บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 ไปคุยต่อบนรถ

“ผมสุกิตครับ”

แฟนหนุ่มของเจ๊เกียวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเกร็ง ๆ

“คุณรวีร์... ใช่ไหมครับ?”

“ครับ ผมรวีร์ กิตตรานุวัตร”

น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสุภาพที่แตะอยู่เพียงมุมปาก ขณะสายตาคมมองอีกฝ่ายตรง ๆ อย่างไม่หลบเลี่ยง

กรรณีอึ้งไปชั่วขณะ คำว่า ‘กิตตรานุวัตร’ ดังซ้ำอยู่ในหัว

‘นี่มันไฮโซเจ้าของสนามกอล์ฟที่ฉันไปเล่นประจำนี่! แถมตระกูลนี้ยังเป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ไหนจะห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกตั้งหลายแห่ง...’

กรรณีเผลอมองหน้าเพลาอีกครั้ง

‘ทำไมไอ้เพลามันถึงดวงดีขนาดนี้นะ มีแฟนหล่อแถมยังรวยอีกต่างหาก’

ความอิจฉาเล็ก ๆ แล่นวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“คุณวีร์ ดื่มอะไรดีครับ?”

สุกิตเอ่ยถามอย่างสุภาพ

“อเมริกาโน่ครับ”

รวีร์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะหันไปทางหญิงสาวที่นั่งข้างกาย

“ที่รัก วันนี้ผมสวมแหวนมาด้วยนะ ของคุณล่ะ”

เขาไม่ได้แค่ถาม แต่ถือวิสาสะดึงมือเธอขึ้นมาดูเสียเลย

“สวมมาเหมือนกันนี่”

คำพูดยังไม่ทันจบ รวีร์ก็ก้มลงจูบหลังมือเธอเบา ๆ

‘เฮ้ย! อีตานี่เล่นเกินบทไปแล้วนะ!’

เพลาขนลุกซู่ตั้งแต่ปลายนิ้วไล่ขึ้นไปถึงสันหลัง สมองสั่งให้ชักมือหนี แต่เมื่อเหลือบเห็นสายตาเจ๊เกียวกับแฟนหนุ่มที่จับจ้องมาทางนี้อย่างสนอกสนใจ เธอก็ได้แต่นั่งนิ่งทว่าในใจแอบสาปแช่งเขาอยู่

‘เพี้ยง! ขอให้คำว่า ‘ที่รัก’ ติดคอตายไปเลย!’

เพลายิ้มค้าง มุมปากชาวาบไปชั่วครู่ พอดีกับพนักงานเดินเข้ามาเสิร์ฟกาแฟ เธอจึงฉวยโอกาสดึงมือกลับมาอย่างแนบเนียน

“กาแฟมาแล้ว”

เธอรับถ้วยจากพนักงานเสิร์ฟ แล้วทำท่าจะยื่นให้รวีร์ ทว่าเหมือนมือจะสั่นเล็กน้อย

พริบตาเดียว...

กาแฟในถ้วยหกรดลงบนอกเสื้อของรวีร์เป็นวงสีน้ำตาลเข้ม แม้ไม่มาก แต่ก็เด่นชัดพอให้ทุกคนรอบโต๊ะหน้าเหวอไปตาม ๆ กัน

เพลาตีบทแตกอีกครั้ง รีบคว้าทิชชูจากมุมโต๊ะมาเช็ดให้เขาอย่างร้อนรน

“อุ๊ยตายจริง! เพลาทำเสื้อคุณเลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ”

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“คุณไม่ชอบให้เสื้อสกปรกนี่ค่ะ รีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดดีกว่า”

เพลาหันไปทางสุกิตกับเจ๊เกียว ยกมือไหว้อย่างรวดเร็ว

“คุณสุกิต เพลาขอกลับก่อนนะคะ”

เธอยิ้มหวานให้เจ๊เกียว

“เจอกันวันจันทร์นะคะเจ๊”

พูดจบ เธอก็คว้าแขนรวีร์ไว้แน่น แล้วลากเขาออกจากร้านไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดอะไรอีก

คราบกาแฟสีเข้มซึมลึกลงบนเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง กลิ่นขมอุ่น ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก รวีร์ก้มลงมองรอยเปื้อนบนอกเสื้อ ก่อนจะตวัดสายตาไปมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่กำลังกึ่งลากกึ่งจูงเขาเดินลิ่วออกมาจากร้าน

‘แรงบีบแน่นขนาดนี้ มือสั่นงั้นเหรอ?’

รวีร์ปล่อยให้เธอเช็ดเสื้อให้ ทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่จำเป็น

และปล่อยให้ตัวเองถูกลากออกจากร้านอย่างว่าง่ายผิดวิสัย

ไม่ใช่เพราะเชื่อฟังเธอ แต่เพราะเขาอยากรู้

อยากรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ ที่เมื่อครู่ยังยอมให้เขาเรียก ‘ที่รัก’ ต่อหน้าคนอื่น

แต่กลับเลือกใช้กาแฟหนึ่งถ้วยเป็นทางหนี กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

มุมปากของรวีร์ยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้มสุภาพที่ใช้เข้าสังคม

แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งพบว่า เกมนี้…เริ่มน่าสนใจกว่าที่คิด

เมื่อเดินออกมานอกร้าน จนแน่ใจว่าพ้นจากรัศมีสายตาของเจ๊เกียวแล้ว

เพลาก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าถือใบเล็กเพื่อโทรหาน้องชาย แต่ปลายสายกลับเงียบสนิท ไร้สัญญาณตอบรับ

‘หรือแบตมันจะหมดจริง ๆ’

หญิงสาวกำลังจะเปลี่ยนใจกดต่อสายหาแพรพิมพ์เพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ายังไม่ทันได้สัมผัสปุ่มโทรออก โทรศัพท์ในมือก็ถูกดึงปลิวหายไปจากปลายนิ้ว

“นี่คุณ!”

เพลาหันไปแว้ดใส่คนข้างตัวทันที

“เอามือถือของฉันคืนมานะ!”

“คุยกันก่อนสิ”

รวีร์เอ่ย พลางชูโทรศัพท์ของเธอขึ้นสูงเกินกว่าที่คนตัวเล็กจะเอื้อมถึง

“ไม่! แต่ถ้าคุณจะเอาเรื่องฉันที่บังเอิญทำกาแฟหกใส่เสื้อคุณ ฉันชดใช้ให้ก็ได้”

เธอเปิดกระเป๋าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ล้วงหยิบธนบัตรสีเทาออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นส่งให้คนตรงหน้า

“พันหนึ่ง… พอไหม?”

รวีร์เลิกคิ้ว เขาไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้กำลังประชด หรือเชื่อจริง ๆ ว่าเงินหนึ่งพันบาทจะชดใช้ความเสียหายบนเสื้อของเขาได้

“ไม่พอ”

“แล้วจะเอาเท่าไหร่? ฉันรีบอยู่นะคุณ”

“ไปคุยต่อบนรถ”

เขาพยักเพยิดไปทางรถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก

เพลาชั่งใจอยู่เสี้ยววินาที... หากดึงดันจะแย่งโทรศัพท์คืนตรงนี้ก็รังแต่จะเสียเวลาและตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนผ่านไปผ่านมา อันที่จริงเขาอาจจะแค่โกรธที่เธอทำกาแฟหกใส่เสื้อของเขา ซึ่งก็น่าจะตกลงกันได้ไม่ยาก สุดท้ายเธอจึงพยักหน้ายอมเดินตามเขาไปที่รถแต่โดยดี
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel