หาตัวคนร้าย 1
เช้าวันถัดมา ซ่างกวนซินอวี้แม้ว่าจะได้รับการรักษาเบื้องต้นจากหมอหลวงแล้ว ทว่าต้องใช้เวลารักษาอยู่หลายวันเลยทีเดียว นางคิดว่าจะทำอะไรในช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่อเช่นนี้ การเป็นพระชายาวันวันไม่ได้มีงานที่ต้องทำอะไรมากนัก
ทว่าลี่จูก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาในเรือนพักของนาง “พระชายา เกิดเรื่องแล้วเพคะ!”
“มีอะไรรึ ลี่จู?” ซ่างกวนซินอวี้กล่าวด้วยท่าทางเกียจคร้าน
ลี่จูมีท่าทางหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเมื่อภาพก่อนหน้าปรากฏขึ้นในหัวของนาง นั่นคือภาพศพขึ้นอึดเมื่อตอนเช้านี้
“พระชายามีคนตายเพคะ”
สิ้นคำของลี่จู ซ่างกวนซินอวี้ขมวดคิ้วอย่างฉงน อะไรคือคนตาย? ไม่ใช่ว่าหลูซางผิงหาคนมาเป็นแพะรับบาปมาได้แล้วนะ
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะออกไปดูสักหน่อย” อย่างไรนางก็ว่างมาก ๆ อยู่แล้ว
ลี่จูรีบกล่าวห้ามปราม “ไม่ได้นะเพคะ พระชายาท่านยังป่วยอยู่จะไปดูคนตายให้เสียสายตาทำไมเพคะ”
อันที่จริงตามวิสัยของเจ้าของร่างเดิมต้องย่อมไม่ไปอยู่แล้ว แม้ว่านางจะเกิดในตระกูลนักรบแต่ท่านแม่ของนางเลี้ยงดูเยี่ยงสตรีในห้องหอ ไม่ได้ให้จับดาบฝึกวรยุทธ์ดังเช่นคนอื่นในตระกูล
ในอดีตนางคือตัวแม่ของบอดี้การ์ดมือหนึ่ง ย่อมต้องไม่ขลาดกลัวกับเรื่องคนตายอยู่แล้ว
“ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ไปเถอะ”
ก่อนที่พวกนางทั้งสองจะไปถึง กลับพบว่ามีผู้คนในจวนต่างมามุงล้อมคนตายพลางพูดถึงการตายของนางอย่างสนุกปาก
“พระชายา!”
ครั้นซ่างกวนซินอวี้มาถึงแล้ว พวกบ่าวไพร่ต่างอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบหลีกทางให้ในทันที
“ผู้ตายคือผู้ใด”
ตอนนี้ศพดังกล่าวต่างถูกผ้าดิบปิดเอาไว้แล้ว ซ่างกวนซินอวี้คิดว่าคนผู้นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการวางยาแก่เจ้าของร่างเดิมแน่ ๆ
บ่าวคนหนึ่งรีบรายงาน “เรียนพระชายานางคือบ่าวในห้องครัวพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไมนางถึงตาย” แสดงว่านางคิดไว้ไม่มีผิดสินะ
“นาง...เอ่อคาดว่าจะเป็นคนวางยาพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
“งั้นรึ ใครบอกเจ้าว่านางเป็นคนวางยาข้าล่ะ” ซ่างกวนซินอวี้ยังคงซักไซ้บ่าวผู้นั้นต่อ
ทันใดก็มีเสียงใสกล่าวแทรก คนผู้นั้นคือหลูซางผิง “พระชายา ทำไมถึงมาที่นี่ได้เล่าเพคะ”
“ทำไมรึข้าจะมาไม่ได้” ซ่างกวนซินอวี้หรี่ตามองสตรีตรงหน้า
“เพราะว่าพระชายายังป่วยอยู่อย่างไรเล่าเพคะ อีกอย่างเมื่อคืนท่านอ๋องยังบ่นเป็นห่วงพระชายาอยู่เลย”
ซ่างกวนซินอวี้แค่นเสียง ก่อนจะกล่าวย้อนไปว่า “อ้อ หรอกรึ เป็นห่วงข้าแต่ไปอยู่กับเจ้าทั้งคืน!”
อันที่จริงนางไม่ได้สนใจว่าท่านอ๋องจะไปหาใครอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้หลูซางผิงยังมีท่าทีได้ใจอยู่ แต่ทว่าเมื่อเจอคำยอกย้อนของซ่างกวนซินอวี้นางกลับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
“พระชายาอย่าถือสาข้าเลยนะเพคะ เป็นเพราะข้าหวาดกลัวเรื่องคนวางยาในจวน...”
‘เหอะ เจ้ายังจะหวาดกลัวตัวเจ้าเองด้วยหรือ? ช่างน่าขันยิ่งนัก’
ซ่างกวนซินอวี้เบ้ปากให้แม่ดอกบัวขาวตรงหน้า ก่อนจะไม่สนใจนางอีก “ที่ข้าถามเมื่อครู่ล่ะ หมายความว่าอย่างไร”
“เพราะว่า” บ่าวคนนั้นหันหน้ามองหลูซางผิงแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวรายงาน
“นางเป็นคนดูแลสำรับอาหารของพระชายาโดยตรงพ่ะย่ะค่ะ”
ซ่างกวนซินอวี้นึกแล้วไม่มีผิดว่าหลูซางผิงคงจะหาแพะรับบาปมาแล้วจนได้สินะ
“แค่นี้เองนะหรือ พวกเจ้าอาศัยแค่การสันนิษฐานว่านางจะวางยาข้า นางก็เป็นคนวางยาข้างั้นสิ” ซ่างกวนซินอวี้จ้องเขม็งไปยังบ่าวชายผู้นั้น
เขารีบคุกเข่า “พระชายาบ่าวไม่ได้ตั้งใจจะใส่ร้ายนางนะพ่ะย่ะค่ะ”
ซ่างกวนซินอวี้จ้องมองบ่าวชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เอะอะก็คุกเข่าอะไรกัน? นางทอดถอนใจก่อนจะกล่าวว่า
“เจ้าลุกขึ้นก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน ข้าจะให้บ่าวในจวนเล่ารายละเอียดการตายของนางให้ข้าฟังทีละคนก็แล้วกัน เริ่ม!”
พวกบ่าวรับใช้ในจวนเริ่มเลิ่กลั่กกันยกใหญ่ โดยเฉพาะคนในเรือนหลูซางผิงที่หน้าซีดกลัวความผิด
“พระชายาทำเช่นนี้ ท่านจะเหนื่อยเอาได้นะเพคะ ให้ข้าเป็นคนทำแทนดีกว่า” หลูซางผิงเสนอตัวอาสาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ต้อง ข้าว่างทั้งวัน ให้พวกเจ้าแต่ละเรือนผลัดกันมาเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังทีละคนก็แล้วกัน” ซ่างกวนซินอวี้เอ่ยคำขาด
จนกระทั่งหลูซางผิงไม่อาจโต้แย้งได้อีก นางได้แต่กำหมัดแน่นก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้น ตามใจท่านเถิด”
