บท
ตั้งค่า

การกลับมา - 2

คำถามซื่อ ๆ จากสมหมายทำเอาบรรยากาศภายในรถเงียบลงไปถนัดตา พิมพ์ชนกชะงักไปครู่หนึ่ง มือบางที่วางอยู่บนกระเป๋าหรูขยับปลายนิ้ววนไปมาอย่างใช้ความคิด เธอรู้ดีว่าที่ลุงหมายถามแบบนี้ เพราะวันนั้นลุงหมายคือคนที่เห็นเธอร้องไห้หนักที่สุดตอนที่ไปส่งเธอที่สนามบินเมื่อเจ็ดปีก่อน

พิมพ์ชนกระบายลมหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความนัย

“ที่พิมพ์ยอมกลับมาคราวนี้ ก็เพราะคุณพ่อกับคุณแม่บอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วยน่ะค่ะ ท่านไม่ยอมบอกรายละเอียดอะไรเลย คะยั้นคะยอให้พิมพ์กลับมาอย่างเดียว... ที่จริง ถ้าถามความรู้สึกจริงๆ ของพิมพ์ ลุงหมายก็คงพอดูออกนะคะว่าพิมพ์ไม่ได้อยากกลับมาที่นี่เท่าไหร่นัก”

หญิงสาวนิ่งไปชั่วอึดใจ สายตาทอดมองไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย

“ถ้าคุยธุระเสร็จ หรือเคลียร์เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการได้เรียบร้อยแล้ว พิมพ์ก็คงจะกลับต่างประเทศทันทีค่ะ พิมพ์คงไม่อยู่ที่นี่นานเกินความจำเป็นหรอก”

คำตอบที่เด็ดขาดนั้นทำเอาสมหมายลอบถอนหายใจด้วยความลำบากใจ เพราะรู้ดีว่า ‘เรื่องสำคัญ’ ของนายท่านและคุณหญิงอาจจะทำให้คุณหนูของเขาต้องอยู่นานกว่าที่คิด และเรื่องนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของชายหนุ่มที่เคยเป็นต้นเหตุให้เธอต้องหนีไป

รถค่อย ๆ ชะลอจอดหน้ามุขคฤหาสน์ตระกูลสุวรรณภักดี พิมพ์ชนกขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่ สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ

เธอยืนนิ่งมองประตูไม้สักบานใหญ่ครู่หนึ่ง บ้านที่เธอเคยรู้สึกว่ามันคือโลกทั้งใบ บัดนี้กลับดูโอ่อ่าและน่าประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

"ยัยพิมพ์! ลูกแม่!"

เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความดีใจดังมาจากหน้าประตู อริสาในชุดผ้าไหมสีหวานรีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาลูกสาว พิมพ์ชนกถอดแว่นกันแดดออกทันทีเผยให้เห็นดวงตาที่เริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคิดถึง เธอก้าวเข้าไปสวมกอดมารดาแน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยของคุณแม่คือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายไปเป็นปลิดทิ้ง

"พิมพ์กลับมาแล้วค่ะคุณแม่... พิมพ์คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย" เธอกระซิบข้างหูมารดาอย่างออดอ้อน

"พ่อก็ยืนอยู่ตรงนี้นะ ยัยพิมพ์ไม่คิดถึงพ่อบ้างหรือไง" สุวิทย์ที่เดินตามออกมาติด ๆ เอ่ยหยอกเย้าลูกสาวด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ พิมพ์ชนกผละจากอ้อมกอดของมารดาแล้วเข้าไปกราบที่อกของผู้เป็นบิดาอย่างนอบน้อม

"คิดถึงสิคะคุณพ่อ พิมพ์กลับมาคราวนี้จะกอดคุณพ่อให้หายคิดถึงเลยค่ะ"

“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกันนะ ยัยลูกคนนี้” สุวิทย์ หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี มือหนาลูบศีรษะลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างแสนรักแสนหวง “เอาล่ะ... ไปเข้าบ้านกันเถอะ ยืนคุยข้างนอกนาน ๆ เดี๋ยวผิวสวย ๆ จะเสียหมด”

สุวิทย์หันไปสั่งงานคนขับรถคู่ใจที่ยืนรออยู่ไม่ไกล “ลุงหมาย... เอาของไปเก็บที่ห้องคุณหนูนะ เดี๋ยวที่เหลือให้พวกแม่บ้านจัดการต่อ”

“ครับนายท่าน” สมหมายรับคำอย่างขันแข็ง ก่อนจะจัดการขนกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมหลายใบเข้าไปในตัวคฤหาสน์

พิมพ์ชนกเดินขนาบข้างบิดาและมารดา เข้าสู่โถงบ้านที่สูงตระหง่าน กลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านสุวรรณภักดีโชยมาแตะจมูก พื้นหินอ่อนขัดเงาวับและเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ชุดเดิมยังคงวางอยู่ที่เดิม

“ไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนเถอะลูก เดี๋ยวแม่เตรียมของโปรดของเราไว้รอ ลงมาเร็ว ๆ ล่ะ” อริสาเอ่ยพลางลูบหลังมือลูกสาวเบา ๆ ขณะที่เดินมาส่งเธอที่เชิงบันไดวน

“ได้เลยค่ะแม่ เตรียมไว้เยอะๆ เลยนะคะ พิมพ์คิดถึงฝีมือแม่ที่สุดในโลกเลย”

พิมพ์ชนกตอบพลางทำทะเล้นใส่บิดามารดาเหมือนที่เคยทำตอนเด็ก ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ อริสา และ สุวิทย์ มองตามหลังลูกสาวคนเดียวไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู

หลังจากชำระล้างความเหนื่อยล้า พิมพ์ชนกเลือกหยิบชุดเดรสสีครีมยาวคลุมเข่า เนื้อผ้าชีฟองพริ้วไหวดูนุ่มนวลและน่ารัก ตัดกับภาพลักษณ์นางพญาที่สนามบินเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เธอบรรจงปัดแก้มด้วยสีชมพูระเรื่อให้ดูสดใส ก่อนจะก้าวเท้าลงบันไดมายังห้องอาหารด้วยจังหวะที่ผ่อนคลายขึ้น

กลิ่นหอมของอาหารไทยโชยมาแตะจมูกทันทีที่เธอเดินเข้าใกล้ห้องโถงใหญ่ บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดถูกจัดวางด้วยเมนูโปรดที่เธอโหยหามาตลอดหลายปี ทั้งแกงเขียวหวานกลิ่นหอมกรุ่น แกงส้มชะอมกุ้ง และน้ำพริกลงเรือที่จัดจานมาอย่างประณีต

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel