บท
ตั้งค่า

CHAPTER 7 มันอิจฉารู้ไหม

ปัญปวีณ์ปั้นรอยยิ้มหวานให้กับบรรดานักข่าวที่มารอสัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับทะเลตั้งแต่เช้า แม้ในใจจะเหนื่อยล้ากับคำถามเดิมๆ แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาสีหน้าได้อย่างดี

“สรุปว่าทั้งสองคนรู้จักกันจริงๆ ใช่ไหมคะ” นักข่าวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนเข้ามาถามทันที

“ปันบอกไปแล้วค่ะ เราสองคนเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกัน เราสองคนแทบไม่ได้คุยกันเลยจะเรียกว่าคนรู้จักก็ไม่น่าใช่” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร

“แต่ภาพที่ออกมาดูเหมือนคู่รักกันมากเลยนะคะ แถมยังมีช็อตที่นั่งตักกันอีก”

“เป็นอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ ไม่มีอะไรเกินกว่านั้นแน่นอน ถ้าวันไหนปันมีเจ้าของหัวใจจริงๆ ปันจะรีบบอกพี่ๆ เป็นคนแรกเลยค่ะ” ปัญปวีณ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะรีบอธิบาย สิ้นคำตอบเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คำถามยังคงไม่จบ

“แล้วกับกวินเป็นอะไรกันคะ เห็นสนิทกันมาก”

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยเพราะเคยพูดเรื่องความสัมพันธ์กับกวินไปหลายรอบแล้ว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม

“เป็นเพื่อนกันค่ะ เราสองคนสนิทกันมาก”

แม้จะตอบคำถามเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปัญปวีณ์ก็ยังคงยิ้มให้กล้องทุกตัวที่จับจ้องมาที่เธอ ทว่าภายในใจกลับได้แต่ภาวนาให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้จบลงเสียที

“คนรู้จักก็ไม่ใช่ สถานะของนายนี่น่าสงสารจริงๆ” ธาราหัวเราะลั่น พลางยกแท็บเล็ตที่กำลังเปิดบทสัมภาษณ์ของปัญปวีณ์ขึ้นมาอ่านซ้ำ

ทะเลเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะวางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง

“เงียบไปซะ ถ้าว่างมากก็ไปหาอะไรอุดปาก” ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“อิจฉาเหรอ ที่เห็นน้องปันสนิทกับผู้ชายคนอื่น” ธารายิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม

“ไอ้ธารา! ฉันทั้งหล่อ ทั้งรวยขนาดนี้ ผู้หญิงที่ต้องเสียดายฉันมากกว่า” เขาพูดอย่างมั่นใจ แต่กลับถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจตัวเอง

“แล้วทำไมต้องโมโหด้วย” ธาราเลิกคิ้วขึ้นสูง

คำถามนั้นทำให้ทะเลชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันกลับไปมองน้องชายด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาโยนใส่อีกฝ่าย

“ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”

“มันอิจฉารู้ไหม อิจฉาทุกที~” ธาราหัวเราะเสียงดัง พลางเดินถอยไปทางประตู

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะของธารา เหลือเพียงทะเลที่ยืนกอดอกอยู่คนเดียว ชายหนุ่มทอดสายตามองภาพปัญปวีณ์บนหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“ใครจะไปอิจฉากัน” แต่ยิ่งคิดถึงประโยคที่หญิงสาวบอกว่าสนิทกับกวินมากแค่ไหน ความหงุดหงิดในใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

บรรยากาศหน้าห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายของทีมงานที่เดินสวนกันไปมา ปัญปวีณ์เพิ่งแต่งหน้าเสร็จและกำลังจะเดินออกไปด้านนอก แต่ร่างสูงที่ยืนพิงกำแพงอยู่หน้าประตูกลับทำให้เธอสะดุ้งทันที

“ว้าย! ตกใจหมด คุณมาทำอะไร”

“เธอให้สัมภาษณ์สื่อแบบนั้นได้ยังไง” ทะเลยืนกอดอกมองหญิงสาวนิ่งๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว

“แบบไหนคะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ที่บอกว่าฉันเป็นแค่คนรู้จัก” น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ถูกแล้วนี่คะ เราไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น” หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ

“ถูกตรงไหน คนรู้จักที่ไหนเขาเคยจูบกัน” เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มหน้าลงมองเธอ

ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวรีบหันซ้ายหันขวาอย่างลนลาน กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้าจะดูไม่ดี แถมยังส่งผลกระทบต่อเธออีก

“นี่คุณ ห้ามพูดเรื่องนี้นะ” เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาโดยไม่ทันคิด แต่พอรู้ตัวก็รีบชักมือกลับ ทะเลยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

“เธอหวั่นไหวใช่ไหม” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ จนแผ่นหลังของหญิงสาวแตะเข้ากับกำแพง หญิงสาวรีบยกมือขึ้นดันไหล่เขาเอาไว้

“จะทำอะไร เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น”

“ถ้าเธอยังชอบฉันอยู่ ก็พูดออกมาตรงๆ” ปลายนิ้วของเขาแตะใต้คางของหญิงสาวเบาๆ ทำให้หญิงสาวเผลอหลบสายตา

“คุณทะเล...”

เสียงของเธอขาดห้างไปทันที เมื่อเขาจูบริมฝีปากของเธออย่างเร่าร้อนและรุนแรง ลิ้นของเขาไล้ไปตามริมฝีปากของเธอ ขณะที่มือของเขาลูบคลำไปตามแผ่นหลังของเธอ

ปัญปวีณ์พยายามผลักเขาออกแต่ไม่เป็น จนลิ้นอุ่นร้อนของเขาลุกล้ำเข้ามาใน ความหวั่นไหวทำให้เธอจูบตอบเขาอย่างไม่ประสีประสา

“อืมมม” เสียงครางในลำคอของทะเลดังขึ้นอย่างพอใจ เขายังคงไม่ยอมผละออก จนกระทั่งสัมผัสได้ว่ามือเล็กของเธอกำลังทุบลงบนหน้าอกของเขาเบาๆ

ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ถอนจูบออกมา พลางมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือหนาหยิบปอยผมทัดหูให้หญิงสาว

“ปล่อยได้แล้ว” เธอไม่กล้าสบตากับเขา

“คืนนี้ฉันจะไปส่ง” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะยอมถอยออกมาให้ห่างจากหญิงสาว

“ไม่ต้อง” เธอตอบแค่นั้นแล้วรีบเดินออกมา หัวใจเต้นระส่ำยามที่นึกถึงจูบของเขา

ภายในงานเปิดตัวสินค้า สายตาของทะเลแทบไม่ละไปจากปัญปวีณ์เลยแม้แต่วินาทีเดียว ยิ่งเห็นหญิงสาวพูดคุยและเดินเคียงข้างนายแบบหนุ่มที่มีข่าวด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ความหงุดหงิดในใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน ลิตาที่ยืนอยู่ข้างกายก็ยังคงเกาะติดเขาไม่ห่าง พยายามชวนคุยอยู่ตลอด แต่ความสนใจของทะเลกลับมุ่งไปที่หญิงสาวอีกคนเพียงคนเดียว จนแทบไม่ได้ฟังสิ่งที่ลิลลี่พูดเลย

“ดื่มอีกหน่อยสิคะ จะรีบไปไหน” ลิตายังคงคะยั้นคะยอ พลางยื่นแก้วไวน์ให้ชายหนุ่มอีกครั้ง

“ถ้าฉันดื่ม เธอจะเลิกวุ่นวายใช่ไหม” ทะเลขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเธอ

“ค่ะ”

สิ้นคำตอบชายหนุ่มหยิบแก้วไวน์ขึ้นมากระดกจนหมดในรวดเดียว ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วเดินออกจากบริเวณนั้นทันที

แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับแล่นไปทั่วร่างกาย จนเขาต้องยกมือขึ้นคลายเนกไทอย่างหงุดหงิด ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อย ร่างสูงเซไปด้านข้างก่อนจะรีบคว้าผนังเอาไว้เพื่อพยุงตัว

“แม่งเอ๊ยย”เขาพึมพำกับตัวเอง พลางขมวดคิ้วแน่น ความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ

“คืนนี้ฉันจะพักที่โรงแรม อย่าให้คนมาวุ่นวาย” เขากดวางสายทันที รีบเดินไปยังห้องพักของตัวเอง

“คุณทะเลให้ลิลลี่ช่วยไหมคะ” หญิงสาวตามมาเจอเขาพอดี

“ฝีมือเธอใช่ไหม”

“อะไรคะลิลลี่ไม่รู้เรื่อง” หญิงสาวยังคงตีหน้าซื่อ

“เธอตายแน่” เขาขู่แค่นั้นรีบเดินหันหลังจากไปทันที ลิลลี่จะเดินตามแต่ถูกลูกน้องของเขาเข้ามาห้ามไว้ ทำให้ทุกอย่างเสียแผนไปหมด

“ฉันมาถึงห้องแล้ว ห้องไหนล่ะ” ปัญปวีณ์ยืนมองหมายเลขห้องพักไปตามทางเดิน พลางหนีบโทรศัพท์ไว้กับหู หลังจากถูกผู้จัดการโทรศัพท์มาให้ขึ้นมาเอาของบางอย่าง

“เจอแล้วๆ ฉันจะกลับเลยนะ” เมื่อวางสายหญิงสาวก็เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูกลับถูกกระชากจากด้านในอย่างแรง

“ว้าย!”

มือหนาคว้าข้อมือของเธอแล้วดึงเข้าไปในห้องทันที แรงกระชากทำให้โทรศัพท์มือถือหลุดจากมือร่วงลงกระแทกพื้น

“อะไรเนี่ย!” เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาพยายามมองฝ่าความมืดภายในห้อง ก่อนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย

“คุณทะเล” หญิงสาวเอ่ยชื่อเขาออกมาอย่างไม่แน่ใจ ขณะที่ร่างสูงตรงหน้ากำลังพิงกำแพงหายใจแรงราวกับกำลังพยายามข่มบางอย่างเอาไว้

“มาถึงรีบทำหน้าที่สักที” เขาเอ่ยเสียงสั่นเมื่อให้ลูกน้องหาผู้หญิงมาให้ มือหนายังคงไม่ปล่อยมือของเธอ ใบหน้าของเขาซุกไซ้ซอกคอเธอ

“ปล่อยนะ คุณเมาแล้ว” เธอรับรู้ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวของเขา

“จะดิ้นทำไม” ทะเลช้อนร่างของปัญปวีณ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาเธอไปยังเตียงกว้างกลางห้อง

“ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไงฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ” หญิงสาวทั้งทุบทั้งจิกลงบนไหล่ของเขาด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจแรงขัดขืนเหล่านั้น

ร่างสูงวางเธอลงบนเตียงอย่างรีบร้อน ขณะที่ปัญปวีณ์รีบถอยหนี พลางมองเขาด้วยสายตาสับสนและหวาดระแวง

“คุณทะเล คุณเป็นอะไร”

ลมหายใจของชายหนุ่มหนักหน่วงผิดปกติ เขาหลับตาลงชั่วครู่ราวกับกำลังพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้ ทว่าแววตาที่มองมายังหญิงสาวกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่ยากจะปกปิด

“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ขโมยของฉันไปตั้งหลายปี”

“อื้อ อย่า...” แม้จะพยายามหลีกหนี แต่กลับสู้แรงของเขาไม่ได้

ริมฝีปากของเขายังคงรุกล้ำเข้ามาในปาก มือหนาตรึงแขนของไว้เหนือศีรษะ ความร้อนรุ่มที่พุ่งกระฉูดทำให้เขาควบคุมตัวไม่อยู่

“ฉันไม่ได้ขโมยอะไรของคุณ ฮึก” น้ำตาของเธอไหลพรากเมื่อเขาไม่ยอมฟัง เธอตัวสั่นเทายามที่เขาสัมผัสร่างกาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel