บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 อุบัติเหตุ

ตอนที่ 2

อุบัติเหตุ

เกียรติภูมิจำได้ว่าตอนที่เขาขับรถขึ้นดอยนั้นไม่ได้ยากเหมือนตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาขับรถลงจากดอย ถนนกลับลื่นจากฝนที่ตกลงมาตลอดคืน ชายหนุ่มพยายามบังคับพวงมาลัย

หัวใจของเขาเต้นแรง เหงื่อซึมเต็มใบหน้า ด้านหน้าเป็นเหวลึก ถนนคดเคี้ยวทำให้เขารู้สึกกลัวและหวั่นใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งเกียรติภูมิยังไม่ค่อยชินกับเส้นทางที่คดเคี้ยวและชัน ทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจ เริ่มควบคุมพวงมาลัยไม่ได้เมื่อถึงทางโค้งหักศอก

ชายหนุ่มรู้สึกว่ารถเริ่มสั่นไหว แต่เขาก็พยายามควบคุมพวงมาลัย พยายามคุมรถไม่ให้ออกนอกเส้นทาง

ในขณะที่เขาพยายามควบคุมรถบนถนนที่ลื่นไหล เกียรติภูมิเริ่มรู้สึกว่ารถไม่ค่อยตอบสนองต่อ การควบคุมของเขา ความกังวลเริ่มเข้ามาในใจเมื่อรถเริ่มเสียการทรงตัว แม้ว่าเขาจะพยายามระมัดระวัง แต่ก็ไม่สามารถทำให้รถหยุดหรือชะลอความเร็วได้อย่างที่ต้องการ

ชายหนุ่มอุทานด้วยความตกใจ ในขณะที่รถนั้นไหลลงจากเขา เขาเริ่มไม่มีสติ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้าได้ ส่งผลให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลง

ในที่สุดรถของเกียรติภูมิก็พลิกคว่ำลงข้างทาง เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากสติตอนนี้เหลือน้อยลงทุกที โชคดีที่เขาสวมเข็มขัดนิรภัยทำให้ตัวเขานั้นไม่กระเด็นออกนอกตัวรถ แต่ถึงอย่างนั้นขาของเขาก็ถูกอัดติดอยู่กับพวงมาลัย เขาไม่ได้รู้สึกบาดเจ็บรุนแรงที่ขา แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดที่ส่วนบนของร่างกาย

ชายหนุ่มร้องโอดโอย รู้สึกแน่นหน้าอกและเจ็บแขนจากแรงกระแทก เขานอนอยู่ในรถที่พลิกคว่ำ เลือดไหลลงศีรษะทำให้เขารู้สึกปวดหัวมึนงง ชายหนุ่มพยายามเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือ แต่เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมงก็ยังไม่มีรถผ่านมาเลยสักคัน

ชายหนุ่มติดอยู่อย่างนั้นทั้งวัน แม้มีรถผ่านมาแต่รถก็แล่นเร็วจนไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถของเขาเกิดอุบัติเหตุอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครสนใจเขาเลย รถแต่ละคันที่ผ่านมาก็ผ่านเลยไปโดยไม่จอดแวะดู

“ช่วยด้วย”

เกียรติภูมิรู้สึกหิวโหยและกระหายน้ำมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เขามองไปยังขวดน้ำซึ่งกลิ้งอยู่ข้างหลัง แต่เพราะได้รับบาดเจ็บที่แขนและหลัง ทำให้เขาไม่สามารถเอื้อมมือไปหยิบน้ำได้

สภาพร่างกายที่บอบช้ำทำให้การเคลื่อนไหวทุกอย่างเป็นเรื่องยากลำบาก เขาต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

“ช่วยผมด้วย”

ชายหนุ่มได้ยินเสียงรถที่แล่นผ่านมา เขาพยายามเค้นเสียงที่มีเพื่อตะโกนร้องขอ ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเลยสักคน

“มีใครได้ยินไหม ผมอยู่ตรงนี้”

เขาตะโกนด้วยเสียงที่อ่อนแรง ตลอดทั้งวันชายหนุ่มพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน รถทุกคันที่ผ่านมาล้วนเป็นรถยนต์ ไม่มีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเลยสักคัน ทำให้คนที่อยู่ในรถเหล่านั้นไม่ได้ยินเสียงของเขาและขับเลยผ่านไปโดยไม่รู้ว่ามีอุบัติเหตุตรงนี้

เวลาผ่านไปจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด ชายหนุ่มเริ่มหมดหวัง คิดว่าตัวเองคงจะตายอยู่ที่นี่ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ผ่านมา ชายหนุ่มรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ก่อนร้องสุดเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ

หญิงสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ หากเป็นคนอื่นได้ยินแบบเธอคงจะกลัวจนสติแตก แต่พิมพ์มาดาไม่ใช่คนกลัวผี เธอค่อยๆชะลอรถเมื่อแสงไฟจากมอเตอร์ไซค์สาดส่องไปที่หลังต้นไม้ เผยให้เห็นรถยนต์คันหนึ่งพลิกคว่ำอยู่ หญิงสาวเบิกตากว้างรีบจอดรถมอเตอร์ไซค์ทันที ก่อนเดินเข้าไปดูใกล้ๆและเห็นว่ามีคนติดอยู่ในนั้น

“ช่วยผมด้วย”

ชายหนุ่มหมดเรี่ยวแรง หญิงสาวที่เห็นอย่างนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบน้ำด้านหลังรถ ก่อนจะป้อน คนที่บาดเจ็บเพื่อยื้อชีวิตของเขา

“ดื่มน้ำก่อนนะคุณ ปากคุณซีดไปหมดแล้ว”

หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น เธอเองก็ตกใจแต่พยายามรวบรวมสติรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งกู้ภัยทันที

“สวัสดีค่ะพอดีว่ามีอุบัติเหตุบนดอย รีบมารับคนเจ็บหน่อยนะคะ ท่าทางเขาไม่ค่อยไหวแล้ว เขาน่าจะบาดเจ็บมาเป็นระยะเวลาที่นานแล้วค่ะ”

พิมพ์มาดาอยากช่วยชายหนุ่มออกมาจากรถ แต่เห็นว่าขาเขาติดอยู่เธอจึงบอกให้เขานั่งเฉยๆ รอกู้ภัยมาช่วยเหลือ เกียรติภูมิปรือตามองหญิงสาวก่อนเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วเบา ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนี้เขาคงจะตายอยู่ที่นี่โดยไม่มีใครรู้

“ขอบคุณนะ”

“คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ ดื่มน้ำก่อน อีกเดี๋ยวรถกู้ภัยก็จะมาแล้ว”

หญิงสาวปลอบใจชายหนุ่ม เธอไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนบ้างจึงไม่กล้าแตะตัวเขามาก ได้แต่ป้อนน้ำไปพลางๆระหว่างที่รอรถกู้ภัยมาถึง

“คุณโทรแจ้งครอบครัวหรือยังคะ ให้ฉันโทรแจ้งให้ไหม”

ชายหนุ่มส่ายหน้า ห้ามหญิงสาวไม่ให้โทรบอกครอบครัว เขาไม่อยากให้ใครรู้ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เขาเป็นดาราดังหากเรื่องนี้หลุดออกไป ไม่ใช่แค่เขาที่จะได้รับผลกระทบแต่ผู้จัดการของเขาก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

แม้ว่าจะเจ็บเจียนตายแต่ชายหนุ่มก็ยังนึกถึงคนอื่นเสมอ

“ขอแค่พาผมไปส่งโรงพยาบาลก่อน อย่าเพิ่งโทรบอกใคร”

“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะบอกกู้ภัยเอาไว้ให้ คุณใจเย็นๆก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสักพักกู้ภัยก็จะมาแล้ว”

หญิงสาวคอยปลอบคนเจ็บ เธอค่อนข้างกังวลใจเพราะท่าทางของชายหนุ่มตอนนี้ดูไม่ค่อยไหวแล้ว เธอกลัวว่าจะช่วยเขาเอาไว้ไม่ได้

พิมพ์มาดาเดินออกมาที่ริมถนน ชะเง้อมองไปยังเส้นทางที่มืดมิด สำหรับที่นี่แทบจะไม่มีเสาไฟฟ้าเลย ถ้าคนไม่ชินทางขับรถมืดๆก็เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย

“เมื่อไหร่จะมานะ”

หญิงสาวบ่นพึมพำ มองไปทางถนนและหันมองชายหนุ่มสลับกัน เธอเปิดไฟที่หน้ารถมอเตอร์ไซค์เอาไว้เพื่อให้แสงสว่าง เผื่อว่ารถกู้ภัยขับผ่านมาทางนี้จะได้เห็น

“ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณ ปกติกู้ภัยที่นี่จะมาเร็วมาก”

ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆก่อนหลับตาลง สติของเขาเริ่มเลือนหาย ก่อนที่เขาจะสลบไปหลังจากอ่อนเพลียมาตลอดทั้งวัน

“คุณคะ! คุณ!”

พิมพ์มาดาตื่นตระหนกมากเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มสลบไปแล้ว เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาตายจึงได้รีบโทรไปเร่งกู้ภัย แต่ในขณะนั้น เธอก็ได้ยินเสียงรถผ่านมาพอดีจึงได้รีบเดินออกไปดู

“ทางนี้ค่ะพี่”

พิมพ์มาดาโบกไม้โบกมือ ก่อนชี้ไปยังชายหนุ่มที่นอนสลบอยู่ในรถ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel