บท
ตั้งค่า

บทที่3

ฟากฝั่งคุณน้ากำลังเร่งรีบมาหาหลานสาวแต่ฟากฝั่งหลานสาวที่ควรจะทุกข์หรือไม่พอใจทำอะไรไม่ถูกกลับกำลังอมยิ้มและชนแก้วน้ำส้มคั้นกับญารินดาและพ่อ ๆ อีกสองคนอย่างอารมณ์ดี

“พอน้าจี๊ดมาปุ๊บ ก็ติดกับปั๊บ หวาหวาจะไม่ยอมให้น้าจี๊ดออกจากบ้านหวาหวาได้คอยดูนะ”

“อาหญิงกับพ่อพีมแล้วก็ป๊ะป๋านาวาจะคอยช่วยหวาหวาเอง หวาหวาทำให้เต็มที่่ไปเลยพวกเราจะเป็นกองหนุนให้เอง” ญารินดาที่เห็นดีเห็นงามกับหลานสาวเสมอเอ่ยแล้วก็ยิ้มกริ่มไม่สนใจพงษ์รวีและนฤเมศร์ที่ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำลังเสริมของหนูน้อยยี่หวาโดยไม่มีสิทธิ์ถอยหลังกลับที่กำลังมองมาที่ตนตาขวาง

“แกไม่กลัวพี่แกมันอาละวาดเหรอ?”

“ใช่ ไอ้จี๊ดอีก เวลามันตีกันเองก็น่ากลัวอยู่แล้วแต่เวลามันช่วยกันตีคนอื่นมันยิ่งน่ากลัวนะเว้ย” พงษ์รวีเสริมคำพูดของนฤเมศร์ก่อนจะมีสีหน้าขยาด ถ้าพูดถึงยุทธการกับจิรัชยาเวลาคิดเล่นงานใครหรือเวลาโมโหใครแล้วล่ะก็เขารู้สึกขนลุกอย่างไม่เคยเป็นกับใครเลยล่ะ สองคนนี้เวลาอาละวาดแพ็คคู่น่ากลัวอย่าบอกใครเชียว ญารินดาคิดดีแล้วเหรอที่สนับสนุนยัยตัวเล็กให้ทำตัวเป็นกามเทพจับคู่ยุทธการกับจิรัชยาแบบนี้น่ะ

“เอานา ไม่ลองไม่รู้ บางทีมันอาจจะดีก็ได้ ใช่มั้ยครับนาวี หนูพาย” ญารินดาเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะหันไปถามความคิดเห็นจากเด็กน้อยชายหญิงที่เพิ่งจะเข้ามาร่วมวงด้วยเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“หวาหวากับอาหญิงว่าดี หนูพายก็ว่าดีค่ะ” เด็กหญิงพิมพ์รวีหรือน้องพระพายลูกสาวคนเดียววัยเจ็ดขวบของพงษ์รวีเอ่ยแล้วก็หันไปชูสองนิ้วให้เด็กหญิงจิรัญญาที่เป็นเพื่อนสนิท “สู้ๆ นะหวาหวา หนูพายจะช่วยหวาหวาด้วย นาวีก็จะช่วยด้วย เนาะนาวี”

“เชอะ ใครจะไปช่วยยัยโง่นี่ล่ะไม่ช่วยหรอก” คนที่ถูกเรียกว่านาวีหรือเด็กชายน่านนทีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของนฤเมศร์โต้แย้งพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง เรื่องอะไรเขาจะต้องไปช่วยคู่อริของตัวเองกันล่ะ เมินซะเถอะ

เด็กหญิงจิรัญญาย่นจมูกใส่คนที่เธอแต่งตั้งให้เป็นคู่แข่งทั้งเรียนและคู่อริในทุก ๆ ด้านก่อนจะยักไหล่ “เชอะ ไม่ช่วยก็ไม่ช่วย ใครง้อ ยังไงป๊ะป๋านาวาก็ช่วยเค้าอยู่แล้วเค้าไม่ง้อตัวหรอก”

“แล้วใครบอกว่าเค้าจะยอมให้ป๊ะป๋าของเค้าช่วยตัว ไม่มีทางหรอก”

“แต่ป๊ะป๋าตกลงช่วยแล้ว”

“แต่...”

“เอาล่ะพอแล้วเด็ก ๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะ ตอนนี้เราต้องช่วยกัน จำที่สอนไม่ได้เหรอเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้วเวลาเพื่อนมีปัญหาก็ต้องช่วยกันจะทิ้งกันไม่ได้ หรือนาวีไม่นับหวาหวากับหนูพายเป็นเพื่อนแล้ว?” ญารินดาเอ่ยถามหลังจากที่แยกเด็กที่กำลังจะทะเลาะกันออกจากกัน ไอ้เรื่องแยกมวยเนี่ยงานถนัดเธอเชียวล่ะเพราะก่อนจะได้เป็นทหารหญิงหน่วยข่าวกรองเธอก็เป็นกรรมการพิเศษที่คอยแยกมวยคู่เอกอย่างยุทธการและจิรัชยามาตั้งแต่ตัวเล็กกว่าหนูน้อยสองคนในตอนนี้เสียอีก เรื่องห้ามคนทะเลาะกันนี่ขอให้บอกหญิงถนัดนักล่ะ

“นาวีไม่อยากเป็นเพื่อนกับหนูพายแล้วเหรอ?” พิมพ์รวีถามขึ้นอย่างรู้จังหวะ หนูน้อยพระพายนอกจากจะเป็นเพื่อนสนิทของทั้งจิรัญญาและน่านนทีแล้วหนูน้อยยังถูกญารินดาสั่งสอนและฝึกฝนให้เป็นกรรมการตัวจิ๋วด้วยดังนั้นแล้วเรื่องช่วยห้ามคู่นี้ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ หน้าที่เธอของเธอเองล่ะ

“ไม่ใช่นะ นาวีอยากเป็นเพื่อนกันกับหนูพาย”

“ถ้างั้นก็ต้องช่วยหวาหวาสิ”

“งั้น...” หนุ่มน้อยลากเสียงก่อนจะเงียบไปพักนึงเพื่อคิดก่อนจะเอ่ยอย่างจำใจ “ก็ได้ เค้ากับป๊ะป๋าจะช่วยตัว แต่เพราะหนูพายหรอกนะ เค้าไม่ได้เต็มใจ แล้วถ้าถึงเวลาที่เค้ากับหนูพายอยากมีหม่ามี๊บ้างตัวก็ต้องช่วยเค้ากับหนูพายด้วย”

“ก็ได้ ตัวช่วยเค้า เค้าช่วยตัว และเราก็จะช่วยหนูพาย”

“ตามนั้น ดีล”

“ดีล” เด็กหญิงจิรัญญาเอ่ยตอบก่อนจะจับมือทำสัญญากับหนุ่มน้อยทว่าหนูน้อยพระพายกลับต้องมองสบตากับผู้เป็นพ่อด้วยความไม่เข้าใจ

“ที่บอกว่าหวาหวากับนาวีจะช่วยหนูพาย หมายความว่า...”

“ก็ถ้าวันไหนหนูพายอยากมีแม่มีน้องบ้างพวกเราจะช่วยไง ใช่มั้ยนาวี”

“ใช่ เราจะช่วยหนูพายเอง” เมื่อเป็นเรื่องของหนูน้อยหนูพายที่เปรียบเสมือนน้องเล็กของเด็กหญิงจิรัญญาและเด็กชายน่านนที ทั้งคู่ก็พร้อมจะร่วมมือกัน

เด็กหญิงพิมพ์รวียิ้มอย่างยินดีเมื่อเพื่อนทั้งสองขันอาสา “ขอบใจนะหวาหวา นาวี ไว้หนูพายอยากมีเมื่อไหร่จะขอให้ช่วยทันที”

“เอ่อ...พ่อพีมว่าหวาหวาแวะกลับไปดูปะป๊าหน่อยดีกว่านะ เจ็บมาไม่ใช่เหรอ อาจจะมีไข้ก็ได้” เมื่อรู้สึกว่าอันตรายต่อชีวิตโสดของตัวเองพงษ์รวีก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที ขืนยังปล่อยให้เด็ก ๆ พูดกันเดี๋ยวเหาจะลงหัวเขาเสียเปล่า ๆ ก็ทั้งเขาทั้งนฤเมศร์และรวมถึงยุทธการต่างก็เป็นพ่อหม้ายลูกติดกันทั้งนั้นนี่ ยุทธการกับนฤเม-ศร์จะยังไงไม่รู้แต่เขาไม่คิดอยากมีใครแล้วล่ะ แค่เป็นพ่อลูกอ่อนไปพร้อมกับการปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายก็จะแย่อยู่แล้ว เขาไม่คิดหาใครมาเป็นภาระหรอก

“นั่นสิ เผื่อปะป๊าเจ็บแผลมาก งั้นเดี๋ยวหวาหวามานะคะ” หนูน้อยจิรัญญาพูดจบก็แย่งขนมที่เด็กชายน่านนทีเพิ่งหยิบขึ้นมาจากจานขึ้นมากินและดื่มน้ำส้มอึก ๆ หน้าตาเฉยก่อนจะแยกไป ท่าทีของหลานสาวทำเอาคุณอายังสาวถึงกับหลุดขำ...ดูเอาเถอะ แกล้งเพื่อนเก่งจริง ๆ หลานสาวของเธอ

เด็กชายน่านนทีที่ถูกแย่งขนมมองตามอย่างคาดโทษก่อนจะนิ่งใช้ความคิดนเดียว...เด็กน้อยกำลังคิดว่าจะเอาคืนยัยตัวแสบยังไงดีอยู่อย่างแน่นอน

เมื่อเห็นว่าหนูน้อยผู้กำลังกลัดกลุ้มไม่อยากได้นริสาเป็นแม่เลี้ยงและกำลังสกัดดาวรุ่งด้วยการดึงน้าสาวมาเกี่ยวหายลับไปจากสายตาแล้วพงษ์รวีและนฤเมศร์จึงหันกลับมาที่ญารินดาอีกครั้งและถามออกไปแทบจะพร้อมกัน “มันจะดีจริง ๆ เหรอไอ้หญิง?”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ลองก็ไม่รู้ ลองดูสักตั้งเหอะ มันอาจจะดีก็ได้” แฝดผู้น้องของผู้ชายที่กำลังถูกลูกสาวทำตัวเป็นกามเทพจอมซนพูดแล้วก็ดื่มน้ำส้มอย่างอารมณ์ดีโดยไม่พูดอะไรต่อ ความจริงแล้วเธออยากให้เด็กหญิงจิรัญญามีแม่เลี้ยงมาช่วยดูแลสักพักแล้วล่ะแต่ผู้หญิงกี่รายกี่รายที่เข้าหายุทธการต่างก็ไม่เข้าท่าแถมยังโดนจิรัชยาอาละวาดจนหนีกระเจิงไปหมดแล้ว จะให้เฟ้นหาคนที่จิรัชยาทำอะไรไม่ได้มันก็ดูจะยากเกินไป จะรอให้จิรัชยาเลิกอาละวาดก็ดูจะไม่มีวัน เพราะตั้งแต่เจนณิตาพี่สาวของจิรัชยาตายไปและมีพรายกระซิบมาเป่าหูจิรัชยาว่าก่อนที่เจนณิตาจะขับรถไปประสบอุบัติเหตุเจนณิตาได้ทะเลาะกับยุทธการด้วยเรื่องของผู้หญิงคนนึงที่มาหาถึงบ้านจิรัชยาก็แสดงท่าทีขุ่นเคืองยุทธการและคอยทำตัวเป็นตัวป่วน อาละวาดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ยุทธการและประกาศจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามจองล้างจองพลาญยุทธการไม่ให้ยุทธการมีความสุขให้สมกับที่เป็นสาเหตุให้เจนณิตาต้องตาย

ความจริงเรื่องผู้หญิงที่ทำให้ยุทธการทะเลาะกับเจนณิตาคืออะไรไม่มีใครรู้ แต่ความจริงที่ว่าจิรัชยาเอาจริงไม่ได้พูดเล่นทุกคนในครอบครัวตลอดจนเพื่อนฝูงต่างรู้กันดี และจิรัชยาก็เป็นประเภทที่ว่ากัดเจ็บและกัดไม่ปล่อยด้วย ในเมื่อจิรัชยากัดไม่ปล่อยและคงไม่มีใครล้มจิรัชยาลงได้ดังนั้นเธอจึงเกิดความคิดเสนอชื่อจิรัชยาให้หนูน้อยจิรัญญา

ในเมื่อขัดขวางกีดกันนักก็จับมาเป็นซะเลย ปัญหาแม่เลี้ยงใจร้ายก็ไม่มี ยุทธการได้คนดูแลเด็กหญิงจิรัญญา ส่วนจิรัชยาก็ได้ตามจองเวรยุทธการแบบใกล้ชิด แฟร์ดีไม่ใช่เหรอ... 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel