บทที่ 1.5
“ของมีค่าเช่นนั้นไม่สืบที่มาให้ชัดเจนก็นำไปจำนำอย่างโง่งม สิ้นคิดที่สุด!” นางเดินไปมาพยายามใช้ความคิด นึกถึงเรื่องครั้งก่อนที่เหยียนจิ่นเหิงลงมือสังหารคนอย่างเหี้ยมโหด นางหันไปบอกคนของพี่ชายคนรอง “ท่านส่งคนไปแจ้งที่จวนให้ส่งคนมาให้มากหน่อย ประมุขเหยียนฝีมือดีถึงเพียงนั้น จะหยุดเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นเราต้องมีคนและต้องมีจำนวนมากพอ หาไม่หากให้เขาจับคนได้ยามที่อีกฝ่ายกำลังอารมณ์คุกรุ่น...”
ความจริงนางไม่ยื่นมือยุ่งเรื่องนี้ก็ยังได้ ทว่าพี่ชายคนรองนับเป็นหนึ่งในหลานชายคนโปรดของผู้เป็นย่า เมิ่งจื่อจวินช่างพูดรู้จักเอาอกเอาใจ ท่านย่าของนางช่วงนี้สุขภาพไม่ใคร่จะแข็งแรงนัก หากเรื่องนี้ทำให้อาการของอีกฝ่ายทรุดลงไปอีก นางจะไม่มีวันให้อภัยเมิ่งจื่อจวินเด็ดขาด!!
สะพานข้ามแม่น้ำอยู่ห่างออกไปอีกยี่สิบลี้ เมิ่งเสวี่ยเยวียนควบม้าไปที่นั่นโดยไม่หยุดพัก หญิงสาวกับคนคุ้มกันอีกสามคนข้ามแม่น้ำได้แล้ว ทว่าหลังจากนี้จำเป็นต้องให้คนคุ้มกันเป็นฝ่ายนำทาง เนื่องจากนางเคยมาไกลสุดถึงตรงนี้จากจุดนี้ไปนางไม่รู้ทางจริงๆ
ฟ้าใกล้มืดแล้วหัวใจของนางเย็นเยียบ รถม้าให้เดินทางนำหน้าอย่างไรก็เดินทางได้ช้ากว่าควบม้า กระทั่งผ่านเนินทางขึ้นเขาที่มีทางแยก คนคุ้มกันของนางหยุดม้าเพื่อแกะรอยของขบวนเดินทาง
“รถม้าไปทางนั้นขอรับ แต่น่าแปลกที่ขบวนม้ากลับไปอีกทาง”
“หรือว่าคุณชายรองจะลงจากรถม้าแล้วควบม้าไป เขาน่าจะรู้ว่าถูกประมุขเหยียนติดตาม ดังนั้นจึงวางแผนหลอกล่อ?”
หญิงสาวมองไปยังทิศทางทั้งสองฟากฝั่ง “ท่านคิดว่าพวกเขาไปทางใด” แม้เอ่ยถามในใจของนางกลับมีคำตอบที่มั่นใจแล้วกว่าแปดส่วน รถม้าน่าจะไม่มีคน ดังนั้นทิศทางที่ม้าควบไปต่างหากจึงจะถูกต้อง
“ข้าน้อยคิดว่ารถม้าน่าจะเป็นตัวหลอกขอรับ คนน่าจะควบม้าไปมากกว่า” เขาเองก็คิดเช่นเดียวกันกับนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนไม่รอช้าดึงบังเชือกบังเหียนควบไปยังทิศทางที่ขึ้นเขา ติดตามขบวนที่ใช้ม้าเดินทางไปแทน
เสียงการต่อสู้ที่ห่างออกไปไม่ไกลทำให้หัวใจของนางบีบรัด เกรงว่านางอาจมาถึงช้าเพราะทั้งสองฝ่ายดูเหมือนประมือกันแล้ว??!!
“คุณหนูช้าก่อนขอรับ!”
นางชะลอม้าจากนั้นหันไปมองคนติดตาม “มีเรื่องอะไร” นางถามจากนั้นเลิกคิ้วมองคนที่กำลังประมือกันจากจุดไกลๆ ดูเหมือนมีคนถึงสามกลุ่มด้วยกัน “โจรป่า?!”
“ขอรับ คุณหนูท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ข้าน้อยจะไปช่วยคุณชายรอง ประมุขเหยียนเองก็คงไม่ทำอะไรคุณชายรองตอนนี้ ที่สำคัญคือรับมือกับโจรป่าก่อน”
“ระวังตัวด้วย” นางรออยู่ห่างๆ โดยดี เพราะถึงนางเข้าไปถึงตัวคนตอนนี้นางจะกลายเป็นตัวถ่วงของคนคุ้มกันเสียเปล่า
ชั่วขณะที่มองการประมืออยู่ห่างๆ อยู่ๆ กลับมีโจรสองคนมองเห็นนาง พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายวิ่งพรวดตรงเข้ามาจากนั้นชิงม้าของเมิ่งจื่อจวิน เมิ่งเสวี่ยเยวียนเห็นท่าไม่ดีหมุนม้าให้ออกวิ่งไปอีกทาง ควบม้าให้เร็วที่สุดเพื่อหลบหนีจากการตามล่า กระทั่งนางเลาะไปตามเส้นทางริมแม่น้ำ หวังจะให้สองคนที่ติดตามมาคลาดกัน นางที่ไม่ชินเส้นทาง กับโจรป่าที่ชำนาญป่าแถบนี้เป็นอย่างดี แน่นอนว่านางย่อมเสียเปรียบเพิ่งเลี้ยวมุมถนนม้าของนางกลับถูกธนูยิงเข้าที่บั้นท้าย
ม้าสีขาวส่งเสียงร้องชูขาหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก มันสะบัดไปมาอย่างแรงจนหญิงสาวเกือบจะตกหลายครั้ง เมื่อไม่อาจบังคับม้านางจึงโดนตามจนทัน เห็นโจรป่าคนหนึ่งส่งเสียงหัวเราะและหันไปตะโกนหยาบโลนกับสหาย นางหัวใจหล่นวูบหวาดหวั่นขึ้นมาในทันที ทว่ายังไม่ทันที่โจรคนนั้นจะเอื้อมมือมาจนถึงตัวนาง ม้าอีกตัวกลับไม่รู้ว่าพุ่งเข้ามาจากทิศทางใด ชนจนโจรป่ากระเด็นตกลงไปล้มกลิ้งบนพื้น
“เหยียนจิ่นเหิง?!” นางพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เวลานี้