป็นบิดาอย่างออดอ้อนพลางถูแก้มไปกับไหล่ของท่าน “กลับมาคราวนี้ พิมพ์จะอยู่ให้คุณพ่อบ่นจนเบื่อไปเลยค่ะ ดีไหมคะ”
สุวิทย์ ที่ตอนแรกพยายามทำหน้านิ่ง ถึงกับหลุดยิ้มออกมาอย่างผู้แพ้ ท่านยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความรักสุดหัวใจ “ให้มันจริงเถอะ อย่าให้พ่อเห็นว่าแอบไปจองตั๋วเครื่องบินหนีกลับไปอีกนะ พ่อไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”
“ไม่มีทางแน่นอนค่ะ!” พิมพ์ชนกหัวเราะร่า ก่อนจะผละออกไปรับถ้วยขนมหวานจากมารดา
“หรือว่าที่ไม่อยากกลับมานี่ เป็นเพราะมีหนุ่มรออยู่ที่นั่นหรือเปล่าลูก” อริสา แกล้งถามพลางหรี่ตามองลูกสาวอย่างจับสังเกต “ไปอยู่ตั้งนานสองนาน มีหนุ่มตาน้ำข้าวมาจีบบ้างไหมเนี่ย”
