ความลับที่รอวันเปิดเผย
หลังจากร่างบางออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ขณะที่เธอกำลังเรียนหลักสูตรการทำขนมออนไลน์ ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่ด้านล่าง จึงรีบเดินลงไปดูทันที
“มีอะไรกันบัว” เธอเห็นสาวใช้ยืนแอบอยู่ตรงบันไดจึงเดินเข้าไปสอบถาม ก่อนจะมองเข้าไปในห้องรับแขกที่ตอนนี้แม่เลี้ยงของเธอกำลังร้องห่มร้องไห้ข้างๆ ลูกสาว
“อย่าเพิ่งเข้าไปเลยค่ะคุณเจ้า ตอนนี้ท่านเจ้าสัวโกรธจัดเลยคะ คุณศจีเป็นหนี้บ่อนอื่นเกือบ30ล้าน หุ้นในมือก็ขายใช้หนี้ไปเกือบหมดแล้วค่ะ” สาวใช้รีบรายงานตามที่ได้ยินให้เจ้านายสาวฟังทันที เธอได้รับคำสั่งให้ดูแลจันทร์เจ้าให้ดีๆ อย่าให้คนในบ้านนี้รังแกหญิงสาวเด็ดขาด
“คุณย่า!!” หญิงสาวที่เห็นย่าเธอจะเป็นลมรีบวิ่งเข้าไปทันที แม่เลี้ยงที่อับอายต่อหน้าลูกเลี้ยงพูดคำที่เธอรู้สึกขยะแขยงจนขนหัวลุก
“อีเจ้านี่ไง!! เอามันไปแต่งงานขัดดอกสิ ยัยนุ่นยังแต่งงานแทนมันได้เลย!!” คำพูดที่ไม่รู้สำนึกทำหญิงสาวเลือดขึ้นหน้า
“หนี้ใครก็จัดการเอาเอง เป็นหนี้อยู่3-4บ่อน ก็ให้ลูกสาวมีผัวสัก3-4คน อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันให้มาก คลิปที่ลูกสาวเธอผลักฉันตกบันไดยังอยู่นะ พร้อมแจ้งความทุกเมื่อ” พูดจบก็พยุงคุณย่าออกไปทันที
“อีเจ้า อีเด็กนรก!!” เพี้ยะ ยังไม่ทันที่คำด่าต่างๆ จะพ่นออกมา ฝ่ามือหนาตบเข้าใบหน้างามที่เปอะไปด้วยคราบน้ำตาทันที
“อย่ามาชี้หน้าด่าลูกผม คุณทำเรื่องนี้เองคุณต้องแก้มันเอง” เจ้าสัวยื่นคำขาดทันที
“แล้วยายนุ่นไม่ใช่ลูกคุณหรือไง” เพราะไม่อยากแพ้ คุณศจีก็สู้ไม่ถอยเช่นกัน
“คุณรู้อยู่แก่ใจ ต้องให้ผมพูดมันออกมาหรือไง” มือหนาตรงเข้าไปบีบคอเมียในทะเบียนทันที ตอนนี้พ่อตาที่เคยเอาแต่บังคับให้เขาตามใจลูกสาวของตนได้ตายไปแล้ว เขาไม่ต้องมีความเกรงใจใครอีกต่อไป!!
“ที่คุณพ่อพูดหมายความว่าไงคะ คุณแม่ ตอบนุ่นมาสิ!” เมื่อทิ้งปริศนาธรรมไว้เจ้าสัวก็เดิออกไปทันที
“อย่ามาคาดคั้นอะไรจากฉัน! แกไปเตรียมเสื้อผ้า เราจะไปหาลุงแกกัน เราต้องไปค้างที่นั้นสองสามคืน!” คิดว่าเธอสิ้นไร้ไม้ตอกงั้นสิ หึ คนอย่างศจี ไม่ให้ใครมาเหยียบง่ายๆ แน่นอน
“นุ่นไม่ไป มีนัดปาร์ตี้กับเพื่อนคืนนี้!” เรื่องอะไรที่เธอจะทิ้งปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยง แล้วต้องไปหาผู้เป็นลุงที่จ้องแต่จะลวนลามเธอด้วยเล่า! นายศกล เป็นเพียงลูกบุญธรรมของคุณตาเธอเท่านั้น แม้ตาตายไปอำนาจจะตกไปอยู่ในมือผู้เป็นลุงทั้งหมดก็ตาม แต่เธอไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยนัก
“ไปแต่งตัวเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น แกจะไม่ได้เงินจากฉันสักบาท!” เพราะตอนนี้โดนคนเป็นพ่อตัดค่าขนม เธอจึงเอาเรื่องนี้มาขู่ลูกสาว
“แม่! ทำไมต้องบังคับด้วยก็ไม่รู้ งั้นก็โอนมาก่อนห้าหมื่น กันแม่เบี้ยว” เสียงกระเง้ากระงอด ทำคุณศจีค้อนขวัก
“ตามดูสองคนแม่ลูกนั้นไว้ มันไปไหนบอกกูให้หมด” เจ้าสัวสั่งคนสนิทให้ส่งคนไปติดตามสองคนนั้น ก่อนจะต่อสายหาใครบางคน
“ออกมาเจอกันหน่อย กูจะให้ในสิ่งที่มึงต้องการ” เวลาของเขาเหลือไม่มาก หนทางที่เขาคิดมาหลายคืน ทำเขาต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง
“เจ้าสัวคับ คุณอัคคีขอพบคับ” ชายวัยกลางคนพยักหน้าให้คนมาใหม่เข้ามา
“ผมต้องการหย่ากับลูกสาวเจ้าสัว” คนมาใหม่ไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกจุดประสงค์ตัวเองทันที
“ง่ายไปหน่อยไหมคุณอัคคี แต่งกันหม้อข้าวยังไม่ทันดำจะหย่ากันแล้ว” เขาไม่ได้หันไปมองลูกเขย แต่กลับมองไปยังวิวสวนดอกไม้ไกลสุดลูกหูลูกตา
“เจ้าสัวรู้ดีว่าเหตุผลที่แต่งมันเพราะอะไร ในเมื่อเจ้าสัวรู้อยู่แล้วว่าผมแต่งงานกับจันทร์เจ้าไม่ได้ ทำไมยังดันทุรังจะจัดงานแต่งขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังไงก็ต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว" เมื่อหมดความอดทน เพราะรอให้พ่อตาพูดออกมาก่อนมันช้าไป เขาจัดการส่งนักสืบฝีมือดีไปจัดการทันที
"รู้อะไรมาบ้างหล่ะ ถ้ารู้อะไรมาแล้วก็ไม่ควรต้องมาถามผม แค่คุณอยู่ปกป้องยายนุ่นจนกว่าจะสิ้นสุดคดีก็พอแล้ว" เขารู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มส่งคนมาขุดขุ้ยหาอะไร ถ้าเขาไม่ต้องการให้รู้มีหรือที่คนอ่อนประสบการอย่างอัคคีจะรู้เรื่องในอดีต
“ผมมีคนรักอยู่แล้ว และผมจะไม่ยอมทำตามคำสั่งคนอื่น เพื่อทำให้ผู้หญิงที่ผมรักช้ำใจ เหมือน…” ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยบางคำออกมาแต่เจ้าสัวขัดขึ้นเสียก่อน
“แล้วพี่ชายเขายอมรึเปล่าหล่ะ คิดให้ดีๆ เถอะ บางทีบางช่วงเวลาคนเราก็มักไม่ค่อยมีทางเลือกหรอกนะ” คำพูดแฝงความนัยทำอัคคีหลบตา
"ภาวนาให้ลูกสาวคนเล็กคุณไม่มีข่าวฉาวนะคับ เพราะถ้าหลุดออกมาเมื่อไหร่ ผมจะฟ้องหย่าทันที" พูดจบก็เดินออกไปทันที หากเขาหันมามองสักนิดจะเห็นแววตาห่วงใยจากเจ้าสัวผู้มากประสบการณ์
"โทรตามอาซ่งให้บินกลับมา ฉันคนเดียวคงตึงมือเกินไป" ความลับมากมายที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้มันคงถึงเวลาที่จะยอมสูญเสียบางอย่าง เพื่อชดเชยเรื่องราวในอดีต
22ปีที่แล้ว
“ทำร้ายเดือนเกินไปหรือเปล่าคะเจ้าสัว จะแยกเดือนจากลูกไม่พอ คุณจะแต่งงานใหม่อีก” น้ำตานองหน้าของหญิงคนรัก แม้จะทำใจเขาหวั่นไหว แต่เพราะว่าถูกบีบจนแทบไม่เหลือหนทาง เขาเองก็ไม่มีทางเลือก
“ลูกอยู่กับกอหญ้าลูกจะปลอดภัย เชื่อใจพี่สักครั้ง” เขาปลอบคนตัวเล็กพร้อมบอกถึงเหตุผล
“เดือนไม่ได้อยากเป็นเมียเจ้าพ่อ ไม่ได้อยากให้พี่ไปยุ่งเกี่ยวกับธุระกิจพวกนั้น ทำไมคะ แค่ทำมาหากินอย่างสุจริตมันไม่พอสำหรับเราเหรอคะ” แม้เธอจะพยายามเข้าใจมันมาตลอดแต่เธอก็ไม่เคยเข้าถึงการงานของสามีเลย
“มันพอสำหรับเราเดือน แต่พี่มีคนอีกเป็นร้อยที่ต้องดูแล เดือนเข้าใจพี่หน่อย” ให้ก้มกราบเท้าเขาก็ยอม ขอแค่เมียรักเข้าใจ
“เดือนไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น และเดือนจะหย่าจากพี่ ถ้าพี่เอาลูกเดือนไป สักวันพี่จะไม่เหลืออะไร แม้แต่คนที่รัก” คำพูดสุดท้ายของคนเป็นเมียทำเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึง
“มันคงจะเป็นจริงอย่างที่เดือนว่า สุดท้ายพี่จะไม่เหลือใครให้รักเลย” เจ้าสัวหลับตาลงพร้อมพึมพำถึงเมียรักที่ตายจากไป
