บท
ตั้งค่า

4

“ถ้าคุณเจอฉัน... คุณจะทำยังไงคะ?” น้ำเสียงท้าทายนั้นทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างพิศวง ยามที่เธอออดอ้อนก็ช่างอ้อนได้ไม่ต่างจากลูกแมวเหมียว แต่ยามใดที่เธอหยอกเย้า... เธอกลับกลายเป็นนางแมวป่าที่สามารถยั่วยุอารมณ์เขาได้เพียงแค่คำพูดเท่านั้น ในอกเขาร้อนฉ่าเมื่อได้ฟังคำถามประหนึ่งเชิญชวนนั้น

“คุณอยากจะให้ผมทำอะไรล่ะครับ?” น้ำเสียงเขาชักจะแหบพร่าด้วยความรู้สึกซ่านประหลาดที่ฉีดพล่านไปทั่วร่าง

กานต์มาดาหรี่ตาใส่โทรศัพท์ในมือ ขณะที่ขยับกายขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงขนาดกะทัดรัดในห้องนอน ปล่อยขาทั้งสองข้างเหยียดยาวสบายๆ บนเตียงนุ่ม ที่มีชุดเครื่องนอนสีฟ้าเข้าชุดกัน ภายในห้องสีครีมที่ตกแต่งไว้อย่างสบายตา มีผ่านม่านลายดอกไม้เล็กๆ น่ารักที่แม่ของเธอปักให้เป็นของขวัญวันเกิดแขวนปิดกั้นแสงแดดที่สาดส่องมาทางหน้าต่าง ที่ตั้งอยู่ชิดติดผนังตรงข้ามกับเตียงนอนของเธอคือโต๊ะทำงานที่มีคอมพิวเตอร์แบบพกพาวางอยู่ พร้อมด้วยแก้วลายธรรมดาๆ ที่เธอนำมาประยุกต์ไว้ใช้สำหรับใส่เครื่องเขียน เหนือขึ้นไปบนผนังเป็นตู้หนังสือเล็กๆ ที่เธอเอาไว้ใช้เก็บผลงานของตน ตู้เสื้อผ้าไม้สีน้ำตาลที่เริ่มซีดบ่งบอกอายุการใช้งาน ตั้งถัดจากหน้าต่างห้อง ซึ่งถัดไปนั้นเป็นตู้เก็บนิยายที่เธอซื้อหามาอ่าน ที่น่าจะเกินสี่สิบเล่ม

“ไม่รู้สิคะ... แล้วคุณคิดว่าไง?” เรื่องอะไรเธอจะเป็นคนเสนอ เสียเชิงหญิงหมดสิ รู้อยู่ว่าต้องพูดเชิญชวนเขาอย่างไร แต่ตอนนี้เครื่องมันยังไม่ร้อน ยังไม่กล้าพอที่จะหลุดถ้อยคำแสนเร่าร้อนรัญจวนจิตออกไป

“ถ้าคุณอยู่กับผมในห้องของผมตอนนี้ล่ะก็...” อัลฟอนโซ่แกล้งเว้นวรรคคำพูดแสนเจ้าเล่ห์เจ้ากลของตัวเองไว้ให้ปลายสายได้ลุ้นเล่นๆ

สายตาคมของหนุ่มเชื้อสายสเปนกวาดมองรอบห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูด้วยโทนสีขาวและสีดำ บ่งบอกนิสัยของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี เขานั่งทอดขาเหยียดยาวอยู่บนเตียงหนาหนุ่มขนาดคิงส์ไซส์ ที่ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวสะอาดต่างอย่างที่ได้รับการดูแลทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ เขาใช้หมอนใบใหญ่รองแผ่นหลังกว้างเพื่อให้นั่งได้สบายขึ้น ฝั่งซ้ายของเตียงเป็นตู้ลิ้นชักไม้ทรงคุณค่าขัดมันจนขึ้นเงาตั้งอยู่ บนนั้นมีโคมไฟที่ปู่ของเขาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อสามปีก่อน ตั้งอยู่คู่กับรูปคู่ของเขาและเอนดิโกผู้เป็นลูกชายตอนที่ไปเที่ยวอิตาลีด้วยกัน เมื่อลูกชายอายุได้ห้าขวบ

ผ้าม่านหนาหนักสีขาวสะอาดตาทอดตัวยาวลงมาเหนือพื้นพรมนุ่มสีขาว ทำหน้าที่กันแสงจากภายนอกที่จะสาดส่องผ่านประตูกระจกบานเลื่อนที่เป็นทางออกไปสู่ระเบียงกว้าง ที่กว้างมากพอที่จะสร้างสระว่ายน้ำสีฟ้าใสเอาไว้ ซึ่งระเบียงดังกล่าวนี้กินพื้นที่ไปถึงส่วนของห้องนอนที่อยู่ติดกัน ซึ่งจัดไว้เป็นห้องพักแขก ฝั่งตรงข้ามกับประตูระเบียงคือตู้เสื้อผ้าของชายหนุ่มที่บุประตูตู้ด้านนอกด้วยกระจกเงาเรียงรายอยู่ ถัดไปจากประตูตู้เสื้อผ้าคือประตูไม้บานใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าห้องน้ำที่กว้างโอ่อ่าของเขานั่นเอง

“ทำไมเหรอคะ? คุณจะทำอะไรฉันเหรอ?” หญิงสาวถามอย่างใคร่รู้ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร่งเร้าอย่างที่พอเจ้าตัวรู้ตัว แล้วก็ต้องกัดริมฝีปากล่างแน่นอย่างข่มความเขินอาย

“อืม... เริ่มจาก... จูบคุณที่ริมฝีปากนุ่มๆ ของคุณเป็นอันดับแรก” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเย้ายวนชวนให้คนฟังจินตนาการถึงริมฝีปากกระด้างได้รูปสมชายชาตรี ที่กำลังค่อยๆ โน้มลงมาใกล้ ใกล้... เสียจนภาพริมฝีปากหยักโค้งของเป็นเพียงภาพมัวๆ “คุณรับรู้ถึงลมหายใจผมหรือเปล่าครับ?”

