บทที่2
อีกด้านนึง
ขณะที่กำลังมีคนตกใจและใช้ความคิดใครคนนึงกลับกำลังจามไม่หยุดจนผู้คนรายรอบถึงขั้นถอยห่าง มือบางยกขึ้นปิดปากปิดจมูกที่จามแล้วจามอีกราวกับกำลังมีคนคิดถึงด้วยใบหน้าใกล้จะร้องไห้อยู่ร่ำไรการที่อยู่ดี ๆ ก็จามแล้วจามอีกแบบนี้มันก็ทำให้หงุดหงิดและหูตามัวได้เหมือนกันนะ
“ไหวมั้ยเนี่ยหมอจี๊ด?” เสียงที่ถามมาอย่างห่วงใยระคนเอ็นดูพาให้คนจามไม่หยุดต้องถูจมูกและส่งยิ้มแยกเขี้ยวให้ อย่าถามว่าไหวมั้ยแต่เปลี่ยนเป็นไปพักมั้ยน่าจะดีกว่านะ
“สงสัยจะมีคนคิดถึงเยอะนะเนี่ย”
“ก็ว่าอย่างนั้นล่ะ ญาติเยอะเสียด้วย” น้ำเสียงหวานกังวานของแพทย์หญิงจิรัชยา ธาราวงศ์หรือหมอจี๊ด ศัลยแพทย์สาวสวยวัยกำลังจะสามสิบในอีกไม่ถึงเดือนเอ่ยบอกก่อนจะจามอีกรอบ “ฮัดเช่ย!”
“ผมว่าน่าจะไม่ใช่ญาติหรอก หมอกับบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลต่างหากที่บ่นคิดถึง ได้ยินว่าคุณเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ที่โรงพยาบาลนี่นา”
“พูดเป็นเล่นไปหมอป้อง ที่โรงพยาบาลมีแต่เจ้ากรรมนายเวรนั่นล่ะที่คิดถึง ไม่มีหนุ่ม ๆ ที่ไหนคิดถึงหรอก” หญิงสาวแย้งแล้วก็หัวเราะอย่างไม่จริงจัง ไอ้เรื่องที่นายแพทย์ปราการ ไพศาลโยธิน หรือหมอป้อง ศัลยแพทย์หนุ่มเพื่อนรุ่นเดียวสถาบันเดียวกันกับจิรัชยาที่ตอนนี้เป็นถึงผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแซวมามันก็มีส่วนจริงอยู่ที่ว่าหนุ่ม ๆ ที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นั้นเคยหมายปองเธอกันหลายคน แต่หลัง ๆ มานี้เธอก็ปฏิเสธไปอย่างจริงจังแล้วว่าไม่อยากมีแฟนทำงานที่เดียวกันจนหนุ่ม ๆ พากันหายหน้าไปหมดแล้ว ถ้าจะมีใครยังตามวอแวคิดถึงกันก็คงจะมีแต่เจ้ากรรมนายเวรที่มาในรูปแบบผู้บริหารโรงพยาบาลที่ตื้อเธอไม่เลิก ตามหึงตามหวงอย่างกับเป็นแฟนทั้งที่มีเมียอยู่แล้วนั่นล่ะ
“ถ้ารำคาญก็รับข้อเสนอผมสิ แล้วผมให้คำมั่นเลยว่าจะไม่ให้เขามาวอแวคุณได้อีก”
“ฉันบอกแล้วไงว่า...”
กริ่ง! กริ่ง! กริ่ง!
ไม่ทันจะได้พูดจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน คุณหมอสาวเปลี่ยนจากจะพูดกับปราการเป็นอมยิ้มทันที ไม่จำเป็นต้องดูชื่อแค่ฟังเสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้เป็นพิเศษก็รู้แล้วว่าเป็นใคร
“สงสัยจะเป็นคนนี้มากกว่าที่คิดถึง” คุณหมอสาวเอ่ยบอกเมื่อหยิบสมาร์ทโฟนที่ส่งเสียงดังขึ้นมาสักพักขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏถูกพิมพ์ชื่อไว้ว่า ‘หวาหวา’ นั้นเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากยี่หวาหลานสาวคนเดียวของเธอ “ขอรับสายก่อนนะ หลานคนเนี่ยถ้ารับช้างอนยันเดือนหน้าเลยล่ะ”
“โอเค แต่ผมจะรอคำตอบอยู่ตรงนี้นะ”
“อะ ๆ รอก็รอ เผื่อฉันจะตัดสินใจได้ปุบปับ” จิรัชยาบอกเพื่อนหนุ่มที่พักนี้มาตามตื้อยื่นข้อเสนอซื้อตัวเธอจากต้นสังกัดเดิมที่ตอนนี้กลั่นแกล้งให้เธอมาอบรบดูงานในกรุงเทพฯไม่ยอมให้กลับไปบ้านง่าย ๆ ก่อนจะรับสายเรียกเข้าที่ดูจะรอสายนานจนน่าแปลกใจ “ว่าไงคะหลานสาว โทรหาน้าจี๊ดแบบนี้อยากได้อะ...”
“น้าจี๊ด ปะป๊าพาผู้หญิงเข้าบ้าน เป็นผู้หญิงใจร้ายด้วย เขาขู่หวาหวาว่าถ้าเขาได้เป็นแม่เลี้ยงหวาหวา หวาหวาจะเป็นหมาหัวเน่า ฮึก หวาหวาไม่ยอมนะ ไม่ยอมมมม” ไม่ทันที่คนเป็นน้าจะได้พูดจบเด็กหญิงจิรัญญาก็แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ระคนขัดเคืองใจไม่เว้นช่องให้น้าสาวได้อุทานตกใจทำเอาใบหน้ายิ้มแย้มของน้าสาวถึงกับจางหายแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเครียดขึ้นทันตา
จิรัชยารู้สึกเหมือนมีลมออกจากหูเมื่อได้ยินว่า ‘ปะป๊าพาผู้หญิงเข้าบ้าน’ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วการที่ปะป๊าของอีกฝ่ายหรืออดีตพี่เขยของเธอพาผู้หญิงเข้าบ้านมันไม่ควรเกี่ยวอะไรกับน้องสาวของภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างเธอเลยก็ตาม...แต่จิรัชยาไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะเธอสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้คนที่เป็นสาเหตุให้พี่สาวเสียชีวิตได้มีความสุขกับภรรยาใหม่ ชาตินี้ทั้งชาติพ่อของหลานไม่มีสิทธิแต่งงานใหม่ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม
ใครคิดจะเข้ามาในชีวิตสองพ่อลูกข้ามศพหมอจี๊ดคนนี้ไปก่อนเถอะ!!!
คนเป็นน้าที่แทบจะพ่นไฟได้สูดหายใจเรียกสติก่อนจะตอบกลับหลานสาว “หวาหวาใจเย็น ๆ นะเดี๋ยวน้าจี๊ดจะรีบไปหา ไอ้ยักษ์วัดแจ้งกับยัยผู้หญิงใจกล้าคนนั้นเจอน้าจี๊ดแน่”
“น้าจี๊ดรีบมานะ หวาหวาไม่ชอบยัยจอมปลอมนี่ หวาหวาต้องหัวเน่าแน่ถ้าปะป๊าตกลงปลงใจกับยัยจอมปลอม” เด็กหญิงผู้โทรศัพท์มาฟ้องน้าสาวเอ่ยบอกน้าสาวด้วยเสียงฮึดฮัดเอาแต่ใจ “หวาหวาไม่ยอม น้าจี๊ดต้องมาจัดการให้หวาหวานะ”
“ได้ลูกได้ น้าจี๊ดจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ล่ะ หวาหวารอน้าจี๊ดแป๊บนะ” ตอบหลานไปเพียงเท่านั้นคนรักหลานราวกับลูกก็ตัดสายและหันกลับมาหาหมอหนุ่มทันที “หมอป้อง ถ้าฉันรับข้อเสนอของคุณ คุณทำให้ฉันกลับบ้านวันนี้เลยได้มั้ย”
“ปราการซะอย่าง เรื่องแค่นี้...สามารถอยู่แล้วครับ” ชายหนุ่มตอบรับก่อนจะส่งสัญญาณเรียกเลขานุการที่รอแสตนบายอยู่ห่าง ๆ นำสัญญาเข้ามาทันที
“เตรียมพร้อมมากกก”
“แน่นอน ไม่พร้อมไม่ใช่ปราการ เซนต์เลย แล้วคุณจะพ้นสถานะศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลวารีรักษ์ทันที”
“วันหยุดอาทิตย์ละวัน ลากิจได้ไม่มีจำกัด สามารถพาหลานมาที่ทำงานได้ ไม่รับคนไข้ที่หมอเจ้าของไข้ไม่ได้อนุญาตให้ผ่าตัดแทน”
“ไม่มีปัญหา” ปราการตอบรับพร้อมกับยื่นปากกาให้ จิรัชยารับปากกาไปและเซนต์ชื่อทันทีโดยไม่คิดที่จะอ่าน เธอเชื่อว่าปราการเป็นเพื่อน เขาจะไม่ทำร้ายเธอด้วยสัญญาฉบับนี้ แต่ถึงจะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเธอก็ไม่สนแล้วล่ะตอนนี้ในหัวเธอมีแต่เรื่องที่บ้านของหลานเท่านั้น เรื่องอื่นแล้วแต่บุญแต่กรรมเถอะแต่เรื่องที่บ้านหลานเธอต้องเป็นคนขีดชะตา
ใครกล้าขัดขืนมันต้องเจอกับเธอสักตั้ง!!!
ทันทีที่เซนต์สัญญาและบอกลาปราการเรียบร้อยหญิงสาวก็พุ่งไปที่รถทันทีไม่สนว่าต่อจากนั้นปราการจะจัดการยังไง ในเวลาเร่งรีบแบบนี้แม้มีภาพลักษณ์คุณหมอผู้เรียบร้อยต้องรักษาจิรัชยาก็พร้อมจะสลัดมาดคุณหมอทิ้งและสวมวิญญาณนักซิ่งสาว จะแหกด่านหรือถูกจับความเร็วหญิงสาวก็ไม่สน ในหัวของเธอมีแต่คำว่าไปแหกอกผู้หญิงใจกล้ากับตีหัวไอ้พ่อนิสัยไม่ดีของหลานให้เลือดสาดเพียงเท่านั้น
“ไอ้ยักษ์วัดแจ้ง ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าคิดจะหาแม่เลี้ยงให้หวาหวาล่ะก็ฉันตีหัวแบะแน่ หน่อย คราวนี้อาศัยจังหวะฉันไม่อยู่พาผู้หญิงเข้าบ้านงั้นเหรอ?...นายตายแน่ไอ้ยักษ์วัดแจ้ง” คนกำลังโมโหเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดแม้ว่าจะไม่มีใครได้ยินก่อนจะเหยียบมิดไมล์เพื่อไปให้ถึงบ้านของหลานสาวก่อนจะไม่ทันการณ์
