บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เสียงหัวเราะของคนแปลกหน้า

ตอนที่ 2

เสียงหัวเราะของคนแปลกหน้า

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาปรอย ๆ ยามเย็น บรรยากาศภายในร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกเล็ก ๆ ของเมืองดูอบอุ่นและเงียบสงบขึ้นถนัดตาเมื่อสายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่เข้ามาสัมผัสผิวกาย ราวกับเป็นมุมสงบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอก

พีธวัต ยืนเช็ดถ้วยแก้วอย่างใจเย็น เบื้องหน้าของเขาคือภาพของหญิงสาวที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอแลปท็อป ท่าทางของเธอดูจริงจังและมุ่งมั่น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคมชัดที่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่แสดงบนหน้าจอด้วยสมาธิอันแน่วแน่ ทำให้เธอดูน่าค้นหาอย่างประหลาดจนเขาละสายตาไปจากเธอไม่ได้

ศิรินทร์...ชื่อนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขาไม่จางหาย เขาพยายามที่จะไม่คิดถึง พยายามที่จะควบคุมความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่เพียงแค่เห็นใบหน้าของเธอ หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นชาของเขาก็กลับสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร เธอจึงทำให้ความโกรธที่เคยสุมอยู่ในอกเขามานานถึงสองปี ไหวเอนและอ่อนลงได้เพียงแค่สบตาหรือบางที...ก็เพราะเธอยังไม่รู้ว่าความจริงอันเจ็บปวดที่เขาแบกรับอยู่นั้นคืออะไร

“คุณพีคะ…”

เสียงเรียกที่แผ่วเบาแต่กังวานดุจระฆังแก้วดังขึ้น ขัดจังหวะห้วงความคิดที่กำลังไหลวนของเขา

พีธวัตหันกลับไปสบตาคู่สวยของเธอ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไปอย่างเรียบ ๆ

“ครับ”

“ช่วยดูนี่ให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันพิมพ์เลย์เอาต์ผิดไปนิดหน่อย แต่มองไม่ออกเลยว่ามันผิดตรงไหน”

เธอขยับตัวเล็กน้อย ชี้ไปที่หน้าจอแลปท็อปที่แสดงภาพงานออกแบบกราฟิกซับซ้อน

“ขอโทษนะครับ ผมไม่เก่งพวกนี้”

เขาตอบอย่างอึดอัด เพราะไม่เคยต้องมาช่วยเหลือใครในเรื่องส่วนตัวแบบนี้มาก่อน

“แค่มองให้ก็พอค่ะ...ฉันรู้ว่าคุณน่าจะมองภาพรวมได้ดีกว่าฉันที่จ้องมันมาตลอดเป็นชั่วโมงจนลายตาไปหมดแล้ว”

น้ำเสียงของเธอฟังดูออดอ้อน ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ พีธวัตเดินเข้าไปนั่งลงข้างเธออย่างลังเล พยายามรักษาระยะห่างเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา

ปลายนิ้วแกร่งของเขาค่อย ๆ ชี้ลงไปยังจุดเล็ก ๆ ที่มุมภาพ

“นี่ครับ...ตรงมุมล่าง มันเบี้ยวออกไปนิดหนึ่ง”

“จริงด้วย! ฉันพลาดเอง ขอโทษนะคะที่รบกวน ขอบคุณมากเลยค่ะ”

เธอยิ้มกว้างขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเป็นประกายแวววาว แล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างเขินอายที่ตัวเองมองไม่เห็นจุดผิดพลาดเล็ก ๆ แค่นั้น

“ตลกดีนะคะ ฉันเป็นนักออกแบบแท้ ๆ แต่ตากลับไม่แม่นเรื่องเส้นตรง ๆ เลย”

“นักออกแบบก็ต้องมีพื้นที่ให้จิตใจบ้างครับ ไม่จำเป็นต้องตรงไปหมดทุกอย่าง”

คำพูดของเขาทำให้เธอเงียบไปครู่หนึ่ง

“คุณพูดเหมือนนักเขียนเลย”

ประโยคสั้น ๆ ของศิรินทร์ ทำให้พีธวัตชะงักไปชั่วขณะ ภาพของพ่อที่เคยบอกว่าอยากเขียนหนังสือในวันที่ชีวิตยังปกติสุขผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา

“ถ้าเขายังมีชีวิตดี ๆ เขาก็เคยคิดจะเขียนหนังสือ...”

พีธวัตพูดขึ้นมาเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเธอ

“เปล่าหรอกครับ ผมแค่...พูดไปเรื่อย”

ศิรินทร์ไม่ได้ถามอะไรอีก เธอเพียงแค่นั่ง เงียบ ๆ อยู่ข้างเขา และความเงียบนั้นกลับทำให้เขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดใจ ไม่มีความกดดันใด ๆ มีเพียงความเข้าใจที่มองเห็นได้จากแววตาของเธอ

เวลาค่อย ๆ คล้อยบ่ายคล้อยเย็นไปอย่างช้า ๆ ภายในร้านกาแฟที่เริ่มเงียบลง ลูกค้าเริ่มบางตาลงเรื่อย ๆ

เธอสั่งช็อกโกแลตร้อนแก้วใหม่มาหนึ่งแก้ว และเลื่อนมันไปตรงหน้าเขา

“คุณลองชิมดูสิคะ ร้านนี้เขาทำอร่อยมาก”

“ผมทำเองครับ”พีธวัตตอบด้วยน้ำเสียง เรียบ ๆ

“อ้าวเหรอ”เธอดูแปลกใจเล็กน้อย

“ครับ...ผมรู้สูตรมันหมดแล้ว”

“งั้นคุณน่าจะเป็นพ่อครัวมากกว่าเด็กชงกาแฟนะคะ”

คำพูดหยอกล้อของเธอ ทำให้พีธวัตเผลอยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ มันเป็นรอยยิ้ม บาง ๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น แต่ศิรินทร์กลับสังเกตเห็นมันได้อย่างชัดเจน และเธอรู้ว่า...เขาน่าจะเคยเป็นคนร่าเริงมาก่อนที่จะมีร่องรอยความเศร้าปรากฏอยู่บนใบหน้าอย่างในตอนนี้

“คุณพี…”เธอถามเสียงเบา ราวกับกลัวจะไปรบกวนความคิดของเขา

“ขอโทษนะคะ ถ้าถามมากเกินไป...แต่คุณเคยเจอเรื่องแย่ ๆ มาใช่ไหม”

พีธวัตชะงักไปอีกครั้ง ดวงตาของเขากลับมาหม่นลงอีกครา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง เนิ่นนานจนเธอเกือบจะเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง

แต่แล้วเขาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย

“เคยครับ”

“แล้วมันยังเจ็บอยู่ไหมคะ”เธอถามต่ออย่างอ่อนโยน

“มาก...เจ็บจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้อีกแล้ว”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่ซ่อนไว้ภายใน

ศิรินทร์ไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่มองเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยนและเข้าใจ ไม่ได้เต็มไปด้วยความสงสารแบบที่คนอื่นมักจะแสดงออก แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เธอไม่ถามว่าเรื่องอะไร ไม่ถามว่าเขาเจอใคร และไม่บอกว่ามันจะผ่านไปเหมือนกับที่คนอื่น ๆ ที่มักจะพูดกันเพื่อปลอบใจเธอแค่พูด

“คุณไม่จำเป็นต้องรีบหายเจ็บหรอกค่ะ…บางบาดแผล มันมีไว้ให้รู้ว่าเรายังมีหัวใจ”

คำพูดของเธอราวกับกุญแจที่ไขประตูเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจที่เย็นเยียบของพีธวัต เขาหลบสายตาจากเธอ หัวใจที่เคยเย็นชามานานกลับรู้สึกอุ่นขึ้นมาชั่วขณะหนึ่งอย่างน่าประหลาด

เสียงหัวเราะของหญิงสาวคนหนึ่ง...แค่ไม่กี่คำพูด...กลับทะลุผ่านกำแพงสูงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองตลอดสองปีที่ผ่านมาได้อย่างง่ายดาย

วันนี้ทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วยกันในร้านกาแฟที่เงียบสงัดจนกระทั่งร้านปิด พีธวัตเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์โดยไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง เพียงแค่เดินเคียงกันอย่างเงียบ ๆ ภายใต้ท้องฟ้าสีเทาที่มืดครึ้มและแสงไฟถนนสีส้มนวลที่ส่องลอดม่านฝนลงมาอย่างแผ่วเบา

“วันนี้...ขอบคุณนะคะ”

ศิรินทร์พูดขึ้นก่อนจะก้าวขึ้นไปบนรถเมล์

“คุณเป็นคนแรกในรอบเดือนที่ฟังฉันโดยไม่ขัดเลย”

พีธวัตมองตามแผ่นหลังของเธอ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไปอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

“แล้วคุณก็เป็นคนแรกในรอบสองปี...ที่ทำให้ผมหัวเราะ”

ประตูรถเมล์ปิดลงอย่างช้า ๆา ศิรินทร์หันกลับมามองผ่านกระจกหน้าต่าง

เขายิ้มให้เธอเบา ๆเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจ และเธอก็ยิ้มกลับมาเป็นรอยยิ้มที่เขาอยากจะจดจำไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด

แม้จะรู้ดีว่ารอยยิ้มนั้นอาจกลายเป็นรอยน้ำตาในวันที่ความจริงอันโหดร้ายเปิดเผยออกมาในไม่ช้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel