ตอนที่ 1 ลางบอกเหตุ
ตอนที่ 1
ลางบอกเหตุ
หลังจากทำงานมาอย่างยาวนานติดต่อกันหลายวัน เกียรติภูมิก็ได้บอกให้ผู้จัดการเคลียร์ตารางงานเพื่อหาเวลาพักผ่อน เขาตัดสินใจชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวดอยในจังหวัดเชียงราย เพราะไม่เคยไปเที่ยวที่นั่นเลยสักครั้ง ส่วนใหญ่เมื่อมีเวลาว่างเขามักจะไปเที่ยวทะเลอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เคยได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แตกต่าง
ชายหนุ่มชวนเพื่อนสนิทไปเที่ยวด้วยกันประมาณสามสี่คน ซึ่งเพื่อนทุกคนเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แม้ว่าเขาจะอยู่ในวงการมานานแต่เขาก็ไม่มีเพื่อนสนิทในวงการเลยแม้แต่คนเดียว
“แกจะชวนพวกฉันไปเที่ยวหรือไง”
หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม ปกติตารางงานเพื่อนยาวเป็นหางว่าว จึงรู้สึกแปลกใจที่เพื่อนมีเวลาว่างและชวนไปเที่ยวติดต่อกันหลายวันแบบนี้
“ฉันจะล้อเล่นทำไม ก็อยากไปเที่ยวก็เลยมาชวนพวกแก”
“ฉันกลัวว่าแกจะให้ความหวังน่ะสิ ปกติแกเคยว่างซะที่ไหน”
“ก็ตอนนี้ฉันว่างแล้ว จะไปไหมล่ะ ว่าไง ตกลงจะไปกันไหม”
ทุกคนไม่รอช้ารีบพยักหน้าทันที จะพลาดได้อย่างไร นานๆจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ทริปนี้จึงไม่มีใครปฏิเสธเลยสักคน
เกียรติภูมิและเพื่อนรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้สำรวจธรรมชาติที่ยังคงความงดงามและบริสุทธิ์ ดอยที่พวกเขาเลือกไปนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและอากาศที่เย็นสบาย
“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้ขึ้นดอย”
ชีวิตเดินทางมาเกือบสามสิบปี เกียรติภูมิไม่เคยได้ไปเที่ยวบนดอยเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสมาสัมผัสธรรมชาติที่ตัวเองไม่เคยเห็น
“ครั้งแรกของฉันเหมือนกัน ปกติพวกเราไปแต่ทะเล ไม่เคยขึ้นดอยกันแบบนี้”
ไม่ใช่แค่เกียรติภูมิคนเดียวแต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เคยมาเที่ยวที่นี่ เนื่องจากถนนหนทางที่คดเคี้ยว และยังต้องขึ้นเขาอีกหลายกิโลเมตรกว่าจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ทำให้หลายๆคนถอดใจและเลือกที่จะไปเที่ยวแบบสะดวกสบาย
“พวกเราต้องจอดรถไว้ตรงนี้แล้วเดินขึ้นไป”
ยังไม่ถึงที่หมาย เกียรติภูมิและเพื่อนๆ ต้องเดินเท้าขึ้นดอยซึ่งเป็นการผจญภัยที่ท้าทายแต่ก็สนุกสนาน ระหว่างทางพวกเขาได้เห็นดอกไม้ป่า นกที่ร้องเพลง และแม่น้ำที่ไหลผ่านภูเขา ทุกคนหยุดพักเป็นระยะเพื่อถ่ายรูปและชื่นชมความงามของธรรมชาติที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่
“ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ มีนกหน้าตาแปลกๆเยอะแยะเลย ปกติเห็นแต่นกเขา นกพิราบ “
หลังจากที่เดินทางมาถึงจุดชมวิว พวกเขารู้สึกประทับใจมากกับภาพวิวเบื้องหน้าที่ทอดออกไปไกลสุดสายตา ท้องฟ้าที่โปร่งใสและหมอกบางๆ ที่ปกคลุมยอดดอยทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่แตกต่างจากที่เคยรู้จัก
“สวยเหมือนสวรรค์เลย หายเหนื่อยเลยนะเนี่ย”
เกียรติภูมิเอ่ย สายตามองทอดไปยังทะเลหมอกสีขาว
“นั่นสิ สวยสมคำร่ำลือเลยว่ะ”
เกียรติภูมิและเพื่อนๆ ใช้เวลาในการพูดคุยและผ่อนคลาย พร้อมทั้งรำลึกถึงความประทับใจที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งทำให้พวกเขามีความสุขอย่างมาก
ชายหนุ่มมิมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจเพียงสองวัน เช้าวันต่อมาเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นผู้จัดการที่โทรมา เกียรติภูมิก็รู้ทันทีว่าน่าจะมีเรื่องสำคัญ เขาจึงรีบรับสายก่อนบอกให้เพื่อนๆล่วงหน้าไปที่ร้านอาหารก่อน
“สวัสดีครับพี่นก”
ผู้จัดการแจ้งว่ามีงานด่วนที่ต้องการให้เกียรติภูมิกลับไปจัดการ ชายหนุ่มแม้จะกำลังพักผ่อนอยู่กับเพื่อนๆ ที่ต่างจังหวัด แต่ก็เข้าใจถึงความสำคัญของงานและความรับผิดชอบที่ตนมี
“เดี๋ยวผมจะรีบกลับครับ ผมอาจจะใช้เวลาเดินทางนานหน่อย ช่วยแจ้งลูกค้าให้ด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว นานๆทีจะได้มีเวลามาพักผ่อน แต่ก็มีงานแทรกเข้ามาจนได้ ดาราที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นแบบเขา ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะมีงานรัดตัวแบบนี้ ชายหนุ่มโสดลมหายใจลึก มองไปทางเพื่อนๆด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เขาอุตส่าห์ชวนเพื่อนมาเที่ยว แต่สุดท้ายเขาก็ต้องทิ้งเพื่อนกลับไปทำงาน
“มีอะไรหรือเปล่าภูมิ”
หนึ่งในนั้นตะโกนถาม เกียรติภูมิรีบเดินเข้าไปหาเพื่อน ก่อนอธิบายให้ฟังว่าเขาต้องรีบกลับกรุงเทพฯเพราะมีงานด่วนเข้ามา
“พอดีว่าพี่นกโทรตาม มีลูกค้าขอแทรกคิว ต้องรีบกลับไปถ่าย”
ทุกคนต่างรู้สึกเสียดายที่ต้องแยกทางกันเร็วเกินคาด แต่ก็ไม่มีใครโกรธหรือไม่พอใจเพราะทุกคนต่างเข้าใจในอาชีพของเพื่อน
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก พวกเราเข้าใจ”
ทุกคนเข้าใจและเคารพในความรับผิดชอบของเกียรติภูมิ
“แกต้องรีบกลับใช่ไหม เดี๋ยวพวกฉันไปช่วยเก็บของ”
พวกเขาช่วยกันจัดการเก็บของและเตรียมส่งเกียรติภูมิกลับไปกรุงเทพฯ
แม้จะต้องกลับก่อนเวลา แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้าใจและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ การที่มีเพื่อนที่เข้าใจและสนับสนุนเช่นนี้ ทำให้เกียรติภูมิรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น แม้การทำงานจะหนักหนาแค่ไหน การมีเพื่อนที่ดีอยู่ข้างๆ ย่อมทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
ในขณะที่เพื่อนๆกำลังเก็บกระเป๋าให้ ชายหนุ่มก็เผลอทำแก้วตกแตก เมื่อเขาก้มลงไปเก็บก็ถูกเศษแก้วบาดมือ ทุกคนชะงักเมื่อเห็นอย่างนั้น
“ฉันว่าเดี๋ยวฉันขับรถให้แกดีกว่า”
หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นเพราะรู้สึกไม่ดี เกียรติภูมิต้องขับรถลงจากดอยเพื่อกลับกรุงเทพฯ เขาไม่ชินทางอาจจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้
“ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่แก้วบาด”
“แต่ว่ามัน….”
“มันคงไม่มีอะไรหรอก แค่บังเอิญ”
เกียรติภูมิไม่เชื่อเรื่องที่เหนือธรรมชาติ เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ และมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ
แม้ว่าเพื่อนๆจะเป็นห่วงมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถรั้งชายหนุ่มเอาไว้ได้ สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องปล่อยให้เขาไปท่ามกลางความไม่สบายใจ
“อย่าคิดมากสิเพื่อน เดี๋ยวถึงกรุงเทพฯแล้วจะรีบโทรหา”
“ขับรถดีๆนะ ไม่ต้องรีบล่ะ ถ้ามีอะไรโทรหาพวกฉันได้ตลอดเวลา”
ทุกคนกำชับด้วยความเป็นห่วง มองรถหรูที่ค่อยๆแล่นออกไปจนลับสายตา
“ไม่สบายใจเลยว่ะ เป็นห่วงมัน”
“คงไม่มีอะไรหรอก พวกเราคงคิดมากไปเอง”
“หวังว่ามันจะขับรถถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยนะ”
ทุกคนต่างก็กังวล แต่ก็ภาวนาขอให้เกียรติภูมิเดินทางโดยสวัสดิภาพ กลับถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยโดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง
“ไปๆพวกเรา ไปกินข้าวกันดีกว่า อย่าคิดมากเลย”
ทุกคนพักเรื่องเกียรติภูมิก่อนจะรีบไปกินมื้อเช้าที่ร้านอาหาร แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่ค่อยสบายใจ แต่พวกเขาก็พยายามไม่คิดมาก
แม้ไม่ชินทางแต่เกียรติภูมิก็เป็นคนที่ขับรถได้ดี เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงเชื่อมั่นในตัวเพื่อนและคิดว่าเกียรติภูมิจะสามารถเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯได้โดยปลอดภัย
