บท
ตั้งค่า

5

“อืม... ไม่ค่ะ” คำตอบของเธอทำเอาคนถามใจแทบฝ่อ ก่อนที่จะใจชื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะคำพูดต่อมาของเธอ “แต่จูบของคุณเร่าร้อนมากเลยค่ะ”

“ร้อนแค่ไหนกันครับ?” น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลแตกพร่าราวกับไม่ใช่เสียงของเขาอีกต่อไป แท้จริงแล้วเขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเองเลยตั้งแต่ได้รู้จักเธอ เขาเคยเป็นคนที่ไม่ต้องอาศัยการพูดจาอะไรมากมายหากต้องขึ้นเตียงกับผู้หญิงสักคน แค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหญิงที่เขาสามารถซื้อหาได้จัดการทุกอย่าง เขาไม่เคยต้องพูดจาเล้าโลมเธอเหล่านั้น เพราะพวกเธอพร้อมตั้งแต่เห็นรูปร่างหน้าตาเขาแล้ว แต่กับกานต์มาดา เขากลับรู้สึกอยากพูดจาหยอกหัว เล้าโลมให้เธอหน้าแดงด้วยคำพูดมีนัยยะของเขา ให้เธอร้อนเร่าด้วยคำพูดที่แสนจะวาบหวามจากปากของเขา

“แล้วคุณล่ะคะ... ตอนนี้ร้อนแค่ไหน?” เสียงหวานส่งไปอย่างยั่วยวน เมื่อได้เริ่มแล้ว...เครื่องก็ชักจะร้อนจนกล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเขาด้วยคำพูดชวนจักจี้หัวใจ

“ร้อนมากเลยล่ะครับ... แล้วผมก็เชื่อว่าคุณเองก็คงร้อนไม่ต่างจากผม จริงไหมครับ?” คำถามนั้นเป็นคำถามที่เขาไม่ต้องการคำตอบแม้แต่น้อย เพราะน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจนั้นทำให้คนฟังไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ “ผมว่าคุณถอดเสื้อดีกว่าไหมครับ?”

“อืม... ถ้าคุณอยากจะให้ฉันถอดเสื้อล่ะก็ ก็มาถอดเองสิคะ” น้ำเสียงท้าทายเสียจนพ่อหนุ่มแดนกระทิงต้องคึกคักไปทั้งตัว จนเขาอยากจะกระโจนผ่านโทรศัพท์เข้าไปฉีกทึ้งปอกเปลือกเสื้อผ้าของเธอออก ให้เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าขาวนวล

“อืม... ถ้าผมอยู่ใกล้ๆ ป่านนี้คุณคงเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าไปแล้วล่ะคนดี” ชายหนุ่มทำเสียงเหมือนมันเขี้ยวคนรักนักหนา เธอรู้ว่าเขาอยู่ไกลคนละซีกโลกสินะ ถึงได้กล้าท้าทายเขาอย่างนั้น เอาสิ...เมื่อเธอยั่วยวนเขาด้วยคำพูดได้ เขาก็จะทำให้เธอคลั่งด้วยคำพูดของเขาได้เช่นกัน “แล้วรู้อะไรไหมเบบี้เกิร์ล... พอคุณเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า ผมก็จะคลุกเคล้าเนื้อตัวคุณด้วยปากและมือของผม ผมสงสัยจังเลย... ว่าตัวคุณจะหอมสักแค่ไหน?”

“อันนั้นคุณต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองสิคะ ว่าตัวฉัน... จะหอมเย้ายวนสักแค่ไหน” เธอเห็นเป็นเรื่องสนุกที่ได้ยั่วเขาให้คลั่งด้วยคำพูดแสนเร้าใจนั้น มันเหมือนเธอเป็นแม่กวางน้อยที่วิ่งหลอกล่อให้นายพรานยิง แต่ครั้นนายพรานผู้เก่งกล้าจะง้างศรยิง เธอก็กระโดดหลบและหนีไปได้เสียทุกครั้ง ยิ่งได้ฟังเสียงครางห้าวลึกในลำคอของเขา ก็ยิ่งกระตุ้นหัวใจนักเขียนสาวให้เต้นเร่าด้วยความตื่นเต้นประหลาดล้ำ

“ผมว่า... ตัวคุณคงทั้งนุ่มทั้งหอมเลยล่ะที่รัก ผิวกายของคุณคงจะเนียนละเอียดราวกับ... ราวกับ... กำมะหยี่” ชายหนุ่มพูดเสียงกระเส่าขาดห้วงทั้งที่ฝืนบังคับให้เป็นปกติที่สุด ด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนหนึ่งมีอิทธิพลเหนือการควบคุมตัวเองของเขา พยายามสรรหาคำเปรียบเทียบมาเปรียบเปรยทุกๆ อย่างที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเธอ เท่าที่ผู้ชายอย่างเขาจะจินตนาการออก “ทั้งยังหอม... เหมือนดอกไม้ตะวันออก ที่ชื่อว่าอะไรนะ....” เขาทำเสียงครุ่นคิด พยายามนึกชื่อดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ดมกลิ่นและกลิ่นของมันยังตราตรึงในใจ “อา... ใช่แล้ว! ดอกมะลินั่นเอง ผมชอบกลิ่นของมันมากเลยรู้ไหม และผมก็คิดว่ากลิ่นกายคุณคงไม่ต่างจากมันนัก... ใช่ไหมครับ?”

“ก็คงอย่างนั้นมั้งคะ” เธอไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไรได้ดีไปกว่านั้น และไม่อยากจะทำลายจินตนาการของเขาถึงกลิ่นกายของเธอ ทั้งที่เธอเองกลับคิดว่า ตัวเธอไม่ได้หอมเหมือนกลิ่นดอกมะลิอย่างนั้นเสียหน่อย

“อืม... ผมอยากจะลูบไล้ผิวละเอียดของคุณด้วยมือของเขา ค่อยๆ ไล้ชิมเนื้อเนียนนั้นด้วยริมฝีปากของผม ผมอยากจะจูบคุณให้ทั่วตัวเลยที่รัก” เสียงเขาแตกพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์ อุปาทานไปเองหรือเปล่าไม่แน่ใจ... เมื่อเธอรู้สึกรุ่มร้อนตามเนื้อกายอย่างน่าประหลาด เสมือนเขาโลมลูบผิวกายของเธอด้วยริมฝีปากของเขาจริงๆ “ผมอยากจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัวจริงๆ เลย แม่มาร์ชเมลโลของผม”

“อื้ม... อย่าสิคะ ฉันยังไม่อยากไปอยู่ในท้องคุณหรอกนะ” เธอประท้วงไม่จริงจังนัก ทั้งที่รู้สึกถึงมวลหมู่ผีเสื้อบินวนในช่องท้องเต็มไปหมด

“ช่วยไม่ได้นี่ครับ... ก็คุณหอมหวานไปทั้งตัว” อัลฟอนโซ่ยกยิ้ม เป็นยิ้มยั่วยวนชนิดที่สาวใดเห็น เป็นต้องรีบตะกายขึ้นเตียงประเคนร่างกายให้เขาแทบไม่ทันแน่ๆ แม้แต่กานต์มาดาเอง...เธอไม่แน่ใจว่าหากเห็นรอยยิ้มนั้นของเขาด้วยตัวเธอเอง จะอดใจไม่จับเขากดลงเตียงได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“เหรอคะ? แล้วคุณจะทำอะไรกับมาร์ชเมลโลอย่างฉันต่อดีล่ะ?” เธอถามยั่วเย้าจนเขาแทบจะคลั่งตาย กระทิงหนุ่มคึกคักผงาดศักดาอยู่ในกางเกงในชายชั้นดีที่สวมทับด้วยกางเกงผ้าขายาวอย่างที่เขาชอบสวมนอนเป็นประจำ จนเขาทนต่อความอึดอัดรวดร้าวไม่ไหว ต้องปลดปล่อยลูกกระทิงหนุ่มให้เป็นอิสระจากอาภรณ์สองชิ้นนั้น เพื่อให้ออกมาลืมตาดูโลกภายนอก เขาโลมลูบตัวตนแข็งแกร่งปลอบประโลมให้กระทิงหนุ่มที่กำลังหึกเหิมพร้อมออกศึกใจเย็นลงอีกสักนิด

“ผมจะค่อยๆ ดันคุณให้นอนราบลงกับเตียงกว้างๆ ของผม แล้วค่อยๆ ทาบทับร่างเปลือยเปล่าของผมลงไป” เขาพูดเสียงสั่น จินตนาการเห็นร่างเปลือยเปล่าขาวนวลราวกับดอกมะลิของเธอที่ถูกทาบทับด้วยร่างสูงใหญ่ แน่นไปด้วยมัดกล้ามของเขา ส่งประกายไฟสิเน่หาร้อนเร่าผ่านทางผิวเนื้อไปสู่เธอ โดยที่ไม่แตะต้องไปมากกว่านั้น อา... มันช่างเป็นภาพในจินตนาการที่น่ารัญจวนใจเสียจนเขารุ่มร้อนไปทั้งตัว

“อุ๊ย! ตัวคุณใหญ่ออกขนาดนั้น ฉันคงหายใจไม่ออกแน่เลยค่ะ” กานต์มาดาแกล้งอุทาน ซึ่งเธอเชื่อว่าไม่ได้พูดอะไรเกินจริงเลย ก็ตัวเขาคงจะใหญ่กว่าเธอหลายเท่า ขืนเขาทาบทับเธอลงมาจริงๆ คนตัวเล็กแบบเธอคงจะจมกับที่นอนเป็นแน่

“เชื่อผมเถอะ... อะไรที่มันใหญ่ๆ มันมักจะให้ความสุขให้กับคุณได้อย่างลืมไม่ลงเลยทีเดียว” เขาอวดอ้าง... ซึ่งมันไม่เกินความจริงเลยสักนิด เขาก็ไม่เอาสมบัติส่วนตัวที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดไปเทียบขนาดกับผู้ชายคนอื่นหรอกนะ แต่เท่าที่ฟังๆ มาจากสาวๆ หลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาน่ะ ทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า... กระทิงหนุ่มน้อยของเขามันใหญ่เกินกว่าที่พวกเธอเคยเจอๆ มา และสาวๆ ทุกคนที่เคยร่วมล่อวัวกระทิงบนเตียงกับเขา ต่างก็ต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นค่ำคืนที่แสนจะสุดยอดทั้งนั้น

“คนบ้า!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel