ร้านผ้าของบ้านรอง
ร้านผ้าของบ้านรอง จะเปิดตัวแบบชุดใหม่ในวันนี้ ตัวเอกของเรื่องอย่างจินหร่วนย่อมจะต้องไปปรากฏตัวเพื่อรอรับคำชื่นชมของฮูหยินและคุณหนู
ปัง ปัง ปัง เมื่อเสียงประทัดดังขึ้น ร่างเล็กของจินหร่วนก็เดินยิ้มหวานมาอยู่ต่อหน้าทุกคน คุณหนูที่เป็นสหายของนางที่ถูกเชิญมาในวันนี้ ต่างอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นชุดแบบใหม่ที่จินหร่วนนางพูดอวดไว้เมื่อสองสามวันก่อนใจแทบขาด จึงได้เร่งนางให้รีบไปนำชุดออกมาอวด
จินหร่วนย่อมทำตามด้วยความยินดี คนงานในร้านยกหุ่นชุดที่สวมใส่เสื้อผ้าเอาไว้เรียบร้อยแล้วห้าชุดออกมา หุ่นไม้นางก็สั่งให้ทำขึ้นเลียนแบบหุ่นไม้ของมู่เฟยหยาอีกด้วย เพียงแต่หุ่นไม้ในยามนี้มีมาหลายเดือนแล้ว ร้านอื่นก็เริ่มมีกันบ้างแล้ว จึงไม่แปลกหากร้านของจินหร่วนนางจะมี แต่ที่มันแปลกคือ...ชุดทั้งห้าแบบที่อยู่ในตัวหุ่นไม้ เหมือนกับร้านผ้าของตระกูลมู่ไม่มีผิดเพี้ยน
“เอ๊ะ!!!”
“...” เสียงรอบข้างเงียบสนิททันที ทุกสายตามองไปที่หุ่นไม้ทั้งห้าตัวสลับกับจินหร่วนอย่างไม่อยากเชื่อ บางคนปิดบังแววตาดูแคลนเอาไว้ไม่มิด จนจินหร่วนใจกระตุกจนต้องเอ่ยถามออกไป
“มีอันใดหรือ พวกเจ้าตกตะลึงกับแบบชุดใหม่ของข้าหรือ” นางยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เมื่อคิดไปว่าทุกคนคงตะลึงกับความสามารถของนาง
“คุณหนูรองชุย แบบชุดพวกนี้เจ้าคิดเองหรือ” ฮูหยินท่านหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา
“ใช่แล้ว เจ้าคิดเองจริงหรือ”
“ทำไมเหมือนกันนักเล่า”
เมื่อมีหนึ่งคนเอ่ยขึ้นมา คนอื่นย่อมเอ่ยขึ้นมาต่ออย่างไม่จบสิ้น จินหร่วนยังไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น หรือว่าพวกนางสงสัยความสามารถของตนจึงได้ตอบรับไปเสียงดัง “ใช่ ข้าเป็นคนร่างแบบออกมาเอง” นางยังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างโอ้อวดอีกด้วย
สหายบางคนของจินหร่วนที่ทนมองไม่ได้ก็เลยดึงนางเข้าไปกระซิบบอกเสียงเบา “อาหร่วนเจ้าไม่รู้หรือว่าร้านผ้าตระกูลมู่เพิ่งเปิดตัวชุดใหม่ไปเมื่อวาน”
คิ้วของจินหร่วนขมวดอย่างไม่เข้าใจ ต่อให้ร้านผ้าตระกูลมู่เปิดตัว ก็คงไม่ใช่แบบเดียวกับของนางแน่ “ข้าไม่รู้ มีเรื่องใดหรือไม่”
“ก็แบบชุดของเจ้า ทั้งการจับคู่สีผ้าเหมือนกับร้านผ้าตระกูลมู่ไม่มีผิด ไม่เชื่อเจ้าก็ส่งคนไปตรวจสอบได้”
