วันที่สองของการเริ่มงาน
การเริ่มต้นของการทำงานทำงานวันใหม่ เมื่อเช้านับดาวนั่งรถยนต์คันหรูที่ซีนายมีน้ำใจขับรถมารอรับตัวเองตั้งแต่เช้าเช่นเคย ร่างบางในวันใส่ชุดเดรสกระโปรงยาวพอดีเข่าสีโอรสสว่างสดใสแลดูสดชื่นมองแล้วสบายตา แต่งเติมใบหน้าเล็กน้อยให้พอมีสีสัน
นับดาวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองแต่ก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อบนโต๊ะทำงานของตัวเองมีแก้วกาแฟวางอยู่ถึงสองแก้ว แซนวิชจากร้านดังวางอยู่สองชิ้นถึงจะมาคนละร้านก็เถอะใครช่างมีน้ำใจเอาของขนมกับกาแฟมาให้ จะไม่ถามเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ ก็ไม่ได้เพราะความสงสัยยังกัดกินหัวใจอยู่นะตอนนี้
“กิ๊บใครเอา กาแฟกับขนมมาวางไว้ที่โต๊ะเหรอ แล้วทำไมมีกาแฟสองแก้วขนมสองชิ้นล่ะ”
กิ๊บส่งยิ้มหวานมองเพื่อนร่วมงานใหม่ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเองจะเสน่ห์แรงขนาดนี้มาทำงานได้แค่สองวันกับมีหนุ่ม ๆ ส่งเสบียงมาให้ไม่ขาดสาย
“มานพหนุ่มไอทีข้างห้องเราอะ ส่วนอีกแก้วของคุณก่อเกียรติเลขาท่านประธานจร้า”ปากบอกพร้อมทำหน้าทะเล้นล้อเลียนให้สาวทรงเสน่ห์
“เหรอ ? ทำไมต้องเอามาให้เรา อะนี่เราให้…กินคนเดียวไม่หมดหรอก”นับดาวหยิบแก้วกาแฟกับขนมปังตรงหน้าส่งให้เพื่อนให้เธอกินคนเดียวคงกินไม่หมดแน่ ๆ กินหมดตาคงค้างนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ ๆ
“ขอบคุณค่าาาา ลาภปากจริง”กิ๊บรับแก้วกาแฟกับขนมมาวางไว้ที่โต๊ะพร้อมเอ่ยขึ้นเบา ๆ กับตัวเอง’สงสัยเราคงไม่ต้องซื้อกาแฟแหละงานนี้เพราะได้เพื่อนสวยหนุ่ม ๆ ก็พร้อมเปย์’
นับที่ดูดกาแฟได้เพียงแค่อึกเดียวกับมีเสียงเอ่ยเรียกลอยเข้ามา ใบหน้าหวานหันไปตาเสียงที่ลอยนั้น“น้องดาวจร้า”
“ว่าไงคะพี่ตุ๊กตา มีอะไรจะสั่งดาวหรือเปล่า”
“นิดนึ่งจ๊ะ ขึ้นไปเอาเอกสารที่ห้องท่านประธานให้หน่อยนะที่รัก”
“คะ”เสียงหวานเอ่ยรับถึงแม้ในใจไม่อยากจะขึ้นไปยังห้องประธานเท่าไหร แต่ก็ขัดหัวหน้าไม่ได้จึงยอมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินออกจากโต๊ะตัวเอง ด้วยภายในใจก็หวั่นเพียงเล็กน้อยเพราะไม่ยากจะเจอหน้าของคนสายตาสั้น แต่ต้องยอมทำใจดีสู้เสือเวลานี้เขาคงยังไม่มาทำงานก็ได้เพราะตอนนี้นั้นเป็นเวลาเช้าเพิ่งเริ่มทำงานยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
@ชั้น 4
เสียงรองเท้าส้นสูง 4 นิ้วกระทบลงทางเดินจนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอก่อนจะหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเลขาหนุ่มที่นั่งจ้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
ริมฝีปากอวบอิ่มที่ฉาบด้วยลิปสติกสีส้มพีชคลี่ยิ้มมิตรภาพส่งให้เลขาหนุ่มก่อนจะเอ่ยบอกถึงจุดประสงค์ที่ขึ้นมายังชั้น 4 ที่เป็นห้องของท่านประธาน
“คุณก่อเกียรติคะ พี่ตุ๊กตาให้ขึ้นมาเอาเอกสารคะ”
“เอกสารอยู่ในห้องท่านประธานครับ เข้าไปเอาได้เลย”ชายหนุ่มส่งยิ้มก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกตามคำสั่งของเจ้านายเพราะเมื่อเช้าเจ้านายบอกว่าให้นับดาวขึ้นมาเอาเอกสารไปยังแผนกบัญชีด้วย เขาที่เป็นแค่ลูกน้องจะขัดคำสั่งไม่ได้ทำได้เพียงเออออไปกับเจ้านายเพราะทุกครั้งจะเป็นเขาที่เป็นเลขาเอาเอกสารไปส่งแต่ละแผนกเอง
คนตัวเล็กพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเคาะประตูเป็นสัญญาณให้คนในห้อง แต่ไม่มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาจากข้างใน ‘หรือว่าในห้องจะไม่มีคนอยู่ดีจริงจะได้ไม่ต้องเจอหน้าผู้ชายคนนั้น’ถึงจะดีใจ แต่ก็ต้องถามความของคุณเลขาก่อนหรือเปล่าว่าสมควรจะเข้าไปโดยพละการหรือไม่
ใบหน้าหวานหันไปหาเลขาหนุ่มอีกครั้งและเขาก็เอ่ยบอกอนุญาติให้เข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน
“เขาไปได้เลยครับ”
“คะ ขออนุญาตนะคะ”
นับดาวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะตัดสินใจเปิดดันประตูทึบสีขาวเพื่อเข้าไปในห้อง
แต่เมื่อพาตัวเองเข้าไปในห้องแล้วกับต้องผงะตกใจเมื่อเห็นท่านประธานหนุ่มนั่งโต๊ะทำงาน คนตัวสูงใส่เชิ้ตสีดำแกะกระดุมออกสองเม็ด เซ็ทผมเรียบเเปร่สายตาคมจ้องมองมาที่ฉันก่อนที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก ขณะที่ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนบอกถึงการเข้ามาในห้องทำงานของเขาในครั้งนี้
“พี่ตุ๊กตาบอกให้ขึ้นมาเอาเอกสารคะ”
“นี่ไง อยู่ที่โต๊ะ”เขาบอกพร้อมใช้ปากกาเคาะลงกองเอกสารหลายแผ่นที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะอย่างมีระเบียบ ขณะที่ฉันก้าวเดินเข้าไปหยิบเอกสารตรงหน้าและกำลังที่จะหันกลับเพื่อเดินออกไปจากห้องนี้แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถาม
“เมื่อเช้าใครมาส่ง”
สายตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างงง ๆ ไม่เข้าใจว่าเขาจะถามไปเพื่อ…เขามีสิทธิอะไรที่จะต้องมารู้เรื่องส่วนตัวของพนักงานตัวเล็กอย่างฉัน พ่อก็ไม่ใช่ญาติหรือแฟนยิ่งไม่ใช่ไปใหญ่แล้วเขามีสิทธิอะไรมาถามยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ
“เรื่องส่วนของพนักงานตัวน้อย ๆ ท่านประธานจะอยากรู้ไปทำไม”ฉันบอกก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานของท่านประธานที่อยากรู้เรื่องของคนอื่นออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอกับคนแบบนี้ก็ไม่รู้
…………
ย้อนไปเมื่อเช้าขณะที่ผมนั่งรถมาทำงานขณะเลี้ยวรถเขามายังบริษัท สายตาของผมกับสะดุดเข้ากับรถยนต์ ซุปเปอร์คาร์สีดำคันหรูที่จอดเทียบฟุตบาทหน้าบริษัท แต่ทว่าขณะที่รถของผมขับผ่านเลยไปหางตาของผมกับเห็นร่างบอบบางที่ใส่ชุดเดรสสีโอรสลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าวก่อนผมจะเห็นคนตัวเล็กส่งยิ้มจนตาเป็นสระอิ พร้อมโบกไม้โบกมือแล้วเดินเข้าประตูบริษัท
วินาทีที่เห็นเอาจริงผมรู้สึกโกรธไม่พอใจและยังมีความสงสัยเกิดขึ้นมา วินาทีนั้นอยากจะลงไปดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าคนที่มาส่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไรจะหล่อสู้ผมได้หรือเปล่า
ผมจึงสั่งให้หัวหน้าของเธอให้เธอขึ้นมาเอาเอกสาร เพื่อที่จะถามแต่ผลรับที่ได้กับตรงกัน้นข้ามเมื่อเธอพูดโต้กลับผมจนทำให้ผมอึงไปไม่เป็น ไม่รู้จะตอบกลับเธอเช่นไรดี
ใช้ผมมีสิทธ์อะไรไปอยากรู้เรื่องของเธอ แต่ผมเป็นคู่หมั้นเธอนะทำไมถึงจะอยากรู้ไม่ได้ หรือผมจะต้องบอกความจริงกับเธอดีแต่ถ้าผมบอกแล้วเธอลาออกแล้วหนีหน้าหายไปแล้วจะใครผมทำเช่นไรยิ่งคิดยิ่งกุ้มไม่รู้ต้องปรึกษากับใครได้อีก
ช่วงเที่ยวนับดาวลงมาทานข้าวกับกิ๊บอยู่ที่ร้านอาหารตามสั่งข้างตึกของบริษัท โดยอาหารที่หญิงสาวเลือกทานคือกระเพราหมูกรอบส่วนของกิ๊บคือผัดคะน้าหมูกรอบ ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้าสายตากับเห็นผู้ชายที่เธอไม่อยากเห็นหน้าเดินเข้ามาในร้านเขาเดินเคียงคู่มากับผู้หญิงที่เคยเห็นเมื่อวันก่อนกับคุณก่อเกียรติเลขาของเขาทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะด้านหลังเธอ
ขณะที่กิ๊บสะกิดแขนของฉันหยิบ ๆ ด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจพร้อมยกมือป้องปากกระซิบลงข้างใบหูเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “ไม่คิดเลยว่าท่านประธานจะมากินข้าวร้านเดียวกับเราแต่ผู้หญิงที่มาด้วยคู่หมั้นเหรอ”
สายตาคู่สวยเหลือบมองคนมาใหม่แค่เสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า พร้อมกับคิดในใจว่า'ร้านอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมต้องมาร้านเดียวกันด้วย’ แต่ก็ยังหันไปบอกเพื่อนที่ดูจะตื่นเต้นจนเกินเหตุ
“อืม ! กินข้าวเถอะ”บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนดังไม่สนใจคนมาใหม่เลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนมีความรู้สึกว่าเขามองมาทางเธอตลอดเวลาตลอดเวลาไม่รู้เธอคิดไปเองหรือเปล่า
“พี่วินทำไม่ต้องพามายมากินร้านนี้ด้วยร้านอื่นมีตั้งเยอะ ไม่รู้ทำสะอาดหรือเปล่าถ้ากินแล้วท้องเสียขึ้นมาจะทำไง”
