ตอนที่ 3 จากไปพร้อมหัวใจ
ตอนที่ 3
จากไปพร้อมหัวใจ
แสงแดดอ่อนของยามเช้าสาดส่องลอดหน้าต่างไม้เก่า กลิ่นฝนเมื่อคืนหลงเหลืออยู่ในอากาศ เสียงนกร้องจากต้นมะลิหลังบ้านคล้ายเป็นบทเพลงปลุกให้หญิงสาวบนเตียงไม้ลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยร่างกายที่ อ่อนแรงและหัวใจที่หนักอึ้ง
อัญชัน มองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาบวมช้ำไร้แวว เธอนั่งนิ่งราวรูปปั้น มือน้อยลูบหน้าท้องกลมโตด้วยความแผ่วเบา ลูกของเธอเตะเบา ๆ จากภายในเหมือนกำลังปลอบโยนแม่ว่า “แม่ไม่ใช่คนเดียวอีกแล้วนะ”
ความเงียบงันในห้องเล็ก ๆ นั้นแฝงด้วยเสียงของความว่างเปล่าที่กรีดแทง เธอไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีกเลยหลังวันนั้นไม่แม้แต่จะโทรหา ไม่แม้แต่จะส่งจดหมาย ไม่แม้แต่จะร้องไห้อ้อนวอน ขอให้เขาจำได้
เพราะบางครั้ง...การอยู่ก็อาจเจ็บยิ่งกว่าการจาก
สามวันต่อมา
กระเป๋าเดินทางผ้าใบเก่าถูกลากออกจากห้องพักที่เธอเคยอยู่กับเขา เป็นห้องเช่าขนาดเล็กที่ทั้งคู่เคยสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และรอยจูบร้อนแรงในยามค่ำคืนที่เงียบงัน
อัญชันยืนอยู่หน้าประตูห้องนั้นนานมาก
มือหนึ่งถือกุญแจ อีกมือกำลังสั่น เธอยังจำได้ทุกอย่าง.คืนที่เขากลับจากประชุมเหนื่อยล้า แต่ยังยื่นข้าวต้มร้อน ๆ ให้เธอกินก่อนนอน
วันที่เขาหยุดงานเพื่อพาเธอไปเที่ยวทะเลครั้งแรก ถึงแม้จะมีแค่กล้องฟิล์มเก่า ๆ หนึ่งตัวทุกอย่างยังอวลอยู่ในอากาศแต่หัวใจของเขา...ไม่มีเธออีกต่อไป
หญิงสาวหยิบกุญแจออกจากพวง พับโน้ตแผ่นหนึ่งเสียบไว้ใต้แจกันหน้าห้อง แล้วเดินจากมาเงียบ ๆ
เสียงล้อรถไฟที่แล่นผ่านทางโค้งเหวี่ยงแรงบ่งบอกว่าเธอกำลังห่างออกไปจากเมือง
เธอเลือกกลับไปยังต่างจังหวัด ไปยังบ้านไม้หลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านเกิด
ที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ ทุ่งนาเงียบสงบ และไม่มีใครจำได้ว่าเธอเคยเป็นเมียของท่านประธาน
แม่ของเธอเสียไปแล้วตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนพ่อไม่เคยอยู่ในความทรงจำ
บ้านหลังเก่าถูกปล่อยร้าง มีเพียงฝุ่นและใยแมงมุมต้อนรับเธอกลับมาแต่เธอกลับยิ้มออกทั้งน้ำตา
“เราจะเริ่มต้นกันตรงนี้นะลูก...ไม่มีเขา แม่ก็ยังมีลูก”
ฤดูฝนปีนั้นหนักเป็นพิเศษแต่ฝนภายนอกก็ยังเทียบไม่ได้กับฝนในใจของอัญชัน
เธอใช้เวลาหลายเดือนต่อจากนั้นปลูกผัก เลี้ยงไก่ รับจ้างเย็บผ้าเพื่อเลี้ยงชีพ
ทุกครั้งที่ลูกในท้องดิ้น เธอจะหยุดทุกอย่างและวางมือลงที่หน้าท้องราวกับจะปลอบ
“พ่อของหนูเขาอาจจะจำแม่ไม่ได้...แต่เขาเคยรักเรานะลูก แม่จะไม่โกหกเรื่องนั้น”
ค่ำคืนหนึ่งในปลายเดือนที่สายฝนโปรย
อัญชันนั่งอยู่หน้าระเบียงบ้าน ห่มผ้าขนหนูรอให้ลมเย็นพัดพาเธอผล็อยหลับไปแต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดอาการปวดท้องรุนแรงอย่างเฉียบพลัน
เธอทรุดลงกับพื้น กระเสือกกระสนควานหาโทรศัพท์มือถือในความมืด เสียงลมหายใจของเธอถี่และสั่นน้ำตาไหลอาบแก้มไม่ใช่เพราะความกลัวตายแต่เพราะเธอไม่อยากคลอดลูกโดยไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ
“แม่อยู่ตรงนี้นะลูก...แม่จะไม่เป็นไร...แม่จะพาหนูออกมาดูโลกนี้ด้วยมือของแม่เอง”
ไฟในห้องคลอดสลัว เหงื่อท่วมตัวของเธอเปียกชื้นไปทั้งชุด
เสียงพยาบาลเร่งรีบ แต่ไม่มีญาติ ไม่มีใครมานั่งรอหน้าห้องมีเพียงลมหายใจของเธอและเสียงหัวใจของลูกที่ดังอยู่ในจอ
“ฮึบ...อีกนิดเดียวนะคะคุณแม่ สูดลมหายใจลึก ๆ”เสียงพยาบาลบอก
และในวินาทีถัดมา...เสียงร้องจ้าของทารกแรกเกิดก็ดังขึ้นแทรกความเงียบของโรงพยาบาลชนบท
อัญชันหลับตาลงช้า ๆ น้ำตาไหลออกจากหางตา ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ ทั้งดีใจ
“ยินดีด้วยค่ะ...ได้ลูกชายแข็งแรงมากค่ะ”
อัญชันได้กอดลูกในวันนั้น...ในอ้อมแขนของคนที่เคยไม่มีใคร
เธอจ้องมองดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่คล้ายธีรเมธจนเจ็บลึก มุมปากเล็ก ๆ ที่เหมือนยิ้มอย่างรู้ทัน
เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังกลบเสียงหัวใจที่แตกร้าวของเธออย่างนุ่มนวล
“แม่จะตั้งชื่อหนูว่า...อชิรวัฒน์ แปลว่า ของขวัญแห่งชีวิต”เธอพูดทั้งน้ำตา
“เพราะแม้พ่อของหนูจะลืมแม่...แต่เขาทิ้งของขวัญชิ้นที่ดีที่สุดไว้ให้แม่”
