ตอนที่ 3[โดนสาวสวน]
ของเล่นชัชรัณ
ตอนที่3
[โดนสาวสวน]
ด้านตึกวิศวะ
“เป็นไงมึง ทำหน้าเหมือนหมาปวดขี้แบบนี้ แสดงว่าโดนปฏิเสธมาดิ๊” เสียงทุ้มห้าวของ ชัชรัณหนุ่มหล่อขั้นเทพในกลุ่มวิศวะช่างกล เลิกคิ้วถามเพื่อนชายอย่างรู้ทัน
“เอ่อดิ! น้องปฏิเสธไม่เหลือเยื่อใย กูนี้ หน้าแหกยับ” ‘เรย์’ เอ่ยเสียงอ่อย เขาเป็นหนุ่มที่มีนิสัยค่อนข้างสุภาพกว่าใครในกลุ่ม เวลาเพื่อนอยากเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับสาวคนไหน เป็นต้องส่งเรย์ไปทุกที
“ฮ่า ๆ กูว่าแล้วไอ้ชัชเสือกส่งไอ้เรย์ไป…กี่ครั้งแล้วที่มันกลับมาแบบหมาหงอย” ‘ลีออน’ หัวเราะร่วนจนท้องแข็ง!
“ไอ้สัส! ลี ปากดีเกิ๊น ไอ้ชัชคราหน้า มึงก็ส่งไอ้ลีไปมั่งดิวะ” เรย์ไล่แตะก้นลีออนอย่างหัวเสีย
“เอ่อ พวกมึงหยุดเถียงกันก่อน กูปวดหัวว่ะ” ชัชรัณบ่นอย่างหงุดหงิด
“ไม่น่าเชื่อว่า คนอย่างไอ้ชัชจะถูกสาวเมิน” จู่ ๆ ลีออนคนปากไวสุดในกลุ่ม ก็โพล่งขึ้น
“นั่นสิ! ระดับชัชรัณ ต้องมาง้อผู้หญิงด้วยเหรอวะ” จู่ ๆ เสียงห้าวของ ‘ธามไทน์’ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาก็ทะลุกลางปล้อง
“มึงเงียบปากไปเลยสัส!” ชัชรัณตวาดเสียงดุ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นก้าวออกไป ทำให้เพื่อน ๆ รีบก้าวตาม เพราะรู้ว่าเพื่อนไม่เคยเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน
แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านพุ่มไม้ใบหนาลงมาทาบทับร่างของสามสาว ที่กำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ลูกหว้าหยิบตำราเรียนขึ้นมาเปิดอ่านทบทวนฆ่าเวลา ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแรงกดดันมหาศาลบางอย่างได้เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงมายังจุดที่พวกเธอนั่งอยู่
“นึกว่าใคร... ที่แท้ก็นางเอกโฆษณาผู้รักเรียนนี่เอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นเหนือศีรษะ ลูกหว้าชะงักปลายนิ้วที่กำลังเปิดหน้ากระดาษ เธอจำน้ำเสียงเย็นชานี้ได้แม่นยำ จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียง ร่างสูงโปร่งของ ชัชรัณ ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาขับเน้นโครงหน้าคมสันที่หล่อเหลาสะอาดตาของเขาให้ดูราวกับรูปสลักชั้นดี ผิวพรรณของเขาดูดีอย่างคนที่ไม่เคยตรากตรำทำงานหนัก ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกกึ่งขบขันกึ่งดูแคลน
ข้างกายเขามี เรย์ ชายหนุ่มหน้าตาดี ที่เพิ่งโดนลูกหว้าปฏิเสธการขอไลน์ไปเมื่อครู่ เรย์ยักไหล่พลางส่งยิ้มกวนประสาทให้กลุ่มเพื่อนของลูกหว้า ในขณะที่ ลีออน และ ธามไทน์ ยืนซ้อนหลังอยู่ด้วยท่าทางสง่างามราวกับนายแบบบนแคตวอล์ก รัศมีของความรวยและอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บริเวณรอบข้างดูอึดอัดขึ้นมาทันตา
“เมื่อกี้... เพื่อนฉันบอกว่าเธอปฏิเสธไลน์กลุ่มเรางั้นเหรอ” ชัชรัณก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเงาของร่างสูงใหญ่ทาบทับตัวลูกหว้าจนมิด
“รู้ไหมว่ามีผู้หญิงกี่คน ในมหา'ลัยนี้ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ในสายตาพวกเรา” ชัชรัณว่าต่อ
ลูกหว้าถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปิดตำราเรียนเสียงดังปึก เธอหยัดกายลุกขึ้นยืนประจันหน้า แม้ส่วนสูงจะต่างกันจนหน้าผากเธออยู่เพียงระดับแผงอกกว้างของเขา แต่แววตาของเธอกลับนิ่งสนิท
“แล้วรุ่นพี่รู้ไหมคะว่ามีผู้หญิงอีกกี่คน ที่เขาไม่ได้มองผู้ชายแค่ที่เปลือกนอก... เราบอกเพื่อนรุ่นพี่ไปชัดเจนแล้วนะคะ ว่าเรามาเรียน ไม่ได้มาแจกไลน์ใคร”
“หึ... ปากดี” ชัชรัณแค่นยิ้มเย็น สายตาคมกริบกวาดมองเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งที่พาดอยู่บนม้านั่ง และกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของเธอ
“ทำตัวเข้าถึงยากเพื่อปั่นราคาหรือเปล่า ชุดนักศึกษากับมอเตอร์ไซค์คันเล็ก ๆ นั่น... เลิกแสดงละครเถอะ ฉันรู้ว่าคนอย่างเธอต้องการเงิน และเงินของฉันก็ซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรี ที่เธอกำลังพยายามรักษาอยู่ตอนนี้” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเหยียด
คำพูดถากถางนั้นทำให้โมเมและปังปอนด์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แต่ลูกหว้ากลับรู้สึกโกรธจนตัวสั่น เธอไม่ได้โกรธที่เขาดูถูกความจนของเธอ แต่โกรธที่เขาคิดว่าเงินคือพระเจ้า ที่ซื้อความเป็นคนได้ทุกอย่าง
“เงินของรุ่นพี่อาจจะซื้อโชว์รูมรถหรูหรือไนต์คลับได้นะคะ” ลูกหว้าเอ่ยเสียงสั่นด้วยแรงอารมณ์แต่ยังคงความชัดเจน
“แต่เสียใจด้วยค่ะ... เงินของรุ่นพี่ซื้อคนอย่าง ‘ลูกหว้า’ ไม่ได้ และช่วยถอยออกไปไกล ๆ ด้วยค่ะ กลิ่นความเย่อหยิ่งของรุ่นพี่มันทำให้อากาศแถวนี้มันเสีย”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที ลีออนถึงกับต้องผิวปากออกมาเบา ๆ ด้วยความทึ่ง ในขณะที่ธามไทน์ขมวดคิ้วมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ชัชรัณนิ่งงันไปชั่วครู่ ใบหน้าคมสันดูเคร่งขรึมขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูกหว้า ราวกับจะเผาไหม้เธอด้วยโทสะ
“จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะชนันญา…” ชัชรัณโน้มตัวลงมาหาเธอจนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคนตัวเล็ก
“แล้วเราจะได้เห็นกันว่า ศักดิ์ศรีที่เธอภาคภูมิใจนักหนา มันจะทนแรงเสียดทานจากโลกของฉันได้นานแค่ไหน”
เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปพร้อมกับแก็งเพื่อน ทิ้งให้ลูกหว้ายืนกำหมัดแน่น ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่เริ่มกระซิบกระซาบกันถึงการปะทะกันของ ‘นางแบบดาวรุ่ง’ กับ ‘ทายาทมหาเศรษฐี’ แห่งคณะวิศวะ
ชัชรัณกับเพื่อน ๆ เดินมานั่งลงที่โต๊ะประจำ ทว่าเขาเพิ่งจะนั่งได้เพียงครู่ ก็ลุกขึ้นพรวดพราดอีกรอบ
“ไอ้ชัช มึงจะไปไหน” ลีออนถาม
“ไปขี้ หรือมึงจะตามไปแดกขี้กู” เสียงทุ้มห้าวดุดัน ก่อนจะก้าวดุ่ม ๆ ออกไป ทิ้งให้เพื่อนชายได้แต่กลอกตามองบน ร่างสูงกำยำมาหยุดยืนพิงผนังห้องน้ำ มือเรียวคีบบุหรี่อัดควันเข้าปอดควันโขมง ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเจ้าปั้นแต่ง สีหน้าเรียบตึง ดวงตาคมกริบฉายแววมุ่งมั่น คนอย่างชัชรัณเคยมีผู้หญิงปฏิเสธด้วยเหรอ เขาเป็นหนุ่มฮอตที่มีสาวงามรายล้อมระดับนางแบบ สาวไฮโซเกรดพรีเมี่ยม ที่ต่างเสนอตัวอยากขึ้นเตียงกับเขา… แล้วยัยเด็กนั่นเป็นใคร ถึงกล้าปฏิเสธ! ชัชรัณกำหมัดแน่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ ยัยตัวแสบสักวันต้องเจอดีแน่
ชัชรัณเป็นทายาทคนโตของตระกูลอัครโชติรักษ์ ที่ร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาเป็นพี่ชายคนโตอายุ 22ปี เรียนอยู่คณะวิศวะช่างกล ส่วนน้องสาวสุดที่รักกำลังศึกษาอยู่ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ เพราะเธอชื่นชอบในการแสดง แตกต่างจากพ่อและพี่ชายอย่างสุดขั้ว
