ตอนที่ 2 ข้อตกลง
ตอนที่ 2
ข้อตกลง
หลังจากยืนขาแข็งมาตลอดหลายชั่วโมงในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงาน ขวัญเกล้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยล้าทำให้เธอทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง
“เป็นยังไงวันนี้ เหนื่อยมากเลยสินะ”
ผู้จัดการสาวเอ่ยยิ้มๆ ขวัญเกล้าเป็นคนขยัน ไม่เคยอู้งานแถมยังเป็นขวัญใจของลูกค้า ก็เลยเหนื่อยกว่าพนักงานคนอื่นเป็นเท่าตัว
“เหนื่อยมากเลยค่ะ ปวดขามากเลย”
หญิงสาวพูดพร้อมกับทุบขาเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับไปพักเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวรถจะหมดซะก่อน”
เมื่อหญิงสาวนึกขึ้นได้เธอก็รีบหยิบกระเป๋า ยกมือไหว้ผู้จัดการสาว ก่อนวิ่งออกมาหน้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเรียกวินมอเตอร์ไซค์คันสุดท้ายให้ไปส่งที่บ้าน
อากาศเย็นๆทำให้หญิงสาวรู้สึกหนาว ความเงียบสงบของถนนในยามค่ำคืนทำให้เธอรู้สึกเหงาในใจ มองไปรอบข้างแทบไม่มีผู้คน รถบนถนนก็มีน้อยจนนับคันได้
สำหรับต่างจังหวัดแบบนี้ แค่หัวค่ำผู้คนก็พากันเข้านอนหมดแล้ว แม้ว่าเธอจะอยู่ในตัวเมือง แต่พอดึกๆคนก็เริ่มบางตา
“เท่าไหร่คะลุง”
หญิงสาวลงจากมอเตอร์ไซค์ หยิบเงินออกมาจากกระเป๋าก่อนยื่นให้ชายวัยกลางคน
“ยี่สิบพอ ใกล้ๆ”
หญิงสาวคุ้นเคยกับวินมอเตอร์ไซค์ดี เธอรู้ว่าค่ารถเท่าไหร่แต่บางครั้งก็ชินปากจึงเผลอถามออกไป
“แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างไหมเนี่ย”
คนขับวินมอเตอร์ไซค์มีบ้านอยู่แถวๆนี้ คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันก็รู้จักกันเป็นธรรมดา เขาเองก็รู้จักแม่ของขวัญเกล้ามานาน รู้ว่าอีกฝ่ายป่วยติดเตียงมาหลายปี จึงได้เอ่ยถามถึงอาการ
“ไม่ดีขึ้นเลยลุง”
“พาไปรักษาที่โรงพยาบาลสิ”
หญิงสาวส่ายหน้า ก่อนหน้านี้แม่ของเธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหลายปี ก่อนที่หมอจะให้กลับมาฟื้นฟูที่บ้าน แต่หลังจากกลับมาอาการของแม่ก็ยังไม่ดีขึ้น แม่ก็ยังคงเป็นผู้ป่วยติดเตียง พูดไม่ได้ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
เมื่อหมดหนทางที่จะรักษา ก็ได้แต่ประคองอาการไปวันๆ
“ไปไม่ได้หรอกลุง ไปหมอก็ไล่กลับมาอยู่ดี”
“หมอสมัยนี้นี่แปลกๆ แทนที่จะรักษาให้หายไปเลย”
หญิงสาวหมดหนทาง การจะรักษาแม่ให้หายขาดจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งเธอไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมากขนาดนั้น
“อย่าไปโทษหมอเลยลุง บางทีหมอเขาก็หมดหนทางรักษาเหมือนกัน”
หญิงสาวเข้าใจดีและไม่เคยโกรธหมอเลย มันอาจจะเป็นกรรมเก่าที่ทำให้แม่ของเธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ หญิงสาวไม่อยากคิดอะไรมาก คิดไปก็ทุกข์ใจเปล่าๆ
“รีบเข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อก็ด่าเอาอีก”
ชายวัยกลางคนโบกมือไล่หญิงสาว เขารู้กิตติศักดิ์ของบวรดี รู้ว่าอีกฝ่ายชอบใช้งานลูกเลี้ยง ดุด่าเป็นประจำ ดีหน่อยที่ไม่ได้ทุบตี ไม่อย่างนั้นชาวบ้านแถวนี้คงไม่ยอม
“งั้นฉันไปก่อนนะลุง”
หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านเห็นพ่อเลี้ยงกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาเก่าๆ เธอจึงเดินผ่านไปไม่พูดไม่จา
“เงินเดือนออกวันไหน”เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดี
“ก็ออกสิ้นเดือนเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“ถ้าเงินเดือนออกแล้ว เอามาให้ฉันด้วย ฉันต้องกินต้องใช้ งานการก็ไม่ได้ทำเพราะต้องดูแลแม่แก”
