บทที่ 5 ทำคะแนน (1)
บทที่ 5
ทำคะแนน (1)
หลังจบงานของแม่ผู้ล่วงลับลูกศรก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม
วันนี้ราเมศวร์จะพาเธอไปเจอแม่ของเขาที่บ้าน เมื่อวานเขาก็พาเธอไปซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เพราะไม่อยากให้เธอแต่งตัวกะโปโลจนสร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่แรกเจอ
ตัวรถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดในตัวบ้านหลังใหญ่ ราเมศวร์ไปรับลูกศรที่บ้านและสำรวจความเรียบร้อยก่อนพามาเจอแม่ ทั้งการแต่งหน้าทำผมดูน่ารักจนชายหนุ่มอดทึ่งไม่ได้ เนื่องจากปกติเคยเห็นแค่ตอนที่เธออยู่ในชุดสุภาพตอนทำงาน พออยู่ในชุดเดรสสวย ๆ กลับเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก และแน่นอนว่าก่อนหน้านั้นเขาก็กำชับและตกลงกับเธอไปหลายอย่าง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องการเล่นละครบังหน้าทั้งนั้น
“เราแอบคบกันตอนสิงหาปีที่แล้ว รวม ๆ แล้วก็แปดเดือนพอดี บอกไปเลยนะว่าผมจีบคุณก่อน ผมชอบคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น บอกไปด้วยว่าผมชอบเอางานมาอ้างแล้วเรียกให้คุณเข้ามาหาในห้อง”
“ให้บอกว่าฉันจีบคุณก่อนไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“นี่ก็อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องบอก ต่อจากนี้แทนตัวเองว่าลูกศรนะ ห้ามพูดว่าฉันอีก มันดูห่างเหินเหมือนไม่ใช่แฟนกัน แทนด้วยชื่อตัวเองมันน่ารักกว่า หรือจะแทนว่าหนูก็ได้”
“อ่า...ก็ได้ค่ะ แล้วมีอะไรอีกไหมคะที่ฉัน...เอ๊ย! ที่ลูกศรต้องจำ”
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ไว้หน้างานถ้าติดขัดตรงไหนเดี๋ยวผมจะออกหน้าให้ก่อน”
“แล้วคุณเมศวร์ไม่ต้องเปลี่ยนสรรพนามใหม่เหรอคะ”
“อยากให้ผมแทนตัวเองว่าพี่ไหม พี่เมศวร์ของน้องลูกศร”
“หูย...คุณเมศวร์อะ เรียกแบบเดิมดีกว่าค่ะ มันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้”
ราเมศวร์กำชับดิบดี อาจจะมีบ้างที่ลูกศรแปลกใจแต่เธอก็ไม่คิดท้วงถาม อย่างไรแล้วในสมการนี้เธอก็ต้องเดินตามเกมของเขาอยู่ดี
“เอาล่ะ พร้อมไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามคนข้างกายหลังจอดรถเสร็จสรรพ เป็นคำถามที่ถามถึงความพร้อมแต่น้ำเสียงสั่น ๆ กับมือเย็นเฉียบกลับเกิดขึ้นกับตัวคนพูด
“ลูกศรพร้อมค่ะ คุณนั่นแหละพร้อมหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีเลย” มองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาดูไม่สบายใจ สีหน้าของเขาไม่สู้ดีดูเหมือนแบกรับอะไรมากมายไว้เต็มบ่า
“กลัวแม่ผมจะเป็นนางร้ายเหมือนในละครหลังข่าวน่ะ” ราเมศวร์ยอมรับตามตรง ตอนแรกเขาไม่คิดถึงปัญหาตรงนี้ แต่อีกใจก็กลัวว่าแม่ตัวเองจะอินบทละครจนตีโพยตีพายใหญ่โตเพราะเรื่องความเหมาะสม
แม่ของเขาอยากให้แต่งงานก็จริงแต่ต้องเป็นคนที่หาให้ ซึ่งล้วนเป็นลูกสาวของเพื่อนหรือคนในสังคมเดียวกัน
“ไม่หรอกค่ะ คุณท่านใจดีจะตาย” เธอเคยเห็นตามข่าวสังคมว่าแม่ของเขาใจบุญชอบช่วยเหลือคนอื่น ท่านคงไม่ใจไม้ไส้ระกำถึงขั้นแสดงบทบาทแม่ผัวหวงลูกชายหรอกกระมัง
“หวังว่างั้นนะ” ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ แม่ของเขาน่ะใจดี แต่กับเรื่องนี้ไม่กล้ารับปากเลยว่าจะมาในรูปแบบไหน
ก่อนหน้าก็ออกปากอยากให้แต่งงานกับลูกสาวเพื่อน พอบอกว่ามีแฟนเป็นเลขาก็ทำหน้าไม่พอใจปั้นปึ่งจนไม่พูดด้วยหลายวัน แต่จากนั้นก็ไม่นานก็บอกให้มาพามาเจอตัวดูหน้า นี่ยังไม่รู้ว่ามีแผนการหรือว่าตั้งใจจะทำอะไรลับหลังหรือเปล่า
ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจรอบที่ร้อยของวัน ลึก ๆ ก็ได้แต่หวังว่าขอให้ทุกอย่างราบรื่นด้วยดี...
การพาแฟน (ปลอม ๆ) มาเจอแม่ครั้งแรกไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ดีที่จะทำให้ยิ้มออกสบายใจ
“ไปช่วยเด็กมันยกกับข้าวออกมาจากครัวสิ” เสียงเหี้ยมเกรียมออกคำสั่งกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่นั่งตัวเกร็งแข็งทื่อ ลูกศรที่ได้ยินแบบนั้นก็ลนลานรีบลุกขึ้น แต่ถูกมือใหญ่ของราเมศวร์จับรั้งเอาไว้
“ไม่ต้องไป นั่งอยู่ด้วยกันนี่แหละ”
“ทำไม แค่ให้แฟนแกไปช่วยแม่บ้านหยิบจับข้าวของมันจะตายหรือไง!” คุณนายรินลณีแม่ของราเมศวร์ขึ้นเสียงดุ สายตาตวัดมองแฟนของลูกชายที่จืดเจื่อนซีดเผือดไม่เห็นสีเลือดตั้งแต่ย่างกรายเข้ามา
“แต่ลูกศรเป็นแฟนผมไงครับ แล้วอีกอย่างแม่ก็น่าจะเห็นว่าลูกศรแขนเจ็บอยู่” ลูกศรยังต้องใส่เฝือกเนื่องจากแขนข้างขวาหักจากอุบัติเหตุครั้งนั้น
เขาแทบอยากเอาหัวโขกผนัง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแม่ตัวเองอยู่ในบทบาทหวงลูกชาย ปกติคุณนายรินลณีเคยดุใครที่ไหนนอกจากสามี สงสัยจะไม่พอใจที่เขาพาแฟนมาเปิดตัวตัดหน้าลูกสาวเพื่อนแน่นอน
“ฉัน...เอ๊ย! เดี๋ยวลูกศรไปช่วยดีกว่าค่ะ จะได้ตั้งโต๊ะไวขึ้น” ลูกศรจับมือของราเมศวร์ออกจากการเกาะกุม เธอผลิรอยยิ้มอ่อนหวานที่คนมองรู้ดีว่ามันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นสั่นกลัว
“งั้นก็รีบไปสิ” คุณนายรินลณียกยิ้มพอใจ พยักพเยิดหน้าไปทางห้องครัวก่อนที่ร่างเล็กบอบบางจะเดินค้อมตัวผ่านไป โดยมีสายตาของราเมศวร์ที่จดจ้องมองตาม
