บทที่ 1.6
“ส่งมือมา!!” เขาตะโกนบอกนาง เมิ่งเสวี่ยเยวียนยื่นมือไปหาเขา ถูกเขากระชากตัวลอยขึ้นจากหลังม้า ร่างอรชรกระแทกเขากับอกกว้าง ถูกชายหนุ่มรวบเอาไว้บนหลังม้าพาควบม้าหนีออกมาจากจุดนั้น
นางควรโล่งใจกระทั่งมองเห็นว่าด้านหลังยังมีโจรป่าอีกสองคนควบม้าตามหลังมา!
“จับให้แน่น!” ชายหนุ่มตะโกนบอกนาง
หญิงสาวสอดสองแขนกอดรวบแผ่นหลังของชายหนุ่ม นางนั่งซ้อนอยู่ข้างหน้าเขาจึงยากที่จะให้เขาบังคับม้าได้อย่างสะดวก ในเวลาเช่นนี้ไม่ได้คำนึงถึงการเว้นระยะห่างหรือความเหมาะสมทั้งสิ้น เพราะนางกลัวจนห่วงเพียงชีวิตและการเอาตัวรอด แขนทั้งสองข้างกอดเขาใบหน้าซบลงไปกับไหล่ พยายามทำตัวให้เป็นภาระให้น้อยที่สุด ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหวีดร้องถึงจะหวาดกลัวจนแม้แต่สติก็เกือบจะรั้งเอาไว้ไม่อยู่
เสียงบางอย่างแหวกอากาศเฉียดหน้าผากไปเพียงนิด หญิงสาวสะดุ้งกอดรัดสองแขนแน่นเข้า นางเหลือบมองไปด้านหลัง “มีคนตามมาแล้ว พวกเขามีธนู” นางกระซิบบอกเขาเสียงสั่น
“ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่” เขากระซิบตอบกลับมา
เมิ่งเสวี่ยเยวียนฟุบใบหน้าลงไปบนไหล่เขาดังเดิม รับรู้ว่าเขากระตุ้นสีข้างม้าจนมันส่งเสียงร้องและพุ่งทะยานไปข้างหน้า ฟ้าใกล้มืดแล้วหากยังสลัดโจรสองคนนี้ไม่หลุด เส้นทางมืดมิดกลับทำให้พวกเขาเสียเปรียบมากกว่า
เสียงธนูแหวกอากาศมาถี่ขึ้น เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูกับสองมือที่กระชับกอดนาง “ไว้ใจข้า...”
จากนั้นหญิงสาวจึงรับรู้เพียงร่างของตนกับเหยียนจิ่นเหิงเหินตัวขึ้นจากหลังม้า ลอยลิ่วพุ่งลงไปยัง...แม่น้ำ!!!
นางหลับตาไม่ตอบคำสองมือกอดกระชับชายหนุ่ม เมิ่งเสวี่ยเยวียนสูดลมหายใจเข้าลึก รับรู้ถึงการกระแทกของร่างบนผืนน้ำท่ามกลางแสงสุดท้ายอันเลือนรางของวัน
สายน้ำเย็นเยียบ กระแสน้ำเชี่ยวกราก เสียงตะโกนของคนที่ไล่ตามมา บวกกับร่างกายที่กำลังต่อต้านกับกระแสน้ำที่ม้วนดึง นางตะเกียกตะกายเรี่ยวแรงลดทอน สองมือถูกคว้าลมหายใจเฮือกหนึ่งถูกเป่าเข้ามา เงาเลือนรางของใบหน้าหล่อเหลา...เหยียนจิ่นเหิง เขากอดนางแนบอกอีกครั้งนำพานางทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ กระทั่งในที่สุดนางก็สามารถหายใจได้แล้ว
สัมผัสที่หลงเหลือ เรี่ยวแรงที่ช่วยฉุดรั้ง กระทั่งในที่สุดความเหนื่อยอ่อนก็โอบล้อมนาง ความเย็นเยียบ และท้ายที่สุดเมิ่งเสวี่ยเยวียนได้แต่ก่นด่าตัวเอง ทั้งหมดที่นางทำไปนั้นเพื่อใครกัน ช่าง...โง่งมสิ้นดี
เรื่องราวมันเริ่มขึ้นเมื่อห้าปีก่อน... เขาอายุเพียงสิบแปด เหยียนจิ่นเหิง นามรอง...ฉางเฟิง
ไม่สิ จริงๆ แล้วมันเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ ปีนั้นบิดามารดาของเขารวมไปถึงน้องสาวและน้องชายคนเล็ก ทั้งสี่คนออกจากเมืองหวงฝู่ไปเยี่ยมท่านน้าที่ต่างเมือง ระหว่างทางเพราะโจรป่าชุกชุมบิดาของเขาสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือมารดาและน้องสาวกับน้องชาย สุดท้ายแม้ทั้งสามรอดชีวิตมาได้แต่ก็ยังโดนจับตัวไปอยู่ดี
การเรียกค่าไถ่ของกลุ่มโจรครานั้นเกือบทำให้ตระกูลเหยียนสิ้นเนื้อประดาตัว เหยียนจิ่นเหิงสละทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเพื่อช่วยมารดา น้องสาว และน้องชายกลับมา ทว่าระหว่างแลกเปลี่ยนตัวคนและจ่ายเงินค่าไถ่ เขากลับพบว่าน้องสาวของตัวเองโดนย่ำยี!!
ชั่วขณะที่น้องสาวถูกช่วยออกมานางพยายามบอกเขาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือผู้ใด กลุ่มโจรพวกนั้นไหวตัวทันคิดหลบเร้นไปกับเงินค่าไถ่ กระบี่ที่พุ่งออกมาหมายสังหารน้องสาวของเขา มารดาของเขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปรับ
เพียงเหตุการณ์เดียวเขาสูญเสียบิดา ต่อมาก็มารดา กระทั่งแม้แต่น้องชายคนเล็กที่รอดกลับมาได้ก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดออกมาสักครึ่งคำจนถึงวันนี้
เช่นกันกับน้องสาวของเขาที่แม้รอดกลับมาได้ ทว่านางกลับกลายเป็นคนพิการขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ อีกทั้งเพราะความแค้นนางบอกเล่าถึงสิ่งที่ล่วงรู้ กระทั่งพบว่าผู้ที่วางแผนนี้ขึ้นก็คือท่านน้าที่บิดามารดาพวกเขาไปเยี่ยมเยียนที่ต่างเมืองนั่นเอง!!!