ถูกพิษ 2
วังหลวง เซียวเจี๋ยรีบเร่งเข้าวังพร้อมกับหมอหลวงผู้ตรวจอาการให้พระชายา เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตำหนักอ๋องของเขา ครั้นมาถึงห้องทรงอักษรแล้วรอขันทีรายงานแก่ฝ่าบาท ผ่านไปไม่นานเซียวเจี๋ยก็ได้เข้าเฝ้า
“ถวายพระพรเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ” เสียงของเซียวเจี๋ยกล่าวขึ้น
“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” จากนั้นหมอหลวงจึงคุกเข่าคารวะฮ่องเต้
ฮ่องเต้หงเฉิงมองไปยังพระอนุชาและหมอหลวงหวังที่เขาได้ส่งไปตรวจรักษาซ่างกวนซินอวี้ ก่อนจะกล่าวว่า “ทั้งสองลุกขึ้นได้”
“เสด็จพี่ข้ามีเรื่องจะรายงานพระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”
ทว่าฝ่าบาทเองได้ระแคะระคายมาไม่นานมานี้แล้วว่าอาจจะมีไส้ศึกของแคว้นหม่านหลัวซ่อนตัวอยู่ ทว่าเขาก็ไม่นึกว่าจะอยู่ในจวนน้องชายเพียงคนเดียวของเขาเอง
อีกทั้งยังเกือบทำร้ายซ่างกวนซินอวี้จนตายอีกต่างหาก ดังนั้นเขาจึงให้หมอหลวงหวังผู้เชี่ยวชาญรักษาพิษประหลาดออกโรงเอง
“น้องพี่เจ้ารายงานเรื่องที่เกิดขึ้นเถิด”
จากนั้นเซียวเจี๋ยก็รายงานเรื่องพระชายาของตนก่อนหน้านี้นั้นก็ป่วยไข้ธรรมดา จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่านมาเหมือนนางจะไอเป็นเลือดก่อนจะมีรายงานมาว่า นางได้สิ้นชีวิตไปแล้วแต่ทว่าจู่ ๆ นางก็ฟื้นขึ้นมาจนทำให้เขาเข้าใจผิดว่านางแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
ทว่ายิ่งเล่าเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด จนออกมาทางสีหน้าซึ่งจากมีท่าทีเย็นชาไร้ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดอย่างเห็นได้ชัด
ฝ่าบาทเองได้รับรายงานมาว่าก่อนหน้านั้นซ่างกวนซินอวี้กับน้องชายของเขาต่างไม่ลงรอยกันและหมางเมินกัน จนกระทั่งน้องชายแต่งตั้งชายรองขึ้นมาแถมตัวนางนั้นฐานะต่ำต้อยมาก เพราะเคยเป็นแค่สาวใช้ของพระชายามาก่อน
แม้ว่าฝ่าบาทเองจะโต้แย้งกับน้องชายว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสมที่จะแต่งตั้งหลูซางผิงขึ้นเป็นชายารอง แต่ด้วยความดื้อรั้นของน้องชายเขาเองก็จนปัญญาจะสนใจเรื่องนี้อีก
“น้องรัก เจ้าต่อไปนี้ต้องดูแลชายาของตนให้ดีมากกว่านี้แล้วนะ”
อย่างที่คนทั่วทั้งแคว้นรู้ว่าทุกคนต่างติดหนี้ตระกูลซ่างกวน เพราะห้าปีก่อนเกิดศึกใหญ่ทั้งแคว้นใหญ่และแคว้นเล็กต่างจับจ้องรุมทึ้งแคว้นฉางเฟิงตาเป็นมัน แต่ทว่าท้ายที่สุดตระกูลซ่างกวนในฐานะนักรบผู้ไร้พ่ายก็สามารถเอาชนะและหยุดยั้งการเข้ารุกรานของแต่ละแคว้นไปได้
แม้ว่าแคว้นฉางเฟิงของพวกเขาจะเป็นฝ่ายชนะแต่ นักรบของตระกูลซ่างกวนยกเว้นซ่างกวนซินอวี้ล้วนสังเวยชีวิตในสนามรบทั้งหมด จนสุดท้ายเขาจึงได้ประทานสมรสให้นางสมรสกับน้องชายของเขา เผื่อว่าน้องชายของเขาจะได้ดูแลทายาทตระกูลซ่างกวนที่เหลืออยู่ได้
“กระหม่อมรับปากเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ” เซียวเจี๋ยเองก็รู้ว่าเสด็จพี่ของเขาหมายถึงเรื่องใด
จากนั้นฝ่าบาทจึงให้หมอหลวงหวังตรวจร่างกายให้น้องชายของตนเสียเลย เผื่อว่าคนของแคว้นหม่านหลัวอาจจะวางยาน้องชายของตนอีกคนก็ได้
“เป็นเช่นไรบ้างหมอหลวงหวัง” ฝ่าบาทตรัสถาม
หมอหลวงหวังมีท่าทีอึกอัก ชีพจรของชินอ๋องช่างแปลกประหลาดไปกว่าคนทั่วไปอยู่นิดหน่อยจริง ๆ ไม่คล้ายว่าถูกพิษใด แต่ก็คล้ายว่ามีอาการประชวร
“กระ...กระหม่อมตรวจได้ว่าชีพจรของชินอ๋องดูเหมือนจะแปลกไปพ่ะย่ะค่ะ”
ครั้นได้ฟังเช่นนี้ทั้งสองพระองค์ยิ่งตื่นตกใจกันไปใหญ่ ฝ่าบาทรีบเอ่ยถามถึงอาการน้องชายทันที
“หมอหลวงหวังแปลกไปเช่นไรรึ รีบบอกเรามา!”
หมอหลวงหวังทราบว่าทั้งสองพระองค์ร้อนใจจึงตอบออกไปว่า “ทั้งสองพระองค์อย่าเพิ่งร้อนพระทัย ชินอ๋องไม่ได้ถูกพิษใด เพียงแต่ให้กระหม่อมศึกษาอาการนี้สักหลายวันก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเจี๋ยเองก็รู้อาการของตนดี เขาไม่เหมือนคนถูกพิษเพราะเขายังแข็งแรงดี อีกทั้งยังจะแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนเลยด้วยซ้ำ
ส่วนฝ่าบาทกลับลูบคางพลางครุ่นคิด หมอหลวงหวังมีท่าทางเช่นนี้ทำให้เขาหนักใจไม่น้อย ก่อนจะโบกมืออนุญาต “ได้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เวลาหมอหลวงหวังสักระยะหนึ่ง”
“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” หมอหลวงหวังรับคำสั่งแล้ว ก่อนจะจากไปอย่างคิดหนักว่าอาการเช่นนี้เหมือนว่าเขาเคยได้ยินได้รู้จักกับมันมาก่อน
ตอนนี้เหลือเพียงฝ่าบาทกับชินอ๋องซึ่งกำลังวางแผนรับมือกับแคว้นหม่านหลัวอย่างเคร่งขรึม
ส่วนทางด้านซ่างกวนซินอวี้เองหลังจากได้รับโอกาสให้อยู่จวนอ๋องต่อ แม้ว่าจะไม่อยากอยู่ต่อก็ตาม ทว่าเมื่อทราบว่ายาถอนพิษชนิดนี้ล้ำค่าอย่างมากนางก็เปลี่ยนใจพักอยู่ในจวนอ๋องนี้ไปก่อนชั่วคราวก่อนตนจะถอนพิษหมด
