บทที่ 1.2
ในน้ำเสียงและท่าทีของเขาคล้ายมีความมั่นอกมั่นใจว่าหลังการลงเขาไปพบเยี่ยฮูหยิน ลั่วเฟิ่งเหยาอาจอยากพบเขาอีก?
สายตาของนางหันไปมองลั่วหลิว...
เขาหลบตานางดังคาด ดังนั้นลั่วเฟิ่งเหยาจึงลากอีกฝ่ายออกมาให้ห่างจากเยี่ยหลี่เสียงก่อนถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น
“เจ้ารับปากสิ่งใดเขา"
"ขะ...ข้าไม่ได้รับปากสิ่งใดนะ เพียงแค่...เพียงแค่...” เขายังคงไม่กล้าสบตานาง “เขาขอโอกาสเพียงครั้งนี้ หากหลังการไปเยือนคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยท่านไม่ยินดีพบเขาอีก เขาก็จะยอมตัดใจ”
หญิงสาวหรี่ตามองลั่วหลิวด้วยสายตาคาดคั้นเช่นเดิม นางไหนเลยจะเชื่อว่าเรื่องมีเพียงแค่นั้นจริงๆ
“ก็ได้ข้าบอกก็ได้ เขารับปากว่าหากข้าช่วยเขาครั้งนี้ เขาจะยอมลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสมุนไพรจากแดนตะวันออกลงสองในห้าส่วน”
ลั่วเฟิ่งเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเบา ...สองในห้าส่วน? นับว่าดึงดูดจริงๆ เสียด้วย เพราะหากเทียบแล้วสมุนไพรที่ถูกส่งมาจากแดนตะวันออกใช้เวลานาน หากขนส่งผ่านทางเรือของตระกูลเยี่ย จะสามารถย่นระยะเวลาได้ถึงกึ่งหนึ่ง
“เอาละ ข้าจะไป” นางพยักหน้า “แต่...” เห็นสีหน้ายินดีของทั้งลั่วหลิวและเยี่ยหลี่เสียง หญิงสาวรีบกล่าวขึ้น “สิ่งที่รับปากเอาไว้หวังว่าจะรักษาคำพูด ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”
“ย่อมแน่นอน!”
หลังรถม้ารถหรูหราลงเขาไป จูซิ่วเดินเข้ามายืนข้างกายลั่วเฟิ่งเหยา “แม่นาง...ท่านจะลงเขาหรือเจ้าคะ”
“อืม คงต้องไปสักครา ถือเสียว่าทำเพื่อหอโอสถ การขนส่งทางเรือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ข้าต้องการสมุนไพรพวกนั้นก่อนหมดหน้าหนาว หาไม่อากาศร้อนอบอ้าวจะทำให้คุณสมบัติเปลี่ยน” นางกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปในเรือน รินชาดื่มแก้กระหาย
จูซิ่วเดินตามเข้ามา “เช่นนั้นท่านจะนั่งรถม้าหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้เหล่าเซิงเตรียมเอาไว้”
ลั่วเฟิ่งเหยาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา “ไม่ต้องหรอก เพียงกำชับเหล่าเซิงสองสามวันนี้ดูแลเสี่ยวไป๋ของข้าให้ดี ช่วงนี้อากาศบนเขาหนาวเหน็บ ให้เหล่าเซิงพาเสี่ยวไป๋ลงเขาไปดูแลที่บ้าน”
จูซิ่วมองหญิงสาวด้วยท่าทางงุนงง หากแต่ก็รับคำแล้วเดินหายเข้าไปในครัว ปล่อยให้ลั่วเฟิ่งเหยานั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ
นางกำลังคาดเดาจากท่าทีของเยี่ยหลี่เสียงและลั่วหลิว สังหรณ์ใจว่านอกจากเรื่องการขนส่งสมุนไพร บางทีอาจมีข้อตกลงอื่นที่นางยังไม่รู้
เยี่ยหลี่เสียงรู้จักลั่วเฟิ่งเหยาเพียงผิวเผิน ดังนั้นจึงมั่นอกมั่นใจว่าความมั่งคั่งของตระกูลเยี่ย จะสามารถดึงดูดใจนางเอาไว้ได้
เขาชมชอบสิ่งใดในตัวนาง? ลั่วเฟิ่งเหยาเคยสงสัย
นิสัยใจคอ? ...นางไม่ใคร่จะชอบพูดคุยกับคนไม่คุ้นเคย ดังนั้นคนนอกจึงมองว่านางเย่อหยิ่งไว้ตัว
เขาซาบซึ้งที่นางช่วยชีวิตเขา? ...แม้นางช่วยถอนพิษให้ แต่คนที่ดูแลเอาใจใส่เขากลับเป็น ‘จินซินหรู’ หลานสาวสุดรักของจินซื่อ ฮูหยินของลั่วหลิวต่างหาก
หากเขาซาบซึ้งก็สมควรเป็นอีกฝ่ายมากกว่า ไม่ใช่นางที่เขาพานพบเพียงไม่กี่ครั้ง
ดังนั้นข้อที่เป็นไปได้มากที่สุด นางก้มลงมองเงาเลือนรางของตนที่ส่องสะท้อนในจอกชา ...นอกจากใบหน้าที่อาจสร้างหายนะนี้แล้ว ในตัวนางจะยังมีสิ่งใดดึงดูดใจคุณชายเจ้าสำราญผู้นี้อีกเล่า
จูซิ่วช่วยลั่วเฟิ่งเหยาคาดผ้าคลุมไหล่ นางมองชุดสีฟ้าอ่อนที่นางเป็นคนตัดเย็บด้วยสายตาพึงพอใจ แต่อดไม่ได้ที่จะผิดหวัง เพราะนึกไม่ถึงว่าแม่นางลั่วของนางจะสวมไปยังคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย
ลั่วเฟิ่งเหยาหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย “ท่านไม่ต้องรอข้า” ความหมายก็คือนางอาจกลับดึก?
จูซิ่วขมวดคิ้ว “เพราะเช่นนี้ท่านจึงให้เหล่าเซิงนำเสี่ยวไป๋ลงเขา? ท่านมีเรื่องอื่นต้องไปทำหรือเจ้าคะ”
“ไม่ผิด” นางยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จูซิ่วรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