ไม่น่าไว้ใจ
นับดาวถึงกับขมวดคิ้วจนเป็นปมเพราะเธอจำได้ดีว่าพี่ตุ๊กตาหัวหน้าแผนกได้มาร์ทจุดด้วยดินสอไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะให้ท่านประธานเซ็นเอกสารตรงไหนบ้าง ร่างบางจึงจำใจต้องเดินเจ้าไปยืนข้างท่านประธานหนุ่มที่ตอนนี้เขานั่งเท้าคางพิงเก้าอี้มองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย
มือบางเปิดเอกสารก่อนจะชี้ปลายนิ้วลงจุดที่หัวหน้าใช้ดินสอมาร์ทไว้ให้ท่านประธานเซ็น ด้วยรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ มือเล็กเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็ยังพอควบคุมอาการประหม่าของตัวเองได้ ก็ชายหนุ่มด้านข้างเล่นจ้องมองตัวเองแบบไม่กระพริบตาเป็นใครบ้างที่เจอสถานการณ์แบบนี้จะไม่รู้สึกกันบ้าง
“ตรงนี้คะ”บอกพร้อมชี้ปลายนิ้วตรงที่ให้ประธานเซ็น
ขณะนาวินจ้องมองใบหน้าหวานก่อนจะละสายตามองไปยังปลายนิ้วเรียวของพนักงานใหม่ เขาส่งเสียงออกมาเบา ๆ เท่านั้น“อืม”
แต่อยู่ ๆ ปากกาเจ้าปัญหาที่ตอนแรกอยู่ในมือท่านประธานหนุ่มกับหลุดออกจากมือ แก๊บ! สายคู่สวยมองไปตามด้ามปากกาทันทีที่ตอนนี้มันกลิ้งไปอยู่ที่ใต้โต๊ะเรียบร้อยแล้ว
“เอาไงดี ปากกามีแท่งเดียวเสียด้วย”
ขณะที่นับดาวมองเอกสารด้านหน้าเหลืออีกไม่กี่ฉบับก็เซ็นเสร็จแล้ว ‘นี่เขาทำปากกาตกจริงหรือต้องการแกล้งเธอกันแน่ ตัวก็โตแต่ยังทำนิสัยแบบเด็ก ๆ อีกถ้าใครได้คนนี้ไปเป็นแฟนสงสัยต้องซวยไปตลอดชาติแน่ ๆ ’คนตัวเล็กได้แต่คิดในใจพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“คุณก็เก็บซิคะ”เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยอาการหงุดหงิด
“เก็บปากกาให้หน่อย ช่วงนี้ผมปวดหลังมากเลยก้มลำบาก รบกวนคุณช่วยเก็บปากกาให้หน่อยแล้ว”คนที่แกล้งปวดหลังอธิบายเหตุผลอย่างข้าง ๆ คู ๆ แบบที่ฟังไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่พร้อมขยับเก้าอี้ให้เล็กน้อยให้หญิงสาวร่างบ้างพอที่จะมุดเข้าไปเอาปากกาที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะออกมาได้
“ชิ ! ”เสียงลมหายใจพ่นออกมาก่อนที่จะย่อตัวมุดเข้าไปหาปากกาใต้โต๊ะ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคนสายตาสั้นคนนี้ตั้งใจแกล้งตัวเอง ก็เขาเป็นถึงประธานบริษัทแค่ปากกาจะมีแค่ด้ามเดียวเหรอ ให้บอกอย่างไรก็ไม่เชื่อถึงแม้จะอมพระมาเป็นร้อยวัดบอกเธอยังไม่เชื่อเลย แต่ที่ยอมก้มลงมาปากกาใต้โต๊ะให้คนสายตาสั้นที่หลังยังปวดไม่ใช่อะไรเป็นเพราะอยากให้งานที่หัวหน้าแผนกมอบหมายมาเสร็จเร็ว ๆ เธอจะได้ออกจากห้องนี้เสียที เขาก็ช่างกระไรแทนที่จะขยับออกไปให้พ้นทางจะได้เก็บปากกาด้ามปัญหานั้นได้แต่เขากับนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เขามีน้ำใจขยับเบี่ยงให้เธอเพียงเล็กน้อย
“ท่านประธานขยับไปอีกนิดไม่ได้เหรอ”เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างอ่อนใจเพราะเธอทั้งกวาดสายตามองหาก็ยังไม่เห็นปากกาจนต้องก้มมองต่ำลงจนใบหน้าติดพื้นยังมองไม่เห็นถึงจะใช่ฝ่ามือคว้านหาปากกาที่ตกอยู่ด้านล่างก็ยังหาปากกาเจ้าปัญหาไม่เจอ
ร่างบางจึงคานเข่าเข้าไปยังช่วงว่างใต้โต๊ะที่มีพื้นที่เพียงนิด สายตาคู่สวยมองสอดส่องจนเกือบจะทั่วจึงได้เห็นว่าเจ้าปากกาปัญหานั้นกลิ้งเข้าไปอยู่ใต้ซอกหลืบเล็ก ๆ
ปลายนิ้วเขี่ยปากกาออกมาก่อนที่จะหยิบปากกาเจ้าปัญหานั้น ร่างบางกำลังจะชันตัวลุกขึ้นกับมีเสียงดังเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา แก๊ก ! ตามมาเสียงหวานที่ดังเข้ามา
“พี่วินขา หิวข้าวจังเลยไปกินข้าวเสร็จหรือยังคะ”ร่างบางสาวเท้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
ขณะที่นับดาวที่กำลังมุดออกจากโต๊ะในตอนแรกเมื่อได้ยินเสียงคนมาใหม่ ร่างบางจึงมุดเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะเหมือนเดิมโดยมีนาวินที่นั่งเก้าอี้ทำงาน ขาทั้งสองขาค่อมร่างบางไว้อยู่
สายตาคู่หวานช้อนขึ้นมองคนตัวสูงที่อยู่บนเก้าอี้พร้อมส่งเสียงกระซิบเพียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน”ปากกา”ก่อนจะส่งปากกาเจ้าปัญหาให้เจ้านายหนุ่มผู้ที่มีสายตาไม่ค่อยดี
ขณะที่นาวินที่นั่งค่อมหญิงสาวอยู่ตอนนี้เขารับปากกามาถือไว้ เขามองคนใต้โต๊ะและส่งยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์
“พี่วินมองอะไรคะ มีอะไรอยู่ใต้โต๊ะหรือเปล่า”มายที่เห็นอาการของคนที่ตัวเองแอบชอบมองอะไรบ้างอย่างอยู่ใต้โต๊ะด้วยความสงสัยเธอจึงถามขึ้นและกำลังจะลุกขึ้นมาดูว่าตอนนี้พี่วินนั้นดูอะไรอยู่ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ขณะที่นับดาวที่ใจเต้นตุ้มตุ้มต่อม ๆ กลัวว่าสาวคนมาใหม่จะเดินเข้ามาเห็นตัวเองอยู่ใต้โต๊ะ ถ้าใครเห็นต้องคิดไม่ดีแน่ ๆ และนับดาวก็ไม่รู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครแต่น่าจะสนิทกับประธานมากพอสมควรเพราะดูจากการพูดจาและการกระทำของหญิงคนนี้ มือบางจึงกระตุกขากางเกงท่านประธานเบา ๆ เพื่อเป็นสัญญาณว่าไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาเห็นตัวเอง
เขาที่จับสัญญาณได้มุมปากยกยิ้มเหมือนเจอเรื่องสนุกก่อนที่จะบอกยับยั้งไม่ใช้สาวตรงหน้าไม่ต้องขยับมา“ไม่มีอะไรหรอก รอพี่แป๊บนะครับ เซ็นเอกสารอีกไม่กี่แผ่นก็เสร็จแล้ว”พูดไปพร้อมกับเซ็นเอกสารด้านหน้าจนเสร็จ
ขณะที่นับดาวเบ้หน้ากรอกตามองบนเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนสายตาสั้นที่ส่งมาให้ช่างเป็นสายตาที่ช่างกวนเหลือเกิน เมื่อเห็นว่าเขาลุกออกจากโต๊ะหลังจากเซ็นเอกสารเสร็จและเขาก็พาผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องทำงาน
เมื่อแน่ใจแล้วว่าตอนนี้ทั้งคู่ได้ออกไปจากห้องทำงานเรียบร้อยแล้วร่างบางจึงค่อย ๆ มุดออกจากใต้โต๊ะพร้อมพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะหยิบเอกสารที่ท่านประธานที่สายตาไม่ดี เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วถือออกจากห้องประธาน
“ดาว ท่านประธานหล่อใช่ไหม เราอิจฉาดาวจังที่ได้เจอท่านประธานแบบใกล้ ๆ แบบตัวต่อตัว”
ทันทีที่ส่งเอกสารให้หัวหน้าแผนกเสร็จนับดาวที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงานของตัวเอง กิ๊บที่นั่งอยู่โต๊ะข้างกันรีบเอ่ยถามขึ้นมา คนที่ถูกถามพ่นลมหายใจออกมายอมรับว่าเขามีใบหน้าที่หล่อแววตาดูอบอุ่นก็จริงแต่เธอก็ไม่ชอบเพราะว่าเขาต้องมีนิสัยที่เจ้าชู้แน่ ๆ หลังจากสัมผัสเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเธอก็มองออกแล้วว่าเขาเป็นคนเช่นไร
“หล่อ”
“ใช่ไหมละ เสียดายได้ข่าวตอนนี้บอสเรามีคนจองแล้วเสียดายมาก เรายังไม่ทันอ่อยเลย”เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างทีเล่นทีจริงก่อนจะยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะออกมาเบา ๆ
นับดาวที่ได้ฟังถึงกับเบ้ปากเมื่อคิดถึงใบหน้าของบอสหนุ่มที่มีสายตาสั้นมาก แต่ก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นพิรุธจนทำให้เพื่อนร่วมงานสงสัยเอาได้
“อืม แล้วกิ๊บมีอะไรให้เราช่วยไหม เราว่างนั่งอ่านเอกสารจนเบื่อแล้ว”
“ยังจร้า แต่พี่ตุ๊กตาบอกว่าให้ดาวเอาบัญชีของปีที่แล้วมาศึกษาดูก่อน เปิดดูได้เลยนะเราส่งไฟล์ให้แล้วอยู่ในเครื่องตัวเองแหละ แต่ตัวอย่างเพิ่งเปิดดูนะเราไปกินข้าวกันก่อนเที่ยงแล้ว”
“ไปสิ”
นับดาวหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ก่อนจะสาวเท้าออกไปทานข้าวตามคำชวนของกิ๊บเพื่อนร่วมงานและน่าจะสนิทที่สุดในตอนนี้ที่ทั้งคู่เดินเคียงข้างพูดคุยกันตลอดทางจนถึงร้านอาหาร ทานข้าวเสร็จทั้งสองขึ้นมาทำงานในช่วงบ่ายนับดาวที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาบัญชีของปีที่แล้วก็ตั้งใจศึกษาเป็นอย่างดี จนถึงเวลาเลิกงานเท่ากับว่าวันนี้ก็ทำงานช่างแสนสบาย จะมีปวดหัวกับแค่คนสายตาสั้นเมื่อเช้าเท่านั้น
