Chapter 6 อย่ามายุ่ง!
ดรุณีน้อยเลิกผืนหนังสัตว์ที่ห่มคลุมออกแล้วผุดลุกนั่งวาดขาลงบนพื้นจึงพบว่าที่นอนอยู่เป็นเพียงตั่งเตี้ยต่างกับเตียงนอนที่บ้านสกุลจิน ดวงตาสุกใสสีน้ำตาลไหม้เกือบดำของนางเลิ่กลั่กไปมาเพราะรู้สึกถึงความผิดปกติ รีบลุกขึ้นสำรวจเนื้อตัวเสื้อผ้าพลันหมุนตัวไปมาด้วยความสับสนใจ
เหตุใดเสื้อผ้านางจึงไม่เรียบร้อยอย่างเคย แล้วที่นี่คือสถานที่แห่งใดกัน!
จินซิงซินรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง สัญชาติญาณการเอาตัวรอดถูกปลุกให้นางเปล่งเสียงร้องเรียกหาคนที่ไว้ใจที่สุด “ท่านยาย! ท่านยายอยู่ไหน ช่วยซิงซินด้วย! ช่วยด้วยท่านยาย!”
เสียงกังวานใสสั่นเครือราวกับกำลังร้องไห้ที่ดังออกมาจากกระโจม ทำให้อ๋องสี่หลี่หลานหมิงและสองสหายขุนพลหน้าหยกคู่ใจถึงกับสะดุ้งต่างวางจอกสุราและยุติการสนทนาโดยพลัน โดยไม่ทันที่หม่าชิงเทียนจะได้ทักท้วงก็พบว่าผู้เป็นนายก้าวฉับๆ หายลับเข้าไปในกระโจมเสียแล้ว
สองคนมองหน้ากันพลันเกิดความระอาสลับกับเสียงหัวเราะในลำคอหลายส่วน กระทั่งคนเจ้าเล่ห์กว่าเอ่ยวาจาหยอกเย้า “เจ้าว่าท่านอ๋องจะรับมือนางไหวหรือไม่”
“เหตุใดถึงคิดว่าไม่ไหว” คนสุขุมกว่าถามพลางมุ่นคิ้วแทนความสงสัย
หม่าชิงเทียนหัวเราะในลำคอก่อนเอ่ย “ข้ากลัวแต่นางเห็นหน้าท่านอ๋องจะร้องหนักกว่าเดิมหากว่ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน”
"อย่างมากก็คงดีใจที่จะได้เป็นอนุของอ๋องสี่แห่งตำหนักเหมันต์"
“เรื่องว่าที่พระชายายังไม่คลี่คลาย เจ้าคิดหรือว่านางจะได้เป็นถึงอนุท่านอ๋อง”
"แต่ข้าว่าไม่นานก็ต้องคลี่คลาย แต่..."
“แต่อะไร”
“แต่นางจะยอมหรือไม่เล่า” หม่าชิงเทียนว่าพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างคาดคะเนแล้วกระหยิ่มยิ้มย่อง "ข้าดูท่าทีอ๋องสี่ของเราก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเกลี้ยกล่อมสำเร็จ"
หวังเฉาเสี่ยนคนขรึมหรี่ตามองอีกฝ่ายแล้วเบนหน้าไปทางกระโจมก่อนจะถามกลับสั้นห้วน “เจ้าเห็นนางครั้งแรกหน้าตาเป็นอย่างไร เหตุใดจึงทำให้ท่านอ๋องดูกระวนกระวายเช่นนี้”
“ก็เป็นแม่นางน้อยผู้หนึ่งที่มีเค้าความงามราวบุปผาแรกแย้ม”
“เจ้าเห็นกับตาแล้วรึ”
“เห็นเต็มสองตา แม้ไม่เห็นหน้าชัดแต่ก็รับรู้ได้ว่านางต้องเป็นคนที่ทำให้ท่านอ๋องของเราหวงแหนเป็นแน่ เพราะว่ามาถึงก็พานางเข้าไปกักไว้ในกระโจมไม่ให้ใครเห็นอีกเลยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“เช่นนั้นเห็นทีจะยุ่ง” หวังเฉาเสี่ยนเปรยสีหน้าหนักใจหลายส่วน “หากว่าไม่มีสมรสพระราชทานคงไม่มีปัญหาตามมา”
“นี่ล่ะ ที่ข้าสงสัยว่าท่านอ๋องจะพานางกลับตำหนักเหมันต์ได้แน่หรือ”
สองคนต่างพากันครุ่นคิด ไม่ทันที่หวังเฉาเสี่ยนจะเอ่ยตอบ ก็มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาจากในกระโจมเป็นเสียงทุ่มเถียงกัน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านอ๋องสี่ผู้เย็นชาของพวกเขาที่ครานี้กำลังปลอบโยนเสียงร้องไห้ที่ดังก้องลำน้ำแข่งกับเสียงน้ำตกอย่างไม่อายใคร
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” หม่าชิงเทียนเผลอหลุดวาจาขณะมองต้นทางของเสียงเหมือนจะให้ทะลุเข้าไปภายใน
หวังเฉาเสี่ยนได้แต่ส่ายหน้า ต่างคนต่างรีรอหากเห็นท่าไม่ดีคงมีบุกเข้าไปห้ามทัพเป็นแน่ แต่เสียงที่ได้ยินต่อมาไม่รู้ว่าจะบอกได้ว่าดีหรือร้ายทำให้ทั้งสองยิ่งเกิดอาการละล้าละลัง
“ข้าบอกให้เจ้าหยุดร้อง!”
“ข้าไม่หยุด! อย่ามาห้ามนะ!”
“นี่เจ้า!”
อ๋องสี่หลี่หลานหมิงกัดฟันกรอดหลังจากตวาดดวงหน้างามเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่นางไม่มีทีท่าว่าจะเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการบอกสักนิด
“ฮือ... ฮือ ท่านยาย ท่านแม่ พี่ใหญ่ ช่วยซิงซินด้วย”
“เจ้าพูดเป็นอยู่แค่ร้องให้คนช่วยหรือกระต่ายน้อย”
“ข้ามิใช่กระต่าย ข้าคือซิงซิน ซิงซินมิใช่ชื่อกระต่าย ซิงซินเป็นคน เป็น...”
“เป็นอะไรก็เรื่องของเจ้า ต่อไปเจ้าต้องเป็นกระต่ายของข้าเท่านั้น ห้ามเถียง”
“ไม่ๆ ไม่เอา! ข้ามิใช่กระต่าย ข้าไม่ยอม!”
จินซิงซิงเบ้หน้าร้องไห้ลงไปนั่งกองกับพื้นเหมือนเด็กๆ ดวงหน้านวลขาวราวหยกเนื้ออ่อนที่ถูกแต้มสีชาดเจือจางเริ่มเข้มขึ้นตามแรงสะอื้น สองมือน้อยๆ ทุบพื้นดังปึกๆ อย่างไม่ยินยอม
หลี่หลานหมิงถึงคราวอับจนจนต้องนั่งลงคุกเข่า มือหนึ่งจับไหล่นางอีกมือเชยคางมนนุ่มนิ่มให้เงยขึ้นแต่กลับถูกริมฝีปากอิ่มรูปกระจับเจือสีชาดงับเข้าให้ “โอ๊ย! นี่เจ้า!”
“นิสัยไม่ดี ปล่อยนะ อย่ามาแตะต้องตัวซิงซิน คนไม่ดี คนไร้น้ำใจ ”
“นี่! กระต่ายน้อย เจ้าเมื่อใดจะเลิกพูดกลับไปกลับมาแบบนี้เสียที เรามาคุยกันดีๆ แบบสามีภรรยาคุยกันดีหรือไม่ ซิงซิน” อ๋องสี่หลี่หลานหมิงพยายามเกลี้ยกล่อมขณะจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ไล่ลงมายังจมูกงอนที่เชิดรั้นขึ้นอย่างจงใจ ฟันกระต่ายซี่เล็กๆ ที่ขบเม้มริมฝีปากล่างราวกับจะเก็บกลั้นเสียงสะอื้นทำให้เขารู้สึกอยากปลอบประโลมจนต้องคว้านางมาแนบอก
แต่แค่คิดยังไม่ทันได้ปลอบใจ...
พลั่ก!
หลี่หลานหมิงกระเด็นตามแรงเตะ เขาไม่ทันได้ตั้งตัวจึงจุกไปถึงลิ้นปี่ ดวงหน้าคมคายเหยเกอีกทั้งใจเจ็บจนเกินเอ่ยเพราะเสียเหลี่ยมถูกทำร้ายร่างกายโดยสตรีเช่นนี้ “นี่เจ้า เจ้ากล้าถีบข้า! อยากตายใช่หรือไม่!”
“ไม่! ไม่อยากตาย อย่ามาขู่กัน ซิงซินจะฟ้องพี่ใหญ่” นางขู่ฟ่อด้วยฟันกระต่ายซี่น้อยๆ ที่ขบเม้มริมฝีปากทั้งบนล่างอย่างไม่พอใจแต่มันกลับราวกับราดเชื้อไฟให้อีกฝ่ายทันที
“ดี ในเมื่อพูดจากันดีๆ เจ้าไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีเถอะ”
“นอกจากแม่ใหญ่ ใครก็อย่ามาขู่ซิงซิน”
นางผุดลุกขึ้นตั้งท่าจะวิ่งหนีออกไป แต่ช้ากว่าฝ่ามือแข็งแกร่งที่แค่มือเดียวกระชากแขนเรียวเล็กของนางก็ถลันกลับมาสู่อ้อมอก เพียงดวงหน้าอ่อนเยาว์เงยขึ้นมองอย่างตื่นตระหนก หลี่หลานหมิงเหมือนใจหลุดประทับริมฝีปากลงไปทันที
