บทย่อ
ซีรีส์กามเทพจัดรักให้คุณบอส 1. กามเทพจัดรักให้คุณบอส โปรย เพราะโดนสายฟ้าฟาด...เธอจึงมองเห็น "ด้ายแดงแห่งโชคชะตา" และเรื่องที่พังที่สุดในชีวิตก็คือ ด้ายแดงของเธอดันผูกกับรองประธานสุดหล่อ ผู้เย็นชา ปากร้าย และเกลียดความรักเข้าไส้! เมื่อกามเทพฝึกหัดลงโทษให้เธอต้องเป็นแม่สื่อจับคู่ให้สำเร็จหนึ่งคู่ พราวฟ้าจึงพยายามหาผู้หญิงทุกคนมาให้คุณบอส แต่ยิ่งจับคู่ ยิ่งถูกโชคชะตาผลักให้มาอยู่ใกล้กัน จากคนที่อยากตัดด้ายแดงให้ขาด กลับกลายเป็นคนที่ไม่อยากปล่อยมืออีกต่อไป สุดท้ายแล้ว ความรักครั้งนี้เกิดจากเวทมนตร์ของกามเทพ หรือเกิดจากหัวใจของคนสองคนกันแน่ 2. ซ่อนกลเสน่หา โปรย ยี่สิบกว่าปีก่อน เขาโยนลูกสาววัยขวบเศษทิ้งไว้กลางถนนเพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงคนใหม่ ยี่สิบกว่าปีต่อมา เด็กคนนั้นกลับมาในฐานะอัจฉริยะเจ้าของบริษัทชิปเซตระดับโลก พร้อมเงิน อำนาจ และสมองที่เฉียบคมเกินกว่าใครจะต่อกร เธอไม่ได้กลับมาเพื่อทวงคำว่าพ่อ แต่กลับมาเพื่อทำให้ชายที่ชื่อ มนัส สูญเสียทุกสิ่งทีละอย่าง ตั้งแต่ธุรกิจ หุ้น ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ครอบครัว จนถึงศักดิ์ศรี โดยมี คินทร์ เจ้าพ่อธุรกิจกลางคืน ผู้พร้อมเป็นทั้งโล่และดาบ คอยยืนเคียงข้างทุกย่างก้าวของการล้างแค้น เมื่อเกมนี้เริ่มเดิน... คนโลภจะถูกหลอกด้วยความโลภ คนทรยศจะถูกทำลายด้วยความจริง และคนที่เคยทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง จะได้ชดใช้ด้วยชีวิตที่พังพินาศจนไม่เหลือแม้แต่ที่ยืน เพราะการแก้แค้นที่สาสมที่สุด ไม่ใช่การพรากลมหายใจ แต่คือการปล่อยให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ก่อนรู้ว่าเหยื่อที่เคยเหยียบย่ำ คือ "ลูกสาว" ที่เขาเคยโยนทิ้งด้วยมือตัวเอง 3. เล่ห์กลมนตร์เหมันต์ โปรย ตื่นขึ้นมาอีกที... เธอกลับกลายเป็น นางร้าย ที่มีจุดจบต้องถูกสามีจัดการจนต้องไปอยู่ใต้รากมะม่วง มีนา เชฟสาวเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างภรรยาจอมร้ายของ เหมันต์ อดีตประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทุกคนคิดว่าเป็นเพียงชายพิการเป็นใบ้ แต่เธอรู้ความจริงว่า ชายคนนี้แค่แสร้งเป็นใบ้เพื่อรอวันเอาคืนคนทรยศ หากปล่อยให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป ชีวิตของเธอมีเพียงความตาย ทางรอดเดียวคือเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นสามีคลั่งรัก จากข้าวไข่เจียวธรรมดา สู่ขนมทองเอกที่สร้างอาณาจักรธุรกิจ จากบ้านสวนซอมซ่อ สู่การทวงคืนบัลลังก์ประธานบริษัท และจากความหวาดระแวง กลายเป็นความรักที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก เมื่อเสน่ห์ปลายจวักต้องปะทะเกมแค้นของท่านประธานสุดอันตราย บทสรุปครั้งนี้จะลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมหรือจะเป็น "สูตรรักของท่านประธาน" ที่หวานที่สุดตลอดกาล
1
เล่ม 1 กามเทพจัดรักให้คุณบอส
“ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย” เสียงหวานใสที่อัดแน่นไปด้วยความหงุดหงิดดังลั่น จนผู้คนที่เดินผ่านสวนสาธารณะข้างตึกออฟฟิศหรูกลางเมืองอดหันมามองไม่ได้
พราวฟ้า พนักงานสาวฝ่ายการตลาดวัยยี่สิบห้าปีในชุดทำงานสีพาสเทล กำลังเดินกระทืบส้นสูงดังปึก ๆ ไปตามทางเดินคอนกรีต มือหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือแน่น อีกมือจิ้มหน้าจอรัว ๆ ราวกับตั้งใจจะส่งมันไปเกิดใหม่เดี๋ยวนั้น
วันนี้นับเป็นอีกวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ
เริ่มตั้งแต่ลูกค้าแก้งานเป็นรอบที่สิบแปด จนแทบอยากโยนโน้ตบุ๊กทิ้งหน้าต่าง แล้วต่อด้วยการถูกเรียกเข้าห้องประชุมเพื่อโดนคุณกวิน รองประธานหนุ่มหน้าหล่อผู้ได้รับฉายา "ราชาแห่งความเย็นชา" สับเละไม่มีชิ้นดี เพียงเพราะฟอนต์ที่เธอใช้ไม่ถูกใจเขา
'งานของคุณมันขาดความเป็นมืออาชีพ พราวฟ้า ถ้าแยกแยะระหว่างความชอบส่วนตัวกับรสนิยมสากลไม่ได้ วันหลังไม่ต้องเสนอหน้าเข้าประชุม'
ประโยคนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับมีคนเปิดลำโพงวนซ้ำไม่รู้จบ น้ำเสียงเรียบเฉยของผู้ชายคนนั้นกลับคมยิ่งกว่ามีด กรีดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำจนเธอเจ็บใจไม่หาย
“หน้าตาก็ดาราลูกครึ่ง แต่ปากหมาอย่างกับสุนัขพันธุ์ทาง เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ คนอะไรไม่มีหัวใจ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะรักใครเป็นไหม หรือเกิดมาเพื่อกินข้าวแล้วพ่นไฟใส่ลูกน้องไปวัน ๆ อีตาบอสน้ำแข็งเอ๊ย”
หญิงสาวสะบัดผมบ๊อบอย่างแรง ก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดไปทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งใต้ต้นจามจุรีใหญ่
ทว่า... ยังไม่ทันได้ระบายอารมณ์จนหมดดี บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
แสงแดดยามบ่ายที่เคยแผดร้อนค่อย ๆ ดับวูบลงราวกับมีใครดึงม่านสีดำมาปิดท้องฟ้า ลมแรงพัดกรูเข้ามา หอบเอาใบไม้แห้งหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ เมฆสีเทาทะมึนรวมตัวกันเหนือศีรษะภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
หญิงสาวเงยหน้ามองฟ้าอย่างงุนงง
“อ้าว... ฝนจะตกซะงั้น วันนี้มันวันกาลกิณีอะไรของฉันเนี่ย” เธอรีบลุกจากม้านั่ง เตรียมวิ่งกลับเข้าอาคารบริษัท แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าออกไป เสียงคำรามสนั่นราวกับผืนฟ้ากำลังฉีกขาดก็ดังขึ้นเสียก่อน
เปรี้ยง!!
สายฟ้าสีเงินขนาดมหึมาฟาดลงมายังยอดต้นจามจุรีอย่างแม่นยำ แสงสว่างวาบฉีกท้องฟ้าจนแสบตา แรงอัดอากาศกระแทกเข้าหาตัวหญิงสาวอย่างรุนแรง ขณะที่กระแสไฟฟ้าบางส่วนวิ่งปราดไปตามพื้นดิน พุ่งเข้าสู่ร่างของเธอในเสี้ยววินาที
ร่างบางสะดุ้งเฮือกทั้งตัว ดวงตาเบิกกว้างสุดขีด ก่อนภาพตรงหน้าจะค่อย ๆ เลือนหาย กลายเป็นสีขาวโพลน
เสียงทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงวิ้งยาวในโสตประสาท แล้วร่างของพราวฟ้าก็ทรุดฮวบ ล้มฟุบลงบนพื้นหญ้าอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ฟื้นแล้ว ๆ คุณพยาบาลครับ คนไข้ฟื้นแล้ว”
เสียงโหวกเหวกข้างหูดังระงมจนเปลือกตาที่หนักอึ้งของพราวฟ้าค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึกลอยเข้าจมูกทันทีที่ได้สติ เพดานห้องสีขาวสะอาด สายน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ข้างเตียง และเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังเป็นจังหวะ บอกให้รู้ว่าเธอกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาล
“โอ๊ย... ปวดหัวจัง” พราวฟ้ายกมือขึ้นกุมขมับ พลางขมวดคิ้วด้วยความปวดหนึบไปทั้งศีรษะ
“คุณพราวฟ้าโชคดีมากเลยนะครับ โดนฟ้าผ่าเฉียดไปนิดเดียว หมอตรวจแล้วพบแค่แผลไหม้ถลอกเล็กน้อยกับอาการช็อกเท่านั้น น่าจะเกิดจากร่างกายอ่อนเพลียและโดนความร้อนสะสมครับ” คุณหมอวัยกลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร พลางยกไฟฉายเล็ก ๆ ส่องตรวจม่านตาของเธอ
แต่พราวฟ้ากลับไม่ได้ยินคำอธิบายของหมอแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มือไม้เริ่มสั่นระริกเมื่อภาพประหลาดตรงหน้าปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“หมอคะ... นั่น... นั่นมันอะไรคะ” เธอยกนิ้วชี้ไปยังมือของคุณหมอด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“อะไรเหรอครับ” คุณหมอก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังถือแฟ้มประวัติคนไข้อย่างงุนงง
ในสายตาของพราวฟ้า บนนิ้วก้อยข้างซ้ายของคุณหมอมีเส้นด้ายสีแดงเรืองรองผูกเป็นเงื่อนตายไว้อย่างแน่นหนา เธอค่อย ๆ มองตามเส้นด้ายเส้นนั้น มันทอดยาวทะลุกำแพงห้องออกไปไกลสุดสายตา
ไม่ใช่แค่คุณหมอ เมื่อเธอหันไปมองพยาบาลที่เพิ่งเดินเข้ามา รวมถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ต่างก็มีเส้นด้ายสีแดงผูกอยู่ที่นิ้วก้อยเหมือนกันทุกคน
บางเส้นทอดยาวไปทางซ้าย
บางเส้นพาดผ่านเพดานไปทางขวา
บางเส้นไขว้กันไปมา จนทั่วทั้งโรงพยาบาลดูราวกับถูกปกคลุมด้วยตาข่ายใยแมงมุมสีแดงเรืองแสงขนาดมหึมา
“นี่ฉันตาฝาดหรือสมองกระทบกระเทือนจนหลอนไปแล้วเนี่ย”
พราวฟ้าร้องลั่น พลางยกมือขยี้ตารัว ๆ แต่ไม่ว่าจะขยี้แรงแค่ไหน เส้นด้ายสีแดงเหล่านั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะหายไปแม้แต่น้อย
“พวกมนุษย์นี่เอะอะก็โวยวาย น่ารำคาญจริง” เสียงทุ้มเล็ก ๆ ที่ฟังดูกวนประสาทดังขึ้นจากปลายเตียง
พราวฟ้าสะดุ้งเฮือก รีบหันไปมองต้นเสียง ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างกว่าเดิม
ชายหนุ่มตัวจิ๋วสูงไม่ถึงหัวเข่า ลอยตัวกลางอากาศอยู่ปลายเตียง สวมสูททักซิโด้สีขาวเนี้ยบ ดูภูมิฐานผิดกับรูปร่างจิ๋ว
ๆ ของตัวเอง กลางหลังมีปีกสีขาวเล็ก ๆ กระพือเบา ๆ และที่สำคัญ ร่างของเขาโปร่งแสงจนสามารถมองทะลุไปเห็นประตูห้องด้านหลังได้