“พี่งานเยอะมายก็เห็น กินร้านนี้แหละใกล้บริษัทไม่ต้องเสียเวลาขับรถ”
“ก็ได้”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ เธอตั้งใจมาหาคนที่ตัวเองชอบเพราะอยากจะทำให้เขาประทับใจในตัวเธอ เธออยากทำคะแนนเพื่อผู้ชายคนที่ชอบจะเหลียวมองเธอบ้าง แต่นี่อะไรพามากินร้านอาหารตามสั่งที่ซ่อมซอไม่เหมาะกับคุณหนูอย่างเธอ
“ร้านนี้สะอาดถูกหลักอนามัยนะครับคุณมายผมรับรองได้”เลขาหนุ่มยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่าร้านดีอร่อยสะอาด เพราะในทุกครั้งเขาจะเป็นคนสั่งอาหารให้เจ้านายแล้าเจ้าของร้านจะให้เด็กในร้านขึ้นมาส่งให้เขา แต่เจ้านายเขาวันนี้มาแปลกที่เกิดอยากลงมาทานอาหารเองที่ร้านสงสัยแอบมาดูคุณนับดาวว่าที่คู่หมั้นแน่ๆ
“ก็ได้”มายหยิบเมนูอาหารขึ้นมาสั่งอย่างขัดใจจะไม่กินก็ไม่ได้เพราะกลัวคนที่ตัวเองชอบจะคิดว่าตัวเองเรื่องมากแล้วพาลไม่ชอบเธอเอาได้อีกอย่างตอนนี้เธอก็เริ่มหิวแล้ว ช่างเถอะสั่งก็สั่ง หญิงสาวได้แต่คิดในใจ
นับดาวที่นั่งทานอาหารด้วยความอึดอัด มือบางตักข้าวเข้าปากอย่างเร่งรีบเพื่อให้ข้าวในจากนั้นหมดเร็ว เธอจะได้ออกจากสถานการณ์อึดอัดอยู่ตอนนี้
จนอาหารในจานพร่องลงจนใกล้จะหมดจานมานพกับกลุ่มเพื่อนเดินเข้ามาในร้านทั้งหมดทำอยู่แผนกไอที เมื่อได้เห็นนับดาวคนที่เจอเมื่อวานเขาก็ปรี่เขาไปหานับดาวทันที
“คุณนับดาวขอนั่งด้วยนะครับไม่มีโต๊ะวางเลย”ชายหนุ่มบอกพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้สองสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“เชิญคะ ดาวอิ่มพอดีกำลังจะกลับแล้ว”
“อิ่มเร็วจังผมกับเพื่อนเพิ่งลงมา ว่าแต่กาแฟกับขนมเมื่อเช้าเป็นอย่างไรบ้างครับ ผมไม่รู้ว่าคุณได้ชอบดื่มอะไรเลยสั่งเป็นคาปูชิโน เพราะคนส่วนใหญ่ชอบทาน”
“ขอบคุณสำหรับกาแฟ ดาวดื่มกาแฟได้เกือบหมดคะ แต่วันหลังไม่ต้องซื้อมาให้ดาวก็ได้นะคะ ดาวเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรครับไม่ลำบากอย่างไงผมก็กินกาแฟทุกวันอยู่แล้ว ซื้อมาเผื่อคนดาวเพิ่มอีกแก้วก็ไม่ลำบากอะไรครับ”
“คะ ถ้างั้นดาวขึ้นไปก่อนนะคะ”
“ครับ”
นาวินที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่นาน ด้วยอารมณ์ที่เดือดดาลไม่พอใจกับผู้ชายคนนั้นที่มาคุยกับคู่หมั้นตัวเองนาวินเผลอวางช้อนส้อมลงบนจานกระเบื้อง แก๊บ !
เสียงช้อนที่กระทบลงจานดังเกือบลั่นร้านทำให้นับดาวถึงหันไปดู แต่ก็เห็นใบหน้าหล่อที่จ้องมองมาเธอรู้สึกกลัวแปลกจึงรีบดึงแขนเพื่อนแล้วพากันออกจากร้านอาหาร
“พี่วินเป็นไรเหรอคะ”มายที่จับความผิดปกติได้รีบเอ่ยถามมองนาวินที่ชักสีหน้าบึงตึงเหมือนไม่สบอารมณ์อะไรบางอย่าง