จินหร่วนตกใจจนหน้าถอดสี นางเพิ่งจะสังเกตดีๆ ว่าคนที่เข้ามาร่วมชมผ้าในร้านของนาง ต่างมองนางด้วยสีหน้ารังเกียจ บางคนยังอมยิ้มมองดูเรื่องตลกของนางอีกด้วย
“จะ จะ เป็นไปได้อย่างไร” นางลนลานจนทำสิ่งใดไม่ถูก แต่ก่อนที่นางจะหมุนตัวหนีหลบไปคิดทบทวนเรื่องราวอยู่ด้านหลังร้าน สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาเชิญนางบอกว่ามีคนต้องการจะพบอยู่ที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม
พอจินหร่วนเงยหน้าขึ้นไปมองตามทิศที่สาวใช้คนนั้นส่งสายตา ขาของนางก็แทบทรงตัวไม่อยู่ สาวใช้คนนั้นทำทีเป็นเข้ามาประคองนางก่อนจะพาเดินเลี่ยงไปที่โรงน้ำชาโดยไม่ทันให้นางเอ่ยปฏิเสธ
มู่เฟยหยา จับตามองตั้งแต่จินหร่วนเดินลงมาจากรถม้าแล้ว นางยังจดจำรอยยิ้มโอ้อวดของจินหร่วนได้เป็นอย่างดี ที่ต้องการเรียกมาถามก็เพื่ออยากจะรู้ว่า วิญญาณในร่างของจินหร่วนมาจากยุคเดียวกันกับนางหรือไม่ แต่หากไม่ใช่นางจะรู้แบบเสื้อผ้าที่ผสมผสานกับยุคสมัยใหม่เช่นนี้ได้อย่างไร
“คารวะคุณหนูห้ามู่เจ้าค่ะ” เสียงของจินหร่วนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เจ้าของแบบชุดอยู่ตรงหน้านาง จะไม่ให้นางหวาดกลัวได้อย่างไร อีกทั้งอำนาจของตระกูลมู่ ตระกูลสายรองที่ไม่มีอำนาจเช่นบิดานางไม่มีทางจะต่อกรได้แน่
ต่อไปมู่เฟยหยาผู้นี้ก็คือฮองเฮาที่จะได้อยู่เหนือสตรีทุกคนในแคว้น ความโหดเหี้ยมของนางที่ลงมือทำร้ายเหล่าสนมของฮ่องเต้เรียกได้ว่าไม่เกรงกลัวฟ้าฝนพิโรธเลย วังหลังน้อยนักที่จะมีพระโอรสเหลือรอดชีวิตมาต่อสู้กับพระโอรสของนาง
“นั่งเถิด ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าอีกเยอะเลย” นางยิ้มเย็นบอกจินหร่วนที่ตัวสั่นอย่างชอบใจ “เจ้ามาจากที่ใด ปักกิ่ง หรือว่าเซี่ยงไฮ้” สิ้นคำของมู่เฟยหยาใบหน้าของจินหร่วนก็มึนงงไม่เข้าใจ
มู่เฟยหยารู้ได้ทันทีว่านางคงไม่รู้ถึงชื่อเมืองทั้งสองแห่งที่พูดออกมา จึงได้เปลี่ยนคำถามใหม่เสีย “เจ้าได้แบบร่างมาจากที่ใด” แววตาคมกริบราวมีดจ้องมองจินหร่วนอย่างค้นหา ทำให้นางอดที่จะสะดุ้งตัวโยนไม่ได้
“มะ มี มีสาวใช้คนหนึ่งในจวนของข้า นางถูกโบยจนเกือบตายพอฟื้นขึ้นมา นางก็ขอใช้แบบร่างชุดทั้งห้าแบบเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนางออกจากจวน ท่านแม่ข้าเห็นว่าแบบน่าสนใจจึงได้ยอมเลือกเปลี่ยนกับนาง”
“อ้อ...” มู่เฟยหยาลากเสียงยาว นางไม่เชื่อทั้งหมดที่จินหร่วนพูด ต่อให้มีอีกวิญญาณทะลุมิติมาก็ไม่มีทางจะจับคู่สีของผ้าเช่นเดียวกับนางโดยบังเอิญเช่นนี้ “แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใด”
“ตะ ตายแล้ว ท่านแม่ข้าไม่วางใจกลัวว่านางจะนำแบบผ้าไปขายให้ผู้อื่น จึงได้จัดการนางเสีย” จินหร่วนเมื่อโกหกไปแล้วก็ต้องหาทางไปต่อให้ได้ อย่างไรวิญญาณของนางก็ไม่ใช่เด็กน้อยวัยสิบหนาว ย่อมจะมีความคิดอ่านมากกว่าร่างเด็กในตอนนี้ของนาง
“ข้าจะยอมเชื่อเจ้าสักหน แต่ว่า...เจ้าคงไม่ทำให้ข้าประหลาดใจเพิ่มแล้วกระมัง” สายตาของนางมองข่มขู่จินหร่วนแล้วจะให้นางไม่พยักหน้ารับได้อย่างไร
“ข้าไม่กล้าแล้ว” นางก้มหน้าลงอย่างแค้นใจ ต่อให้มีใจอยากสู้ก็ไม่อาจต่อต้านได้
“ไปเถิด”
มู่เฟยหยายกชาขึ้นดื่มเป็นการส่งแขก นางเองก็มีความลับที่ไม่อาจบอกผู้ใดได้ หากบีบคั้นจินหร่วนมากเกินไปก็จะกลายเป็นถูกผู้อื่นจับผิดเรื่องของตนได้ นางยังมีงานใหญ่รออยู่ด้านหลัง รอให้ได้สมปรารถนาค่อยตามเก็บกวาดก็ยังไม่สาย ยามนี้ไม่ควรเอาชื่อเสียงที่ดีงามไปแลกกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
จินหร่วนเองก็ไม่คิดว่าชุดที่ร้านของมู่เฟยหยาจะเป็นแบบชุดใหม่ และยังรู้เรื่องที่นางขโมยผลงานด้วย ครั้งนี้นางเพียงแค่ถูกข่มขู่แต่ครั้งหน้าผู้ใดจะรับประกันได้ว่านางจะไม่ถูกฆ่าทิ้ง จินหร่วนต้องยอมให้ชื่อเสียงของนางเสียหาย ถูกสหายและคุณหนูในเมืองหลวงนินทาว่านางลอกเลียนแบบผลงานของมู่เฟยหยามาเป็นของตนเอง
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดถูกถ่ายทอดให้ชุยจิ้นและจินหว่านรับรู้แล้ว ทั้งยังเรื่องที่จินหร่วนถูกมู่เฟยหยาไปพูดคุยอีกด้วย ก็ไม่ต่างจากที่สองพี่น้องคิดเอาไว้ เพียงแต่แปลกใจที่มู่เฟยหยาไม่ลงมือจัดการจินหร่วนเลย
“ไม่แปลก นางต้องการชื่อเสียงที่ดีงาม ย่อมไม่ทำอันใดน้องหญิงรองในตอนนี้”
“พี่ก็คิดเช่นเจ้า อีกไม่กี่เดือนนางจะแต่งให้องค์ชายใหญ่แล้ว ต่อไปน้องหญิงรองคงไม่กล้าลงมือทำสิ่งใดอีก”
“คงได้สงบไปอีกนาน”
จินหว่านมองหน้าที่ชายของนางอย่างใคร่ครวญ แต่คิดว่าเรื่องของพี่ชายอีกนานกว่าจะเกิดขึ้นจึงไม่ได้เตือนให้เขาระวังตัวไว้ อีกอย่างยามนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ด้วยมีเรื่องของฟู่ซื่อเข้ามาเป็นตัวแปร หวงซื่อคงไม่กล้าพาหลานสาวมาจับบิดานางอีกแน่