ชัชรัณเติบโตมากับครอบครัว ที่ทำธุรกิจส่วนตัวมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก คลุกคลีอยู่กับพ่อที่เก่งด้านบริหารและขับเคลื่อนธุรกิจจนเติบโตมากับมือ จนมีชื่อเสียง เงินทองมากมาย ทำให้ชัชรัณได้เลือดพ่อมาเต็ม ๆ เขากล้าลงทุนเปิดไนต์คลับหรูในวัยที่น้อยสุด ตอนอายุ 19ปี เขาสร้างมันมากับมือจนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีผลกำไรต่อเดือนอย่างมหาศาล
ชัชรัณยังมีความชอบและโปรดปรานรถหรูอีกด้วย จึงทำให้เขามีรถหรูครอบครองอยู่หลายคัน จนกระทั่งลงทุนเปิดโชว์รูมรถหรูขึ้นมา จุดการเป็นผู้บริหารที่เก่งกาจ และโดดเด่นของเขา ทำให้เป็นที่หมายตาของสาว ๆ มากมาย และเขาเองยังครองสถานะโสด จึงไม่แปลกที่จะเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ พอ ๆ กับเปลี่ยนถุงเท้า
ขณะที่ร่างสูงกำลังยืนอัดบุหรี่เข้าปอด สายตาคมกริบเหลือบไปเห็น ร่างนักศึกษาสาวคนหนึ่งกำลังก้าวฉับ ๆ ไปทางห้องน้ำหญิงหลังตึกคณะบริหารธุรกิจ เขารู้สึกคุ้น ๆ จึงโยนก้นบุหรี่ลงพื้น แล้วยกปลายรองเท้าขยี้มันจนดับ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ตามร่างนั้นไป
ลูกหว้าก้าวเข้ามาในห้องน้ำ ด้วยใบหน้าซีดเผือด เมื่อรู้สึกปวดท้องมาก จนต้องขอเพื่อนเดินมาเข้าห้องน้ำตามลำพัง ร่างเล็กรีบเข้าห้องน้ำปิดประตูแน่นหนา
“อื้อ ท้องเสียได้ไงเนี่ย! สงสัยไม่เคยกินของแพง” ลูกหว้าบ่นงึมงำ นึกถึงอาหารราคาแพงที่พี่แนตตี้พาไปเลี้ยงมา ก่อนจะรั้งชายกระโปรงขึ้นดึงชั้นในลง นั่งบนชักโครกเริ่มปลดทุกข์ ด้วยใบหน้าที่เหยเกและซีดเผือด เหงื่อซึมตามไรผม เธอรู้สึกปวดท้องมาก พอได้ปลดทุกข์ทำให้รู้สึกดีขึ้น มือเรียวยกขึ้นซับเหงื่อข้างขมับ ก่อนจะจัดการทำความสะอาดจนเรียบร้อย ร่างเล็กเปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าอิดโรย มายืนหน้าเคาน์เตอร์จัดการล้างมือ ก่อนจะสำรวจใบหน้าของตัวเอง ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่
“อื้อ ถ้าไม่หาย ต้องไปขอยา ห้องพยาบาลกินแล้วล่ะ” ลูกหว้าครางงึมงำ ก่อนจะก้าวขาออกจากบริเวณห้องน้ำ ทว่า จู่ ๆ ก็มีฝ่ามือหนาเข้ามาตะปบปากเธอไว้ ลูกหว้าสะดุ้งสุดตัว รีบดิ้นหนียกมือแกะมือหนาออก ทว่ามือที่ตะปบกลับแน่นแข็งราวกับคีบเหล็ก เมื่อมองเห็นเสื้อช็อปสีแดงเข้มทำให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตะกี้ทันที ลูกหว้าเงยหน้าขึ้นก็สบตาคู่คมกริบคู่นั้น
“อื้อ อ่อย…” [อื้อ ปล่อย] ชัชรัณยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มหาซอกคอขาวหอม ๆ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว
“ฉันจะเอามือออก ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด” เขากระตุกยิ้มหยันใส่หน้าเธอ ทำให้ลูกหว้ายอมพยักหน้ารับหงึกหงัก
“ดีมาก” ชัชรัณค่อย ๆ ดึงฝ่ามือออกจากปากสวยจิ้มลิ้ม เมื่อปากได้รับอิสระ ลูกหว้าก็ตวาดใส่ทันที
“นายต้องการอะไรอีก ที่นี่ห้องน้ำผู้หญิงนะ”
“ก็รู้ว่าเป็นห้องน้ำผู้หญิงไง ฉันถึงได้เข้ามา” เขาพูดจากำกวนชวนให้คิดลึก
“ไอ้ลามก นายคิดจะทำอะไร” ลูกหว้าเบิกตากว้าง เมื่อชัชรัณยกแขนทั้งสองข้างยันกำแพงห้องน้ำไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขา
“ปากดีจัง อยากรู้ว่าจะ ‘หวาน’ ด้วยหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ ลดระดับต่ำลง ทำให้ลูกหว้ารีบเบือนหน้าหนี ยกมือทั้งสองข้างดันหน้าเขาไว้
“อื้อ ถอยไปนะ”
“ขอพิสูจน์หน่อย” เสียงห้าวเอ่ย ก่อนจะก้มสูดดมที่ซอกคอหอม ทำให้ลูกหว้าหมดความอดทน รีบยกมือฟาดที่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างจัง
เพียะ!
“ไอ้…อื้อ~ฮึบ” ลูกหว้ายังเอ่ยไม่จบประโยค ริมฝีปากร้อน ๆ ของชัชรัณก็ก้มลงปิดเรียวปากเธอไว้จนแนบสนิท เขาบดจูบปากเธออย่างเร่าร้อน บดขยี้กลีบปากนุ่มทั้งบนและล่างสลับกันไปมา จนลูกหว้าขวัญกระเจิง มือเรียวกำชายเสื้อช็อปเขาไว้แน่น เมื่อชัชรัณค่อย ๆ สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปในโพร่งปากนุ่ม แล้วตวัดรัดลิ้นอ่อนนุ่มมาดูดดุนแรง ๆ จนลิ้นเธอไปโดนคมฟันจนลูกหว้าเจ็บจี๊ด ทำให้เธอได้สติ รีบรวบรวมกำลังยกมือดันหน้าเขาเต็มแรง ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อย เธอจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย ด้วยการยกเข่าขึ้นกระทุ้งเข้าที่จุดกลางกายของเขาจนเต็มแรง
ปึก!
“อ๊ากก…”
ชัชรัณรีบถอนจูบออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อกล่องดวงใจ ทั้งเจ็บจุกจนพูดไม่ออก ร่างกำยำทรุดลงกับพื้น
“สมน้ำหน้า อยากหื่นดีนะ” ลูกหว้าจ้องหน้าชัชรัณเขม็ง เมื่อร่างกำยำนั่งตัวง้ออยู่บนพื้น
“บ้าเอ้ย! ยัย…ตัวแสบ” ชัชรัณยกมือชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ ที่กล้ามาทำร้ายลูกชายสุดรักสุดหวง
“จะทำไม เก่งจริงก็ลุกมาสิ!” ลูกหว้าท้าทาย ทำให้ชัชรัณกัดฟันกรอด เมื่อเห็นร่างหนาลุกขึ้นได้ ลูกหว้าจึงกระโจนเผ่นแน็บออกจากห้องน้ำไป
“อ่า~ จุกฉิบหาย…คอยดูนะ ยัยตัวแสบ” ชัชรัณเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อยืนขึ้นได้ จึงค่อย ๆ ก้าวขาเดินออกไปจากห้องน้ำ
ลูกหว้าก้าวเดินหน้าตาตื่น ๆ มาหาเพื่อน
“ยัยหว้า ทำไมไปนานจัง นึกว่าจะตกส้วมตายล่ะ รู้ไหม โมกำลังจะชวนยัยปอนด์ไปตามอยู่พอดี” โมเมหันมามองหน้าเพื่อน แต่ก็รีบก้าวเข้าไปหาเมื่อเห็นสีหน้าลูกหว้าไม่ค่อยดีนัก
“แกเป็นอะไร ยังปวดท้องอยู่อีกเหรอ” โมเมถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม รู้สึกปวดนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร อีกสักพักน่าจะดีขึ้น…เราขึ้นห้องกันเถอะ”
“แกไม่เป็นไรแน่นะ ไปเอายาที่ห้องพยาบาลก่อนไหม”
“ไม่ต้อง ๆ” ลูกหว้ารีบปฏิเสธรัวเร็ว จากนั้นสามสาวจึงชวนกันขึ้นตึกเรียน
