บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 หนี

ตอนที่ 4

หนี

ขวัญเกล้ายังคงนั่งอยู่ในห้อง เธอคอยเงี่ยหูฟัง ความเคลื่อนไหวนอกห้องตลอดเวลา เธอได้ยินเสียงพ่อเลี้ยงกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน ดูเหมือนว่าทั้งสองจะพูดคุยปรึกษากันเรื่องอะไรสักอย่างที่เธอนั้นไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่

“เออๆรออยู่ที่นั่นแหละ เดี๋ยวฉันรีบไป”

หญิงสาวแง้มประตูดู เห็นบวรดูรีบร้อน เธอจึงมองตาม พ่อเลี้ยงหยิบเสื้อมาสวมก่อนสวมรองเท้าอย่างเร่งรีบ ขวัญเกล้าไม่รู้ว่าเขาจะไปที่ไหน ตอนนี้เธอไม่สนใจ ขอแค่เธอออกไปจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว

ประตูหน้าบ้านเปิดออกก่อนที่พ่อเลี้ยงจะเดินออกไปโดยที่ไม่ได้ล็อคกุญเเจไว้ข้างนอก เขาคงรีบมากจนลืมไปเลยว่าไม่ได้หยิบกุญแจไปด้วย

ขวัญเกล้าเห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มมด้วยความดีใจ เธอยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว หยิบกระเป๋าที่เตรียมไว้แล้ววิ่งออกจากห้องทันที

“ลาก่อนนะ”

แม้ในเวลาเร่งด่วนแบบนี้แต่หญิงสาวก็อดไปได้ที่จะอาลัยอาวรณ์สถานที่ที่เธอนั้นเติบโตมา เธอหันมองบ้านหลังนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนโบกมือลาทั้งน้ำตา

หญิงสาวรีบเดินทางมาที่สถานีขนส่ง ตอนนี้เป็นเวลาช่วงค่ำ รถเที่ยวสุดท้ายกำลังจะออกและเธอก็มาทันพอดี

ขวัญเกล้าสวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดดูทะมัดทะแมง เธอสวมแว่นตาและใส่หน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า แถมยังใส่หมวกเพื่อพรางตัว

“รถจะออกในอีกครึ่งชั่วโมง”

เมื่อหญิงสาวได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกเคร่งเครียดและวิตกกังวล หัวใจเธอเต้นแรง เธอมองไปรอบๆกลัวว่าพ่อเลี้ยงจะตามมา

กว่าจะถึงเวลารถออกหญิงสาวก็หายใจไม่ทั่วท้อง เธอกลัวมาก กลัวว่าจะถูกจับได้ กลัวว่าจะถูกพาตัวกลับไปที่บ้าน กลัวไปสารพัดกลัวว่าตัวเองจะถูก ทำร้ายด้วย

ในระหว่างที่กำลังนั่งวิตกกังวลอยู่นั้น คนขับก็ก้าวเข้ามาในรถ ก่อนที่รถจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกพร้อมกับลมหายใจของหญิงสาวที่ค่อยๆผ่อนออกมาเบาๆ

ในระหว่างทางที่รถแล่นไป ความคิดต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว เธอคิดถึงบ้านที่เธอจากมา คิดถึงแม่และเพื่อนสนิทที่เธอทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่หากเธอไม่ตัดสินใจแบบนี้ชีวิตของเธอก็จะตกอยู่ในอันตราย ไม่มีทางหลุดพ้น ไม่มีวันที่ชีวิตของเธอจะได้พบเจอกับอิสระ ดีไม่ดีเธออาจจะถูกทำร้ายและอาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายมากกว่านั้นหากเธอไม่ตัดสินใจหนีมา

การเดินทางที่ยาวนานทำให้เธอนั้นเผลอหลับไปหลายครั้ง แต่หญิงสาวก็กอดสัมภาระตัวเองเอาไว้แน่น เธอเก็บเงินเอาไว้ใต้กระเป๋าเพื่อความปลอดภัย เงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของเธอ เป็นเงินที่เธอแอบเก็บเอาไว้ไม่ให้พ่อเลี้ยงรู้

ขวัญเกล้าตั้งใจไว้ว่าหากสักวันเธอมีโอกาสได้ออกจากบ้านหลังนั้น เธอจะนำเงินก้อนนี้ไปตั้งตัว แม้มันจะไม่มาก แต่ก็น่าจะพอสำหรับที่พักใหม่ของเธอ

ก่อนมากรุงเทพฯหญิงสาวได้หาข้อมูลเอาไว้บ้างแล้ว เธอเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงไม่ได้รู้สึกกลัวกับการตัดสินใจของตัวเอง

แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตในภายภาคหน้าจะเป็นยังไง แต่เธอเชื่อว่าชีวิตของเธอจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

คิดได้แบบนั้นขวัญเกล้าก็ยิ้มออกมา เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงกรุงเทพฯ เธอก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความเจริญ แสงไฟจากตึกสูง ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง

ความศิวิไลนี้ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อลงจากรถจึงรู้สึกประหม่าไม่มั่นใจ ยืนเคว้งคว้างอยู่ชั่วขณะเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนดี

“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

หญิงสาวเดินมาสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ข้างหน้า เธอต้องการที่จะเดินทางไปที่พักของตัวเอง จึงได้ถามอีกฝ่ายถ้าเธอจะเดินทางไปแถวนั้นเธอจะต้องเดินทางด้วยรถประจำทางสายอะไร

เมื่อได้คำตอบแล้วขวัญเกล้าจึงรีบเดินมารอรถเมล์ รอไม่นานรถที่เธอต้องการขึ้นก็จอดเทียบป้ายพอดี

หญิงสาวรีบขึ้นไปเพื่อหาที่นั่ง แต่เนื่องจากว่าผู้คนแออัดมากจึงไม่มีที่นั่งเหลืออยู่เลย สุดท้าย ขวัญเกล้าก็ต้องยืนเกาะเสาในรถเมล์ ด้วยความที่เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เธอจึงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องอดทนจนถึงที่หมาย

เมื่อลงจากรถ ขวัญเกล้าก็เดินไปร้านโทรศัพท์ก่อนเป็นอันดับแรก เธอหักซิมโทรศัพท์อันเก่าทิ้ง ก่อนเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่

หญิงสาวต้องการตัดการติดต่อจากทุกคนที่บ้านเกิด เธออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอไม่อยากให้ใครตามมาเจอเธออีกแล้ว โดยเฉพาะพ่อเลี้ยง

คนตัวเล็กเดินเข้ามาในซอยที่มีแสงสว่าง ดึกขนาดนี้แต่ยังมีผู้คนพลุกพล่าน เธอรู้สึกแปลกใจหากเทียบกับบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว กรุงเทพฯดูเหมือนว่าจะไม่มีช่วงเวลาที่หลับใหล ผู้คนยังเดินไปเดินมา ใช้ชีวิตเหมือนตอนกลางวันไม่มีผิด

ขวัญเกล้าเดินมาที่อพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเธอได้ทำการโอนมัดจำมาจองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงแล้วแจ้งชื่อพนักงานด้านล่างก็รีบพาเธอขึ้นไปบนห้องทันที

“ห้องของน้องอยู่ตรงนี้นะ อันนี้เป็นคีย์การ์ด ค่าห้องจ่ายทุกวันที่หนึ่ง จ่ายพร้อมค่าน้ำค่าไฟ”

“ค่ะพี่”

หญิงสาวรับกุญแจมาถือเอาไว้ เธอเดินเข้ามาในห้อง แม้จะเป็นห้องเล็กๆแต่ก็มีทั้งเตียงมีทั้งโต๊ะที่สำคัญมีตู้เย็นอีกด้วย หญิงสาวยิ้มออกมา ถึงจะไม่ใช่ห้องหรูหราอะไร แต่เธอก็พึงพอใจกับที่อยู่ใหม่ของตัวเอง

“สบายใจจัง”

ขวัญเกล้าทิ้งตัวนอนลงบนเตียง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกสบายใจขนาดนี้ ถึงจะเหลือตัวคนเดียวแต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยๆชีวิตของเธอในตอนนี้ก็มีอิสระมากกว่าเมื่อก่อน เธอไม่ต้องคอยทำตามคำสั่งใคร ไม่ต้องแบกรับภาระให้ใคร และที่สำคัญเธอกำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในแบบที่เธอต้องการ

หญิงสาวหยิบกระเป๋าเงินออกมาก่อนเปิดดูรูปแม่ ถึงแม้ว่าแม่จะจากไปแล้วแต่เธอก็ยังคงคิดถึงอยู่เสมอ

“เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะแม่ หนูจะสู้ให้ถึงที่สุด สู้จนกว่าชีวิตของหนูจะดีขึ้น”

หญิงสาวเอ่ยกับรูปถ่ายของแม่ เธอกอดรูปถ่ายแนบอก ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้กอดแม่แล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนมีแม่อยู่ใกล้ๆคอยดูเธออยู่ตลอดเวลา

“หนูคิดถึงเเม่นะ”

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาขวัญเกล้าไม่เคยจากบ้านไปไกล ทำให้คืนนี้เธอนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาก่อนนอนมองเพดานจนเกือบเช้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel