ตอนที่ 3 ชีวิตที่หักเห
ตอนที่ 3
ชีวิตที่หักเห
หลังเรียนจบได้ไม่ถึงเดือน ขวัญเกล้าก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล แม่ที่นอนติดเตียงมานานหลายปีเสียชีวิตลงอย่างสงบ ร่างของแม่แข็งทื่อ ดวงตาปิดสนิท เมื่อหญิงสาวเมื่อเห็นว่าแม่จากเธอไปแล้วจริง ๆ ก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและแสนเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียแม่ไปตลอดกาล
แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาเธอจะรู้สึกเหมือนสูญเสียแม่ไปแล้ว แต่การที่แม่ยังมีลมหายใจอยู่มันก็ทำให้ชีวิตของเธอเหมือนมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เมื่อแม่จากไปแล้วจริง ๆ ทุกอย่างก็เหมือนพังทลายลง
เธอไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าแม่จะจากไปอย่างกระทันหันแบบนี้ ขวัญเก้าเสียใจมาก ยอมรับความจริงไม่ได้และขังตัวอยู่ในห้องนานหลายวัน
เมื่อแม่ไม่อยู่แล้วบ้านหลังนี้ก็ดูเงียบเหงา หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงที่แม่เคยนอน ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด เธอเข้าใจดีว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง เธอก็ยากที่จะรับไหว ที่ตรงนี้เคยมีแม่อยู่แต่วันนี้เหลือแค่เพียงความว่างเปล่า
“หนูคิดถึงแม่”
หญิงสาวพึมพำทั้งน้ำตา แม่มักจะเก็บของไว้ในตู้เล็กๆที่วางอยู่ตรงหัวเตียง เมื่อหญิงสาวเปิดดูก็พบกับสมุดไดอารี่และเอกสารส่วนตัวของแม่ ขวัญเก้าหยิบรูปถ่ายออกมาใบหนึ่งก่อนเก็บใส่กระเป๋าสตางค์เอาไว้ ต่อให้แม่ไม่อยู่แล้วเธอก็จะเก็บรูปใบนี้ไว้ดูต่างหน้า ในวันที่เธอเหนื่อยและท้อ รูปของแม่จะทำให้เธอมีกำลังใจและพร้อมที่จะสู้ต่อไป
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอยอมเหนื่อยเพื่อที่จะหาเงินมาจ่ายค่ายาให้กับแม่ แม้รู้ดีว่ายานั้นอาจจะไม่ได้ผลอีกแล้ว แต่เธอก็ยอมที่จะเหนื่อย เพราะยังคงมีความหวัง หวังว่าแม่จะกลับมาเป็นปกติ แม้ว่าตอนนี้ความหวังของเธอมันจะกลายเป็นความผิดหวัง แต่อย่างน้อยๆเธอก็ภูมิใจที่เธอได้ทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลคนที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ
“หนูคิดถึงแม่”
หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่คนเดียวเพียงลำพัง ความทรงจำดีๆที่เธอกับแม่มีร่วมกัน มันทำให้เธอร้องไห้ออกมาแทบจะขาดใจ
แม่ของเธอเป็นคนใจดี แม่รักลูกยิ่งกว่าอะไร ในวันที่พ่อแท้ๆทำร้ายตบตีแม่และพาลมาทำร้ายเธอ แม่ก็เลือกที่จะพาเธอออกมาทันที แม้ว่าในภายหลังแม่จะแต่งงานใหม่แต่เธอก็ไม่เคยโกรธเลย
พ่อเลี้ยงของเธอถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดุ ไม่เอาการเอางาน แต่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ตบตีแม่ และคอยดูแลแม่มาโดยตลอด แม้จะดูแลเพื่อผลประโยชน์ แต่หากไม่มีเขาเธอก็อาจจะเหนื่อยมากกว่านี้
หญิงสาวไม่โกรธเลยแม้ว่าจะถูกบังคับให้ทำงานตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ว่าเธออยากจะหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้เต็มที จึงได้ตัดสินใจที่จะเก็บข้าวของเตรียมเอาไว้ ตั้งใจว่าจะเดินทางไปอยู่กรุงเทพฯ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น
ตอนนี้ขวัญเกล้าเรียนจบแล้ว เธอมีวุฒิปริญญาตรี เธอคิดว่าเธอจะใช้วุฒิการศึกษาของตัวเองเป็นใบเบิกทางเพื่อทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น
หญิงสาวเก็บข้าวของใส่กระเป๋า กระเป๋าใบใหญ่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและข้าวของของเธอ
“นั่นแกจะไปไหน”
ชายวัยกลางคนใส่ชุดดำเดินเข้ามาในบ้าน ดวงตาของเขาแดงก่ำมีร่องรอยเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“หนูจะไปอยู่ที่อื่น”
ผู้ชายวัยกลางคนมีสีหน้าไม่พอใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่คิดจะทำร้ายขวัญเกล้า เพราะอีกฝ่ายเป็นคนหาเงินเข้าบ้าน เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนที่ทำให้ชีวิตของเขาสุขสบายไม่ต้องดิ้นรนทำงานแต่มีเงินกินมีเงินใช้
เมื่อรู้ว่าคนที่คอยหาผลประโยชน์ให้ตลอดกำลังจะจากไปเขาก็ไม่ยินยอม
“ใครอนุญาตให้แกไป ฉันไม่ให้แกไป”
“ตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้ว หนูไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาเงินให้พ่ออีก”
หญิงสาวโต้เถียง เธอเหนื่อยมามากพอแล้ว หลายปีที่ผ่านมาเธอแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย เลิกเรียนก็ต้องออกไปทำงาน กว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกดื่น กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องรีบตื่นไปโรงเรียน
ชีวิตของเธอยากลำบาก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขา
“แกต้องหาเงินให้ฉันใช้ ชีวิตฉันจมปลักอยู่กับแม่แกมานานหลายปี ฉันแก่ป่านนี้แล้วแกคิดว่าใครเขาจะรับฉันเข้าทำงาน”
หญิงสาวถอนหายใจยาว เธอไม่ได้มี ความผูกพันอะไรกับพ่อเลี้ยง อีกอย่างบวรก็ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับเธอ เธอไม่จำเป็นที่ต้องมานั่งเลี้ยงเขาไปทั้งชีวิต และเมื่อก่อนที่เธอยอมทำงานหาเงินให้เขานั่นเป็นเพราะว่าเธอต้องการให้เขาดูแลแม่ เธอจึงได้ยอมทุกอย่าง
แต่ตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้วเธอไม่มีความจำเป็นที่ต้องหาเงินให้เขาใช้อีก
“พ่อยังไม่ได้แก่ขนาดนั้น ถ้าพ่อจะหางานทำก็ไม่น่าจะยาก”
หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ เธอทำงานเหมือนวัวเหมือนควาย ใช้แรงงานอย่างหนักมาโดยตลอด มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้เริ่มต้นใหม่ ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธออยากจะใช้เสียที
เธอไม่อยากเป็นเสาหลัก เธอไม่อยากแบกรับภาระอะไรอีกแล้ว
แม้ว่าขวัญเกล้ายืนยันที่จะจากไปแต่ชายวัยกลางคนก็ไม่ยอม เขาเสพติดชีวิตสุขสบายจนชิน เมื่อหญิงสาวกำลังจะไปเขาจึงยอมไม่ได้ บวรวิ่งไปหยิบมีด ก่อนขู่ลูกเลี้ยงห้ามไม่ให้เธอไปไหน
“ถ้าแกก้าวเดินออกไปจากบ้าน ฉันจะฆ่าแก”
“พ่อ!”
“กลับเข้าห้องแกไปซะ ล้มเลิกความคิดที่จะไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นฉันฆ่าแกแน่”
หญิงสาวไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะกล้าทำแบบนี้ ด้วยความกลัวเธอจึงได้ถอยกลับเข้าไปในห้องก่อนปิดประตูแน่นหนา
หัวใจของขวัญเกล้าสั่นไหวอย่างรุนแรงด้วยความกลัว เธอนั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง ไม่กล้าเสียงดัง กลัวว่าคนที่อยู่ด้านนอกจะไม่พอใจ พังประตูเข้ามาทำร้ายเธอ
ถึงแม้ว่าพ่อเลี้ยงจะไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะทำเรื่องรุนแรงไม่ได้ หญิงสาวไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เธอจึงแกล้งทำเป็นยอมแต่ความจริงแล้วเธอก็วางแผนที่จะหนีอยู่ตลอดเวลา
“ฉันจะทำยังไงดี”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง เธอแง้มประตูเห็นว่าพ่อเลี้ยงกำลังนั่งอยู่ที่โซฟา จึงรีบปิดประตูเบาๆทันที ขวัญเกล้ามองหน้าต่าง หน้าต่างบ้านเธอดันเป็นเหล็กดัด ถ้าจะออกไปก็ต้องใช้อะไรไข แต่ในห้องไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย อีกอย่างเธอก็ไม่กล้าพอที่จะเดินออกไปตอนนี้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกทำร้าย
