ตอนที่ 3 ช่วยเหลือ
ตอนที่ 3
ช่วยเหลือ
พิมพ์มาดาเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย อีกไม่กี่วันที่มหาวิทยาลัยก็จะมีงาน นักศึกษาหลายๆคณะจึงต้องรวมตัวกันเพื่อช่วยกันจัดเตรียมงานให้พร้อม หญิงสาวมีหน้าที่ทำบอร์ดประชาสัมพันธ์ ทำให้เธอนั้นกลับบ้านช้ากว่าปกติ
ในทุกๆวันหญิงสาวจะขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านช่วงบ่ายๆ แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอขี่มอเตอร์ไซค์กลับช่วงค่ำ แต่หญิงสาวชินเส้นทางเธอจึงไม่ได้กลัวแม้ว่าทางที่เธอต้องใช้สัญจรนั้นจะเปลี่ยวและไม่มีไฟ
พิมพ์มาดารู้ดีว่าพ่อแม่เป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ท่านทั้งสองอยากจะซื้อรถให้เธอสักคันแต่ด้วยกำลังทรัพย์ทำให้ตอนนี้ยังคงซื้อไม่ได้ ได้แต่ใช้มอเตอร์ไซค์ไปก่อนชั่วคราว รอเวลาที่แม่จะเก็บเงินได้ถึงวันนั้นเธอคงจะมีรถขับเหมือนเพื่อนๆ
หญิงสาวก็ไม่เคยกดดันผู้เป็นแม่ เธอไม่อยากรบกวนพ่อแม่เพราะฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ อีกอย่างค่าใช้จ่ายของแม่ก็เยอะมากพอแล้ว ถ้าต้องเจียดเงินมาซื้อรถให้ เธอมองว่ามันเกินความจำเป็นไปหน่อย อย่างไรมอเตอร์ไซค์ก็ใช้สัญจรได้เหมือนกัน ความปลอดภัยอาจจะไม่เท่ารถยนต์ แต่เธอก็ไม่ได้กลับบ้านดึกๆแบบนี้บ่อยๆ เพราะฉะนั้นเธอจึงคอยบอกแม่เสมอว่าไม่จำเป็นต้องซื้อรถให้เธอ ไว้เธอเรียนจบทำงานได้เธอจะซื้อรถด้วยตัวเอง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่พิมพ์มาดากำลังยืนคุยอยู่กับกู้ภัย เธอขอตัวรับสายก่อนเดินเลี่ยงออกมา
“อยู่ที่ไหนลูก ดึกแล้วนะทำไมยังไม่กลับบ้าน”
หญิงวัยกลางคนเป็นห่วงลูกสาวมาก ปกติลูกไม่เคยกลับเวลานี้ เธอจึงรีบโทรตามทันที
“หนูเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัย พอดีเจอคนเกิดอุบัติเหตุก็เลยเข้าไปช่วยเหลือเขา วันนี้หนูอาจจะไม่ได้กลับนะเดี๋ยวหนูต้องตามไปให้ปากคำที่โรงพักแล้วก็ต้องไปโรงพยาบาลด้วย”
“ให้แม่ไปหาไหมลูก”
“ไม่เป็นไรจ๊ะแม่ แม่ไม่ต้องกลัวนะมีพี่กู้ภัยและก็เจ้าหน้าที่พยาบาลเยอะแยะเลย”
หญิงสาวอยากให้แม่รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แม่จะได้สบายใจและไม่ต้องห่วง
“ช่วยคนมันก็ดีแต่ก็ต้องระวังตัวเองด้วยนะลูก มีอะไรก็โทรหาแม่ล่ะ”
“จ๊ะแม่ ไม่ต้องห่วงหนูนะ”
พิมพ์มาดาวางสายก่อนถอนหายใจ เธอเป็นคนแรกที่เจอชายหนุ่ม เพราะฉะนั้นเธอต้องอยู่ให้ปากคำกับตำรวจก่อน ความจริงหญิงสาวอยากกลับบ้านไปพักผ่อนมากกว่า แต่เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องเดินทางมาที่โรงพัก หลังให้ปากคำเรียบร้อยเธอก็รีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อติดตามอาการของชายหนุ่ม
เธอได้แต่นั่งภาวนาขอให้เขารอดปลอดภัย เพราะถ้าเขาไม่รอดเธอคงจะรู้สึกเสียใจมาก ที่ไม่สามารถช่วยเขาได้
หญิงสาวยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่เธอช่วยเหลือเมื่อครู่คือใคร เพราะมีรอยแผลที่หน้าและมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มไปหมดจนบดบังใบหน้าที่แท้จริงของเขา
“อ้าวพิมพ์ มาทำอะไรที่นี่”
“สวัสดีค่ะพี่เกด พอดีว่าพิมพ์มารอดูอาการคนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อกี้”
“รู้จักกันเหรอ”พยาบาลสาวเอ่ยถาม ก่อนที่พิมพ์มาดาจะส่ายหน้า
“ไม่ได้รู้จักกันหรอก แต่หนูเป็นคนช่วยเขาไว้”
“งั้นก็นั่งรอตรงนี้แหละ เขายังไม่ออกจากห้องฉุกเฉินเลย พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง”
“แล้วนี่พี่เกดยังไม่กลับบ้านหรือคะ”
“วันนี้พี่อยู่เวรน่ะสิ ง่วงมากเลยเนี่ย”
พยาบาลสาวบ่นก่อนเดินไปกดกาแฟและกระดกดื่มเดี๋ยวนั้นจนหมดแก้ว
“พี่กดกาแฟมาให้”
“ขอบคุณนะคะพี่เกด”
พิมพ์มาดายกมือไหว้ก่อนรับกาแฟร้อนมาถือ ตอนนี้ดึกแล้วเธอเองก็รู้สึกง่วงเหมือนกัน แต่ยังไปไหนไม่ได้เพราะเธอต้องรอดูชายหนุ่มก่อน เธอไม่แน่ใจว่าเขามีญาติหรือเปล่า เพราะเมื่อครู่เขาห้ามไม่ให้เธอติดต่อใครเลยสักคน
แม้ว่าจะเหนื่อยและง่วงมาก แต่พิมพ์มาดารู้สึกว่าการกระทำของเธอในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเธอภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้อื่นในยามวิกฤติ
“ถ้าง่วง นอนตรงนี้ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปหาผ้ามาให้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เกด หนูนั่งหลับได้ ตอนอยู่ในห้องเรียนก็นั่งหลับประจำ”
“จ้า หลับที่นี่มันไม่เป็นอะไรหรอกนะ แต่ถ้าหลับในห้องเรียนระวังสอบตกแล้วกัน”
พยาบาลสาวเอ่ยยิ้มๆก่อนเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์มาดานั่งอยู่เพียงลำพัง หญิงสาวตั้งใจเอาไว้แล้วว่าคืนนี้เธอจะไม่นอน เมื่อรู้สึกง่วงพิมพ์มาดาจึงเดินไปเดินมา
แต่แล้วเธอก็ไม่สามารถต้านทานความง่วงของตัวเองได้ หญิงสาวทอดกายนอนลงบนเก้าอี้ยาว ก่อนหลับไปโดยไม่รู้ตัว
“น้อง”
พิมมาดาสะดุ้งตื่น เมื่อได้ยินเสียงเรียก เธอขยี้ตาเล็กน้อยก่อนเงยหน้ามองเจ้าหน้าที่กู้ภัย
“กระเป๋าน้องหรือเปล่า พี่เห็นมันตกอยู่ใกล้ๆซากรถ”
“ของหนูค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ”
ดูเหมือนว่าเธอจะตกใจมากเลยเผลอทิ้งกระเป๋า หญิงสาวรีบรับกระเป๋ามาดู ก่อนเปิดเช็คว่าของข้างในยังอยู่ครบหรือไม่ เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วก็พบว่าทุกอย่างยังอยู่ครบรวมทั้งกระเป๋าเงินของเธอด้วย
พิมพ์มาดาหาววอดใหญ่ มองนาฬิกาข้อมือตอนนี้ก็ใกล้เช้าแล้ว เธอรีบเดินไปที่ห้องน้ำวักน้ำล้างหน้า ก่อนทำธุระส่วนตัวและกลับมานั่งรอที่เดิม
“พี่เกด คุณคนนั้นเขาเป็นยังไงบ้าง”
พยาบาลสาวมีท่าทางตื่นเต้น พลางกระซิบถามพิมพ์มาดา
“ไม่รู้หรอว่าคนที่เธอช่วยคือใคร”
“ใครหรือคะ”
พยาบาลสาวอยากจะกรี๊ดแต่ก็ไม่กล้า เธอไม่กล้าพูดเสียงดังด้วยซ้ำเพราะหมอห้ามเอาไว้ว่าไม่ให้เปิดเผยข้อมูลของคนไข้
“เขาเป็นดาราที่กำลังดังอยู่ตอนนี้”
“แล้วใครล่ะพี่เกด”
ดารามีเป็นพันเป็นหมื่นคน แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าดาราที่เธอช่วยคือใคร
“ก็คุณเกียรติภูมิไง พระเอกละครที่ดังๆน่ะ”
พิมพ์มาดาตาโต เธอเองก็เป็นคนที่ชอบดูละครเมื่อรู้ว่าคนที่เธอช่วยคือพระเอกหนุ่มในละครที่เธอชอบ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างจากการะเกด
“ล้อหนูเล่นหรือเปล่าพี่เกด”
“ฉันจะล้อเธอเล่นทำไมล่ะ ฉันจะบอกว่า คุณเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว แล้วเขาก็สั่งห้ามไม่ให้บอกใครว่าเขาเกิดอุบัติเหตุ”
พิมพ์มาดาพยักหน้าเข้าใจ เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือดาราดังแบบนี้ เมื่อนึกถึงตอนนั้นเธอจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว บรรยากาศตอนนั้นมืดมาก แถมใบหน้าเขาก็มีแต่รอยแผลและมีเลือดเปื้อนเต็มไปหมด ทำให้เธอนั้นไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
“รู้แล้วก็เหยียบไว้นะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด”
“โอเค แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินนั่นแหละ เตรียมย้ายไปที่ห้องพักฟื้น”