“ค่ะ... อุ่นดีจัง” เธอตอบน้ำเสียงเหมือนละเมอ แค่เพียงจินตนาการเท่านั้น...แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ ของเขา เธอนี่ถ้าจะช่างจินตนาการเกิดขีดจำกัดคนธรรมดาไปแล้วกระมัง

“อย่างอื่นของผมอุ่นกว่านี้อีกนะครับ” เขาพูดเป็นนัย แต่กระนั้นหญิงสาวก็พอจะเดาได้ว่า ไอ้ ‘อย่างอื่น’ ของเขาน่ะ หมายถึงอะไร แต่ก็แกล้งทำเป็นไขสือหยอกเย้าเขากลับอย่างคนที่รู้ทันกัน

“อย่างอื่นที่ว่า... อะไรเหรอคะ?” สุ้มเสียงเหมือนจะยั่วให้คนฟังแทบคลั่งเพราะความร้ายที่แฝงมาพร้อมกับความเย้ายวน ราวกับนางกวางสาวที่เดินเยี่ยงย่างยั่วยวนให้นายพรานล่า

“เอาไว้... ผมให้คุณค้นหาคำตอบเองทีหลัง” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะบอกเหตุผลที่ยังไม่ตอบคำถามเธอในตอนนี้ “แต่ตอนนี้ผมอยากจะจูบคุณแล้วล่ะที่รัก ผมจะค่อยๆ บรรจงสัมผัสเรียวปากของคุณด้วยปากของผม อย่างแผ่วเบา... อา... ผมว่าปากของคุณช่างอ่อนนุ่มและร้อนนิดๆ เหมือนมาร์ชเมลโลเลยนะครับ แล้วอืม... ผมชอบมาร์ชเมลโลที่สุด ขนมที่มีทั้งรสชาติหวาน... แล้วก็ร้อนอยู่ในตัว”

“เปรียบเทียบฉันให้เป็นขนมอย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะคะ?” กานต์มาดาติงด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก รู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่ทำให้ชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งหลงใหลได้ แม้จะไม่เคยพบหน้ากันจริงๆ

“ทำไมล่ะครับ? คุณเป็นมาร์ชเมลโล่ชิ้นที่อร่อยที่สุด ที่ผมจะไม่มีวันแบ่งปันให้ใครได้ชิมเลยนะครับ” คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวรูปหล่อบอกเสียงทุ้ม น้ำเสียงของเขาเรียบก็จริง แต่เธอรับรู้ดีว่ามันเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวงแหน

“อืม... ฉันก็คงไม่ยอมให้ใครได้ชิมง่ายๆ เหมือนกันล่ะค่ะ” เธอบอกหวังให้เขาเลิกกังวลเรื่องที่จะมีใครมาแย่งเธอไปชิม เมื่อบรรยากาศจากที่หวานรัญจวนเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นอึดอัดชอบกล

“ยกเว้นผม... เพราะผมจะชิมคุณอย่างไม่รู้จักอิ่มจักพอเลย” อัลฟอนโซ่บอกเสียงนุ่ม ชวนให้ขนอ่อนในกายของหญิงสาวลุกชัน เมื่อคำพูดเป็นนัยของเขานั้นทำให้เธอมโนภาพไปถึงการที่ถูกเขากักตัวอยู่บนเตียง

“หรือคะ? นอกจากคุณจูบฉันแล้ว คุณจะทำยังไงต่อล่ะคะ?”

“ผมจะจูบ... และเฝ้ารอให้คุณตอบสนองผมอย่างเร่าร้อนไงที่รัก” น้ำเสียงเขานุ่มนวลชวนให้จินตนาการถึงริมฝีปากที่บดเคล้าที่เรียวปากนุ่มสวยของเธอ ด้วยจังหวะการสัมผัสที่แสนเนิบนาบ ส่งกระแสร้อนรุ่มให้ซาบซ่านไปทั่วร่างบาง

แต่แค่เธอคนเดียวที่ไหนเล่าที่เห็นจินตนาภาพชัดเจนในหัว อัลฟอนโซ่เองก็แทบจะสั่นสะท้านด้วยภาพที่แสนจะชัดเจนในมโนสำนึก เขามองเห็นตัวเองโจนจ้วงเรียวลิ้นเข้าไปลิ้มชิมความหวานภายในโพรงปากของเธอ ช่องปากแสนหอมหวานและรุ่มร้อนราวกับบรรจุน้ำผึ้งที่เคี่ยวด้วยไฟเสียจนหวานล้ำและร้อนฉ่าเอาไว้ภายในจนเต็มล้น ซึ่งเป็นความหวานอันแสนเร่าร้อนอย่างที่เขาไม่ปรารถนาจะปล่อยผ่านไปแม้สักเศษเสี้ยวของหยดเดียว

“จูบของผม... หวานไหมครับ?” เขาถามเสียงพร่า รู้สึกซาบซ่านทั่วร่างสูงเพียงแค่นึกไปว่าเขาได้จุมพิตเธออย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กๆ ที่หวานนุ่ม... แล้วเติมความรุ่มร้อนให้กับร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนด้วยจุมพิตของเขา หากเขาได้จุมพิตเธอจริงๆ เล่า... มันจะน่าอภิรมย์ขนาดไหนกัน?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel