กับดักรักนายคู่หมั้น

76.0K · จบแล้ว
DRAGON AUTHOR
35
บท
762
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เกลียดที่สุดคือการคลุมถุงชนนับดาวพยายามหนีตลอดแต่กับต้องตกอยู่กับกับดักของคู่หมั้นตัวเอง นับดาวที่โดนปู่ของตัวเองจับหมั้นหมายกับคนที่เธอไม่รู้จัก เธอเกลียดที่สุดที่ปู่จับแต่งงานกับใครไม่รู้ มีวิธีเดียวคือเธอต้องหนีออกห่างและไม่ไปพบหน้าว่าที่สามีในอนาคต แค่เหตุไฉนยิ่งเธอหนีเหมือนเธอตกอยู่ในกับดักที่เขาได้สร้างขึ้นไว้

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนิยายปัจจุบันประธานรักหวานๆโรแมนติกแฮปปี้เอนดิ้งคู่หมั้นชายคู่หมั้นหญิง

คลุมถุงชน

หญิงสาว ใบหน้ารูปไข่สวยสะดุดตา จมูกโด่งเป็นสัน ปากอิ่มแดงฉ่ำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหวานซึ้ง ร่างบอบบางส่วมใส่เสื้อยือรัดรูปสีขาวกระโปรงหนังสีน้ำตาลมีเสื้อแจ๊คเก็ตสีน้ำตาลสวมทับอีกชั้นและยังใส่รองเท้าบูทส้นสูง 5 นิ้วสีเดียวกับกระโปรง ทอดมองโรงแรมที่เป็นเหมือนดั่งบ้านที่เธอจากไปหลายปีก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในโรงแรมที่เป็นธุรกิจของครอบครัวและชั้นบนสุดยังเป็นที่พักส่วนตัวของเจ้าของโรงแรม

วันนี้เธอกลับมาแล้วหลังจากที่ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศหลายปี…กลับมาพร้อมกับใบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ

เธอก็รีบกลับมามอบความสุขให้แก่ พ่อแม่ และครอบครัวให้ได้ชื่นใจไปกับความสำเร็จของเธออีกก้าวหนึ่ง เธอยังตั้งใจอีกว่าหลังจากเรียนจบจะกลับมาช่วยพ่อดูแลกิจการโรมแรมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของคนเป็นพ่อ

ตึก ตึก ตึก! เสียงรองเท้าบูทส้นสูงกระทบลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวตลอดทางเดินและตลอดทางที่เธอเดินผ่านจะมีเสียงพนักงานของโรงแรมกล่าวทักทายหญิงสาวตลอดทาง

"สวัสดีคะ คุณนับดาวกลับมาแล้วเหรอคะ"

"สวัสดีคะคุณนับดาว"

"สวัสดีครับคุณนับดาว"

หญิงสาวส่งยิ้มให้พนักงานของโรงแรมอย่างเป็นมิตรถึงแม้เธอจะเป็นทายาทของโรงแรมแห่งนี้ทุกคนต่างรักและเคารพ อาจเป็นเพราะหญิงสาวไม่ถือตัวและเป็นกันเองกับทุกคนทำให้ทุกคนรักและเอ็นดูของการวางตัวและเป็นคนที่ไม่ถือตัว

"คะ ดาวกลับมาแล้ว"เสียงหวานเอ่ยบอกพนักงานพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ก่อนจะสาวเท้าเพื่อที่จะไปกดลิฟท์ขึ้นไปยังพื้นที่ของครอบครัว เวลาช่วงเย็นแบบนี้ทุกคนน่าจะอยู่กันครบไม่ว่าจะเป็น พ่อนิวตัน แม่ปลายฝัน ธันวา น้องชายที่อายุห่างกันพอสมควรขนาดถ้าเดินไปไหนด้วยกันบ้างคนอาจจะคิดว่าเป็นลูกได้เลย และยังมีคุณปู่คุณย่าที่ตอนนี้ทั้งสองอายุมากแล้วพักอาศัยอยู่ด้วยกัน

ขาเรียวรีบสาวเท้าไปยังประตูลิฟท์แบบกึ่งวิ่งกึ่งเดินเมื่อเห็นว่าประตูลิฟท์กำลังจะปิดลงพร้อมกับส่งเสียงหวานเอ่ยเรียกคนในลิฟท์ให้รอตัวเองก่อน

“รอด้วยคะ”

เมื่อคนด้านในได้ยิ่งจึงกดปุ่มลิฟท์ไว้เพื่อรอคนด้านนอกตามเสียงหวานที่ลอยจนดังเข้ามาในลิฟท์

ทันทีเมื่อเข้ามาหญิงสาวยิ้มหวานให้สองหนุ่มที่มีน้ำใจก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท”ขอบคุณนะคะ”ปลายนิ้วกดลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว

นับดาวไม่รู้เลยว่าตลอดการโดยสารลิฟท์เพื่อขึ้นไปหาครอบครัวได้ตกเป็นเป้าสายตาให้กับสองหนุ่มที่อยู่ในลิฟท์ ชายหนุ่มหนึ่งในนั้นสำรวจหญิงสาวอย่างพิจารณาก่อนประตูลิฟท์จะถูกเปิดออกเมื่อมาถึงชั้นเป้าหมายที่สองหนุ่มต้องออกแล้ว

“ผู้หญิงที่อยู่ในลิฟท์เมื่อครู่ใช่คุณนับดาวหรือเปล่าครับ”เสียงทุ้มเข้มของเลขาหนุ่มถามเจ้านายของตัวเองเมื่อทั้งสองก้าวออกจากลิฟท์แล้วก้าวเท้าไปตามทางเดินเพื่อไปยังห้องพักที่เขาได้จองเอาไว้พักช่วงที่มาทำงานที่ภูเก็ต

ซึ่งห้องดั่งกล่าวเป็นเหมือนห้องพักประจำเมื่อต้องมาทำงานที่ภูเก็ตชายหนุ่มต้องพักแต่ห้องนี้เพราะเขาได้ล๊อคห้องนี้เอาไว้พักเป็นการส่วนตัวก็ว่าได้เพราะต้องเดินทางมาทำงานที่ภูเก็ตเกือบทุกเดือน

“อืม คิดว่าใช่”เสียงทุ้มกล่าวบอกกับเลขาตัวเองเพียงสั้น ๆ ถึงแม้ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าหญิงสาวที่เจอในลิฟท์เมื่อครู่จะใช่คู่หมั้นของตัวเองหรือไม่ แต่หลังจากที่เขาเห็นหญิงสาวกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมทำให้เขาได้คาดเดาว่าไม่แน่หญิงสาวเมื่อครู่อาจจะเป็นคู่หมั้นของตัวเองก็เป็นไปได้…เพราะทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากันนานมากนับตั้งแต่หญิงสาวยังเป็นเด็กตอนนั้นว่าที่คู่หมั้นอายุเพียงสามขวบส่วนเขาตอนนั้นอายุสิบขวบ ไม่น่าแปลกที่ทั้งสองจะลืมเลือนหน้ากันไปแล้ว

คนตัวสูงสาวท้าวไปตามทางเดินขณะสมองก็คิดถึงคนในลิฟท์ เธอสวยสะดุดตา ดวงตาอ่อนหวาน จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม อีกทั้งเธอยังมีกลิ่นตัวที่หอมสดชื่น ถึงแม้จะออกจากลิฟท์มาแล้วแต่เหมือนว่ากลิ่นตัวที่หอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวยังลอยฟุ้งตีขึ้นมาติดอยู่ปลายจมูกอยู่เลย หอม หอมมากทั้งหอมทั้งสดชื่นเมื่อได้สัมผัสกลิ่นหอมนี้แล้วยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคายอยู่ ๆ ริมฝีปากหยักเผยยิ้มขึ้นมา หัวใจแกร่งเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่เคยรู้สึกและสัมผัสกลิ่นหอม ๆ แบบนี้มาก่อนที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวพลันในใจก็คิดว่าอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ แล้วสิวันที่ทั้งเขาและเธอจะได้พบและรู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียที

ชั้นบนสุดของโรงแรม

“ดาวไม่อยากหมั้นคะคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ช่วยพูดกับคุณปู่ให้ดาวหน่อยนะคะ”

แววตาคู่สวยมองคนเป็นพ่อและแม่ก่อนจะมองคนเป็นปู่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาอ้อนวอนก่อนจะเอ่ยขอร้องให้ทั้งคนเปฺ็นพ่อและคนเป็นแม่ช่วยพูดกันคุณปู่ให้

“ดาว...ฟังปู่นะ”มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลายืนมือไปจับมือหลานสาวของตัวเองไว้ก่อนจะเอ่ยบอกหลานสาวในเวลาถัดมา ขณะนับดาวที่นั่งก้มหน้าฟังคนเป็นปู่พูดด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว

”ปู่ไม่รู้ว่าปู่จะอยู่ได้อีกถึงเมื่อไหร่…ดาวเชื่อปู่สักครั้งนะเขาเป็นคนดีจริง ๆ ปู่อยากให้หนูได้เจอคนดี ๆ ปู่จะได้สบายใจและอีกอย่างอายุปู่กับย่าก็เยอะแล้วจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้…ปู่กับย่าอยากเห็นหน้าเหลนสักครั้งก่อนจะหมดลมหายใจ”สายตาคู่คมของคนเป็นปู่ทอดมองหลานสาวอันเป็นที่รักก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและมั่นคง

ขณะที่เสียงลมหายใจของหลานรักที่ถูกพ่นออกมาอย่างขัดใจ แววตาคู่สวยจ้องมองคนที่มีอายุมากกว่าในวัยใกล้จะร่วงโรยไปตามกาลเวลา ก่อนจะละสายตามองคนเป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในโถงห้องรับแขกของบ้านพักของตัวเอง

“ถ้าดาวไม่หมั้นคุณปู่ก็จะจับให้หมั้นให้ได้ใช่ไหม คุณพ่อคุณแม่ขา ดาวไม่อยากหมั้นคะ ดาวยังไม่อยากแต่งงาน ช่วยพูดกับปู่ให้หนูหน่อย ดาวไม่พร้อมจริง ๆ นะ”นับดาวเอ่ยบอกอย่างไม่ยอมแพ้เสียงหวานของร้องให้พ่อและแม่ตัวเองช่วย

“คุณพ่อคิดเรื่องนี้อีกทีดีไหม” นิวตันที่นั่งฟังอยู่นานตัวเองก็ไม่อยากให้ลูกสาวถูกจับแต่งงานแบบคลุมถุงชนเหมือนกัน…เขาอยากให้ลูกสาวเจอคนที่ตัวเองรักและชอบด้วยความจริงใจไม่ใช่เป็นการแต่งงานเพราะถูกผู้ใหญ่บังคับ

“ทำไมแกพูดแบบนั้นนิวตัน แกรู้ไหมว่าตานาวินเขาเป็นคนดี”เสียงของคนที่มีอายุมากกว่าเอ่ยขึ้นเสียงดังบอกลูกชาย เขาเข้าใจอยู่ว่าเป็นธรรมดาที่ลูกชายต้องหวงห่วงลูกสาวของตัวเองแต่เมื่อตัวเองก็มีอายุที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่ปีก็ไม่รู้เขาอยากเห็นหน้าเหลนสักครั้งแม้เวลาอีกไม่กี่ปีก็ตาม

ขณะที่ปลายฝันนั่งฟังอยู่นานเธอเข้าใจดีว่าคนเป็นปู่และย่านั้นรักและห่วงใยนับดาวมากแค่ไหน แต่หากถามว่าเธอเห็นด้วยไหมก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด ถ้าเป็นเธอเองโดนจับให้หมั้นกับใครไม่รู้เธอเองก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน ใจเขาใจเราเธอยอมเข้าใจดี แต่เมื่อพ่อสามีการันตีมาถึงขนาดนี้แล้วถ้าจะปฎิเสธก็เกรงว่าจะทำลายน้ำใจคนเป็นพ่อสามีเปล่า ๆ ถ้าเจอกันคนละครึ่งทางน่าจะโอเคกว่าถ้าลูกไม่ชอบขึ้นมาจริง ๆ เธอก็จะเข้าข้างลูกเหมือนกัน

“เอาแบบนี้ไหมคะ ให้ทั้งสองลองมาพบเจอทำความรู้จักกันก่อน ถ้านับดาวไม่ชอบค่อยว่ากันอีกที อีกอย่างก็แค่หมั้นยังไม่ถึงแต่งงานสักหน่อยจริงไหมคุณพ่อคุณแม่”

“ดี ดี ย่าเห็นด้วย บังเอิญตานาวินมาทำธุระที่ภูเก็ตพอดี แล้วย่าก็นัดให้เขามาเจอหนูที่ห้องอาหารของโรงแรมเรานี่แหละ”คนเป็นย่าเผยยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจเห็นด้วยกับความคิดของลูกสะใภ้ที่หาทางออกได้อย่างเหมาะสมเพราะเธอเองก็ได้นัดให้ว่าที่คู่หมั้นของหลานมาเจอกับหลานที่ห้องอาหารของโรงแรมในวันพรุ่งนี้ช่างเป็นจังหวะที่ดีเหมาะเจาะจริง ๆ

ขณะที่นับดาวชักสีหน้าด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อได้ยิ่งประโยคที่ขัดหู ก่อนจะคิดขึ้นมาในใจ อ่อ ! นี่แสดงว่าทั้งปู่และย่าเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหมพอรู้ว่าเธอกลับมาก็รีบนัดให้ฝั่งนั้นมาเจอกับตัวเองเร็วดีเสียจริง ๆ ทั้งปู่และย่าสงสัยกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันหรือไง สายตาคู่หวานมองคนเป็นย่าก่อนจะเอ่ยบอกในสิ่งที่ตัวเองคิด

“คุณย่ามันจะไม่เร็วไปเหรอคะ ดาวเพิ่งกลับมาได้ไม่เท่าไหร่เอง ยังไม่ได้พักผ่อนด้วยซ้ำ”

“ไม่เร็วไปหรอกลูก ไปเจอพี่สักหน่อยนะย่าขอร้อง”

“ก็ได้”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจก่อนจะลุกออกจากวงสนทนาแล้วเข้าห้องของตัวเองด้วยอารมณ์เดือดดาล