ขวัญเกล้าถอนหายใจยาว เธอได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต นับตั้งแต่ตอนที่แม่เริ่มป่วย พ่อเลี้ยงก็เอาแต่บ่นเรื่องเงินๆทองๆ บังคับให้เธอออกไปทำงานหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน
“อย่าลืมนะว่าที่ฉันลำบากทุกวันนี้เพราะแกกับแม่แก ถ้าไม่มีพวกแกสองคนป่านนี้ชีวิตฉันก็คงไม่เป็นแบบนี้”
หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง เธอเดินเข้ามาในห้อง ก่อนปิดประตูล็อคกลอนแน่นหนา ขวัญเกล้าทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ คุณครูสอนเธอเสมอว่าไม่ให้ไว้ใจเพศตรงข้าม ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพ่อเลี้ยงของเธอก็ตาม เธอก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าเปิดโอกาสให้เกิดเรื่องร้ายๆกับตัวเองเด็ดขาด
หญิงสาวจดจำคำสอนและนำมาปรับใช้ ถึงแม้ว่าพ่อเลี้ยงจะไม่ได้มีท่าทีคุกคาม แต่เธอก็ต้องป้องกันไว้ก่อน
ขวัญเกล้านึกถึงเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่เด็ก ตอนที่แม่เริ่มป่วยตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น พอแม่ป่วยบ้านก็ขาดรายได้ พ่อเลี้ยงที่ทำงานรับจ้างมีงานบ้างไม่มีบ้างก็ตัดสินใจหยุดทำงาน โดยอ้างว่าจะเอาเวลามาดูแลแม่และบังคับให้เธอเป็นคนออกไปทำงานแทน
ในตอนนั้นเธอเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยมต้น หลังเลิกเรียนเธอต้องไปหางานทำ ได้ค่าแรงวันละสองร้อย ทำงานสารพัดอย่างแต่เธอก็ต้องยอม เพื่อหาเงินไปโรงเรียนแล้วมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เธอจึงต้องออกไปทำงานดึกๆดื่นๆ กว่าจะได้กลับบ้านก็เที่ยงคืน แถมยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียน
หลังจากที่เธอเริ่มทำงานมีรายได้ เธอก็ต้องแบ่งปันรายได้ของตัวเองให้กับพ่อเลี้ยง เนื่องจากว่าเขาเป็นคนดูแลแม่และไม่ได้ออกไปทำงาน ค่าใช้จ่ายและภาระในบ้านจึงตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
โชคดีที่บ้านไม่ต้องเช่า จึงมีแค่ค่าน้ำค่าไฟ ค่ากับข้าวและค่ายาของแม่ ในบางครั้งเวลาที่ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอเธอก็ต้องควักเอาค่าขนมของตัวเองมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านก่อน
ส่วนตัวเธอก็ต้องยอมอด มองดูเพื่อนได้กินข้าวได้กินขนมในขณะที่ตัวเธอนั้นแทบไม่มีอะไรตกถึงท้อง
หญิงสาวอดทนจนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลาย เธอจึงได้เปลี่ยนงานใหม่ มาทำงานที่ร้านอาหารซึ่งได้ค่าแรงมากกว่า
ถึงแม้ค่าแรงจะมากกว่าแต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายมากมาย นอกเหนือจากงานที่ต้องทำหลังเลิกเรียนแล้ว เธอยังรับทำรายงานรับทำการบ้านให้กับเพื่อนๆ ใครมีงานอะไรมาจ้างเธอก็ทำหมด ทำให้เธอพอมีเงินเก็บอยู่บ้างนิดๆหน่อยๆไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน
ส่วนช่วงปิดเทอม เธอก็ทำงานอย่างหนักทุกวันไม่มีวันหยุด ตอนเย็นไปทำงานที่ร้านอาหาร ตอนเช้าไปขายของที่ตลาด ส่วนช่วงสายถึงบ่ายเธอก็ไปรับเลี้ยงเด็ก
ชีวิตของเธอมีแต่งาน ทำให้เธอค่อยๆห่างหายจากชีวิตวัยรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและเต็มที่ แต่เธอกลับต้องแบกภาระตั้งแต่ยังเด็ก
แม้ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหนแต่เมื่อนึกถึงแม่มันก็ทำให้หญิงสาวต้องฮึดสู้ ที่เธอต้องทำงานหนักทุกวันนี้เพราะเธอต้องหาเงินมาให้พ่อเลี้ยง ถ้าเธอไม่หาเงินให้ตามที่เขาต้องการ เขาก็จะไม่ดูแลแม่ ซึ่ง ขวัญเกล้าปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ แม่กำลังป่วยต้องมีคนคอยดูแล ถ้าไม่มีพ่อเลี้ยงเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้ใครมาดูแลแม่แทนเธอ
