บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ความไม่ซื่อตรง

เป็นอย่างที่ฉู่หมิงอวี้คิดเอาไว้ ทุกคำพูดของนางและฉู่หมิงรุ่ย รวมไปถึงสองพี่น้องสกุลหลัวล้วนถูกนำมารายงานให้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ได้รับรู้อย่างละเอียด นอกจากฉู่หมิงหรงฮ่องเต้แล้วคนที่ยืนฟังรายงานด้วยก็คือหยางกวง เมื่อคนทั้งคู่ได้รับฟังรายงานอย่างละเอียดแล้วก็ต่างมีความคิดเป็นของตนเอง ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงคิดว่าในที่สุดพระกนิษฐาของตนเองก็คิดได้แล้ว ส่วนหยางกวงกำลังคิดว่าการที่อยู่ๆ ฉู่หมิงอวี้ก็คิดได้เช่นนี้มีความเป็นไปได้ว่าฉู่หมิงอวี้ก็อาจจะได้ย้อนกลับมาเช่นเดียวกันกับเขา

“นางคิดได้เช่นนี้วันหน้าเจ้าก็คงจะลดทอนความยุ่งยากลงได้แล้ว หลุงจากที่เจ้าแต่งน้องหญิงเจ็ดเข้าจวนไปแลิวคนเหล่านี้จะได้ไม่ไปก่อกวนเจ้าที่จวนสกุลหยาง” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้เอ่ยเช่นนี้หยางกวงก็พลันส่ายหน้าในทันที

“เรื่องนี้กระหม่อมก็ไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ ไม่แน่ว่าการที่องค์หญิงเจ็ดทรงแสดงท่าทีออกมาเเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะความน้อยพระทัยอย่างที่องค์หญิงทรงตรัสต่อคนเหล่านั้นก็ได้” คำพูดของหยางกวงทำให้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงส่ายพระพักตร์แล้วจึงได้ตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นพระทัย

“น้องหญิงเจ็ดเป็นคนเปิดเผย ความคิดอ่านของนางไม่ซับซ้อนและเรียบง่ายเรื่องนี้เจ้าน่าจะรู้ดี น่าเสียดายก็ตรงที่ความคิดของนางนั้นเรียบง่ายมากจนเกินไป จนทำให้นางมักจะถูกคนชั่วหลอกใช้ประจำ” ถ้อยคำประโยคนี้ของผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายและสหายทำให้หยางกวงเม้มปากแน่นเมื่อคิดถึงจุดจบในชาติที่แล้วของนางและของเขา

“อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงตรัสถามเช่นนี้หยางกวงที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ก็พลันส่ายหน้าแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ดีขึ้นมากแล้วพะย่ะค่ะ” เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ก็พลันส่ายพระพักตร์ทรงส่งสัญญาณให้หมอหลวงเข้ามาตรวจบาดแผลของหยางกวงซึ่งเขาก็ไม่อาจจะขัดขืนยินยอมให้หมอหลวงเข้ามาตรวจบาดแผลอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยง

“ข้าไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดี นี่ใจคอเจ้าอยากจะทำให้ข้ารู้สึกผิดกับเจ้าไปจนตายเลยหรือไง” เมื่อรู้ว่าบาดแผลของหยางกวงยังไม่ทันสมานตัวดีอีกทั้งยังมีบางจุดที่ปริแตก ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ก็ทรงตรัสถามออกมาด้วยความไม่พอพระทัย คำถามประโยคนี้ทำให้หยางกวงยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันจืดเจื่อนในทันที

“ความรู้สึกผิดก็ยังดีกว่าความหวาดระแวงมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ระหว่างขุนนางกับกษัตริย์หากเกิดความหวาดระแวงต่อกันเมื่อใดก็มีแต่ต้องเกิดความสูญเสียหรือไม่ก็ตายกันไปข้างหนึ่งเพียงเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็จะเป็นฝ่ายขุนนางเสียด้วยที่ต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย” เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ก็ทรงส่ายพระพักตร์

“แค่ข้าออกราชโองการประทานสมรสให้เจ้ากับน้องหญิงเจ็ดข้าก็รู้สึกผิดต่อเจ้าแล้ว เจ้ายังอยากจะยัดเยียดความรู้สึกผิดให้ข้าเพิ่มอีกหรือ” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้หยางกวงก็ยิ้มออกมา

“ถ้าทรงรู้สึกผิดต่อกระหม่อมมิทราบว่าวันนี้จะทรงทำให้กระหม่อมสามารถไปเยี่ยมเยียนองค์หญิงเจ็ดที่ตำหนักได้หรือไม่” เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ก็ทรงทอดถอนพระทัยในทันที

“อีกไม่นานก็จะเข้าพิธีสมรสกันแล้ว ตามธรรมเนียมพวกเจ้าห้ามพบหน้ากัน อีกทั้งยามนี้เจ้าก็รู้แล้วว่านางสบายดียังอยากจะไปเยี่ยมเยียนนางทำไมอีก” คำถามของฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทำให้หยางกวงทอดถอนใจออกมา

แม้จะรู้ว่ายามนี้นางสบายดีแต่ตราบใดที่เขาไม่ได้เห็นด้วยสายตาของตนเองก็ยากที่จะสงบใจ ร่างกายที่แม้ว่าจะยังคงอบอุ่นอยู่แต่สิ้นไร้ลมหายใจไปแล้วของนางทำให้เขาไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้ ในชาติที่แล้วเขาต้องสูญเสียนางไปอย่างไม่อาจจะช่วยเหลืออันใดนางได้มันทำให้จิตใจของเขาแตกสลายมาจนบัดนี้ ยามนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้จิตใจของเขาสงบได้ก็มีแค่เพียงการได้เห็นว่านางยังสุขสบายดีด้วยตาของตนเอง

“ถึงอย่างไรอีกไม่นานองค์หญิงเจ็ดก็จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกระหม่อม กระหม่อมอยากจะไปพบหน้าและเยี่ยมเยียนบ้างมิได้หรือพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของหยางกวงทำให้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงทอดถอนพระทัยออกมาแล้วพยักพระพักตร์อย่างยอมแพ้

“หากเจ้าอยากจะไปจริงๆ ก็ย่อมได้ เพียงแต่เพื่อไม่ให้ผู้อื่นนำไปพูดในทางที่ไม่ดี เจ้าก็แสร้งติดตามข้าไปเยี่ยมเยียนนางที่ตำหนักก็แล้วกัน” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้หยางกวงก็ยิ้มออกมาในทันทีใบหน้าข้างที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าดึงดูดใจ ฉู่หมิงหรงทอดพระเนตรมองใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับใบหน้าของนางในพระทัยแล้วก็ทรงเม้มพระโอษฐ์แน่นแล้วตรัสถามออกมาตามตรง

“ใบหน้าของเจ้าหายดีแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงได้ยังสวมใส่หน้ากากบ้าๆ นี่อีก” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงตรัสถามเช่นนี้หยางกวงก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยถามออกมาตามตรง

“หากกระหม่อมใช้ใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับซินเอ๋อร์ไปออกรบฝ่าบาททรงคิดว่าจะสามารถข่มขวัญศัตรูได้หรือ อีกทั้งหากให้บรรดาชายหนุ่มในกองทัพได้เห็นใบหน้าเช่นนี้ตลอดทั้งวันฝ่าบาทจะรู้สึกสบายพระทัยหรือไม่” คำถามของเขาทำให้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงส่ายพระพักตร์ในทันที

“ข้าไม่มีทางสบายใจ ให้ตายสิเสี่ยวกวงเหตุใดใบหน้าของเจ้าจึงได้คล้ายคลึงกับน้องสาวของเจ้าเช่นนี้ได้ เจ้าเป็นแม่ทัพที่ผู้คนต่างเรียกขานว่าเป็นราชาของปีศาจเชียวนะแต่ทำไมใบหน้าของเจ้ากลับงดงามราวกับอิสตรีเช่นนี้ หากว่าเจ้าอ่อนเยาว์ลงอีกสักหน่อย ลดทอนกลิ่นอายสังหารรอบกายลงแล้วแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายของสตรีก็คงจะไม่แตกต่างจากน้องสาวของเจ้าเท่าใดนัก” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงตรัสจบกลิ่นอายสังหารก็พลันพวยพุ่งมาจากร่างของหยางกวงในทันที ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้จึงได้ตรัสออกมาต่อด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อ

“น้องหญิงเจ็ดของข้านางชอบคนหน้าตาดี เจ้าดูสาวใช้ข้างกายนางสิ มีผู้ใดไม่งดงามบ้าง ยังมีหลัวจิ้งผู้นั้นอีกผู้คนทั่วไปต่างก็ตั้งฉายาให้เขาว่าคุณชายอันดับหนึ่ง ที่เขาได้ฉายานี้หาใช่ด้วยความสามารถของเขาไม่แต่ล้วนเป็นเพราะหน้าตาของเขาต่างหาก แต่ข้าเชื่อว่าหากเจ้ายินยอมปลดหน้ากากข้างนี้ออก ฉายาคุณชายอันดับหนึ่งของเขาคงจะต้องถูกเจ้าแย่งชิงมาได้แน่” เมื่อฉู่หมิงหรงฮ่องเต้ทรงเอ่ยเช่นนี้กลิ่นอายสังหารจากร่างของหยางกวงจึงได้ลดลง

“ถึงอย่างไรฉายาราชาของปีศาจที่กระหม่อมได้รับมาก็ช่วยข่มขวัญศัตรูได้มากกว่า” หยางกวงเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาแตะหน้ากากเหล็กที่ปิดบังใบหน้าซีกหนึ่งของตนเองเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“อีกหนึ่งสาเหตุที่กระหม่อมไม่คิดจะถอดหน้ากากนี้เป็นเพราะหน้ากากนี้คือหนึ่งในสิ่งของที่องค์หญิงเจ็ดประทานให้” เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่หมิงหรงฮ่องเต้จึงได้ส่ายพระพักตร์อย่างไม่เห็นด้วย แต่เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของหยางกวงแล้วสุดท้ายฉู่หมิงหรงฮ่องเต้จึงได้ตัดสินพระทัยตรัสออกมาตามตรง

“เสี่ยวกวง เจ้ากับข้าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เจ้าชอบนางข้าย่อมรู้แต่ความชอบของเจ้าควรจะแสดงออกอย่างที่คนทั่วไปมักจะทำไม่ดีกว่าหรือ ความรู้สึกผิดที่นางมีต่อเจ้านานวันเข้าก็อาจจะจางหายไป ต่อให้พวกเจ้ากำลังจะเป็นคู่ชีวิตกัน แต่สิ่งสำคัญของคนใช้ชีวิตคู่ก็คือความจริงใจมิใช่หรือ หากเจ้าปิดบังทุกสิ่งจากนางแล้วเมื่อไหร่เจ้าจะได้ครอบครองหัวใจของนางเล่า” ถ้อยคำประโยคนี้ทำให้หยางกวงนิ่งงันไป เขาไม่เพียงตั้งใจจะใช้ความรู้สึกผิดที่นางมีต่อเขาในอดีตเหนี่ยวรั้งจิตใจของนางแต่ยังปกปิดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำไม่ให้นางได้รับรู้อีกด้วย

เขารู้ดีว่าตราบใดที่ฉู่หมิงอวี้ได้เห็นหน้ากากเหล็กที่นางเคยมอบให้แก่เขา ความรู้สึกผิดที่นางเข้าใจว่าตนเองทำให้เขาต้องเสียโฉมจะทำให้นางปฏิบัติต่อเขาอย่างอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น เขาไม่เพียงปกปิดเรื่องบาดแผลบนใบหน้าของตนเพื่อแสวงหาความอ่อนโยนจากนาง แต่ยังปกปิดนางเรื่องสตรีแซ่โจวของบิดาด้วย สุดท้ายก็ราวกับสวรรค์ลงโทษความไม่ซื่อตรงของเขา จึงทำให้เขาและนางต้องจบชีวิตลงทั้งที่ยังเข้าใจผิดกันอยู่เช่นนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel