Chapter 5 กระต่ายตัวยุ่ง
เมื่อครู่เปรียบเขาเป็นกระต่ายหูดำครานี้กลับกลายเป็นท่านยายของนางอีก หลี่หลานหมิงปรายตามองดวงหน้าดรุณีน้อยที่ยังหลับพริ้มในห้วงนิทราแล้วถึงกับนิ่งงัน นางช่างงดงามปานเทพธิดามาจุติ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของนางที่กดลงบนซอกคอของเขาตามจังหวะหายใจทั้งยังแก้มหอมกรุ่นที่เผลอจูบลูบไล้และเรือนร่างนุ่มนิ่มที่คอยเบียดยามหนาวเหน็บตลอดคืน
หึ! มารดาเจ้าเถอะ!
กระต่ายน้อยเอ๋ย...
เขาควรสั่งสอนนางไม่ควรปล่อยให้หลุดรอดจากกรงเล็บเพชฌฆาตไปได้จริงๆ
อ๋องสี่หลี่หลานหมิงผู้ซึ่งมิได้อ่อนต่อโลกแต่ไม่เคยแสวงหาสตรีงามสักคนข้างกายถึงคราวหนาวยะเยือกในใจ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเลยสักครั้งในชีวิตที่นึกอยากได้สตรีมาครอบครองเป็นสมบัติของตัวบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ความรู้สึกนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กระต่ายน้อยหลงทางตัวนี้ต้องรับผิดชอบ!
มือใหญ่กร้านไล้ปลายนิ้วเบาๆ ลงบนแก้มนวลอย่างลืมตัวก่อนจะลดตัวลงจรดริมฝีปากลงไป พลันต้องสะดุ้งเพราะม่านกระโจมถูกเปิดเข้ามาโดยพละการ
“ท่านอ๋องตื่นแล้ว... หรือ... ไม่”
หม่าชิงเทียนสหายสนิทที่ลืมตัวเปิดม่านพรวดพราดเข้ามาถึงกับออกอาการนิ่งอั้นตันคอแม้คำพูดสุดท้ายยังแทบไม่ออกจากปากเพราะสายตาดุจากผู้เป็นนาย แต่กระนั้นท่าทีล่อแหลมของอ๋องสี่ก็ทำให้คนทะเล้นอย่างหม่าชิงเทียนออกอาการยิ้มๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“ขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะ”
“เชอะ! ข้ามิเคยสั่งสอนเจ้าเรื่องมารยาทรึ ชิงเทียน” หลี่หลานหมิงถามขณะผละลุกจากเตียงหยิบเสื้อคลุมมาสวมด้วยท่าทีนิ่งๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สมกับการกระทำของตน
หม่าชิงเทียนชะเง้อมองร่างอรชรบนเตียงไม่ทันได้ไต่ถามก็ถูกอ๋องสี่พาตัวมาขวางสายตาเสียก่อนจึงได้แต่กระแอมเบาๆ ก่อนเอ่ยแก้เก้อ “ทรงสั่งสอนข้าจำขึ้นใจ แต่ข้ามีข่าวมาบอก”
“ออกมาคุยข้างนอก”
หลี่หลานหมิงว่าจบก็ผลักหม่าชิงเทียนให้เดินออกไปก่อนแล้วจึงตามออกมา พอพ้นแนวกระโจมออกมาไม่ไกลหม่าชิงเทียนก็เปิดปากเล่าเรื่องที่รู้มาทันที หลี่หลานหมิงเลิกคิ้วสีหน้าครุ่นคิดขณะฟังกระทั่งสหายสนิทเล่าจบจึงออกเดินนำไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันแม้แต่ทักท้วงจนกระทั่งตามทัน
“แล้วจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
“ข้าก็อยากรู้ว่าพวกนางจะว่าอย่างไรที่เห็นกระต่ายน้อยอยู่กับข้า”
“แต่ว่านางดูท่าทางไม่เบาเลย ทั้งยังประกาศว่าผู้ใดพบเห็นหรือพาคุณหนูซิงซินหายไปทั้งคืนจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำครั้งนี้”
“ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าพวกเราเป็นใครเช่นนั้นรึ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“น่าขัน มีแม่ที่ไหนกันอยากให้ลูกสาวตบแต่งกับคนร่อนเร่พเนจรบ้าง”
“ก็มีที่ว่าที่มารดาชายาท่านอ๋องสี่หลี่หลานหมิง ที่แค่ข้าฟังวาจาก็รู้แล้วว่าเหตุใดจึงเป็นคนร้ายกาจเช่นนี้” หวังเฉาเสี่ยนผู้เคร่งขรึมเอ่ยแทรกขณะเดินเข้ามาสมทบอีกคน
หม่าชิงเทียนที่นิ่งฟังอยู่บังเกิดความสงสัยเอ่ยถาม “เช่นนั้นแสดงว่าแม่นางน้อยผู้นี้คือคู่หมายของท่าน โอว! เห็นทีว่าท่านอ๋องของเราคงถูกกามเทพแผลงศรมิต้องมีเรื่องให้หนีแต่งงานแบบครั้งก่อนๆ แล้ว”
“ใจคนกั้นด้วยหนังท้อง เจ้าอย่าเพิ่งพูดไป...” หวังเฉาเสี่ยนเอ่ยเตือนสหายสนิทน้ำเสียงเรียบหลังจากเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของผู้เป็นนายครู่หนึ่ง
หลี่หลานหมิงตาวาววูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมเอ่ย “หรือตระกูลจินกล้าปฏิเสธข้า”
“หามิได้ แต่ว่า...”
“เฉาเสี่ยน... เจ้าว่ามาอย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง” หลี่หลานหมิงออกคำสั่งสีหน้าเคร่งเครียดแต่ทว่าสองคนอึกอักมองหน้ากันว่าใครจะเป็นคนพูดก่อนจนต้องเอ่ยท้วงอีกรอบ “พวกเจ้าสองคนอย่าให้ข้าต้องถามครั้งที่สอง”
หวังเฉาเสี่ยนที่หายออกไปแต่เช้าเพื่อสืบข่าวไม่เพียงสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีแล้วกว่าจะคิดคำต่อไปเปล่งออกมามิให้เป็นที่ขุ่นเคืองใจอ๋องสี่ยิ่งหนักกว่า
“จากที่ข้าไปสืบมาได้ความว่าแม่นางน้อยผู้นี้ถึงจะเป็นคุณหนูตระกูลจินที่เกิดจากภรรยาแรก แต่ทว่านางกลับมิใช่คู่หมั้นหมายของท่านที่ฝ่าบาททรงส่งสาส์นทาบทาม...”
“เช่นนั้นแล้วใครกัน!” หม่าชิงเทียนออกอาการตื่นเต้นเพราะสีหน้าผู้เป็นนายแปรเปลี่ยน
“เอ่อ... คือว่า คู่หมายของท่านอ๋องคือคุณหนูใหญ่ตระกูลจินหรือก็คือแม่นางจินฮุ่ยอิงพ่ะย่ะค่ะ” หวังเฉาเสี่ยนเอ่ยตอบ
เพียงได้ฟังคำตอบ อ๋องสี่ผู้เย็นชาถึงกับออกอาการฮึดฮัดมองสลับหน้ากระโจมกับหวังเฉาเสี่ยนด้วยความเคร่งเครียดก่อนเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นทันใด
“มันต้องมีเรื่องผิดพลาด”
“ผิดพลาดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสองโพล่งขึ้นพร้อมกัน
หลี่หลานหมิงพยักหน้า ดวงตาสีน้ำตาลไหม้วาววับครุ่นคิดก่อนเอ่ย “แต่ใครจะสนกัน”
“แต่!”
“พวกเจ้าไม่ต้องพูด! ข้าจะพานางกลับตำหนักเหมันต์วันนี้!”
จินซิงซินรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงโหวกเหวกแว่วมาเข้าหู แพขนตายาวกะพริบขึ้นลงก่อนจะค่อยๆ ปรือมองไปยังต้นทางของเสียงพบว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆครึ้มทึมเทาราวกับกำลังจะมีพายุมหึมา ลมแรงกรรโชกจนม่านหน้าต่างสีขาวขลิบลายไข่กาสะบัดไปมาส่งเสียงดังไม่หยุดจนกระทั่งปลุกคนนอนหลับลึกให้รู้สึกตัวตื่น
เกิดอะไรขึ้น!
