ตอนที่ 5 พบเจอ (1/2)
“ขวัญ… ไปซื้อของกับพวกฉันไหม”
“เอ่อ… คือ… เราติดธุระน่ะแพรววา”
เป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นที่หญิงสาวทั้งสี่พากันเดินออกมาจากห้องเรียนรวมหลังอาจารย์เพิ่งสอนเสร็จ จากตอนแรกที่ตั้งใจไว้ว่าเย็นนี้จะไปเดินซื้อของที่ตลาดเสื้อผ้าใกล้ ๆ และทานมื้อเย็นกันครบกลุ่ม
เห็นทีคงต้องล้มเลิกความคิดนั้นไปก่อน เพราะหลังจากขวัญญาดาตอบคำถามเมื่อครู่กลับไป แพรววา ใยบัว และใบปอต่างพากันทำหน้างองุ้ม
วันนี้ขวัญญาดาไม่ว่างอีกแล้ว
“แต่วันนี้แกไม่ได้ไปทำงานไม่ใช่เหรอ”
“เรามีนัดกับคนที่มหาลัยนี่แหละ”
“ฮะ! อะไรนะขวัญ”
“อย่— อย่าเพิ่งเข้าใจผิด”
ขวัญญาดารีบแก้ต่างทันที เพราะทั้งสายตาและท่าทางของเพื่อนทั้งสามที่มองมานั้น หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าพวกเธอกำลังคิดอะไร
“เราหาคนมาช่วยเรื่องต่อชิปเฉย ๆ อย่าเข้าใจผิด”
“…”
“แล้วก็... พวกแกอย่าโกรธเราเลยนะ”
แทนที่เพื่อนจะโกรธ แต่พวกเธอต่างพากันหัวเราะชอบใจ เพราะทุกครั้งยามขวัญญาดาตั้งใจอธิบายอะไรออกมาสักอย่าง บวกกับหน้าตาใสซื่อมันช่างเป็นภาพน่ามอง ชวนให้เอ็นดู
แล้วใครจะไปโกรธลง
เพราะขวัญญาดาก็ตัวเท่านี้
หลังจากขวัญญาดาแยกย้ายกับเพื่อน เธอก็มาที่คาเฟตั้งอยู่ในละแวกใกล้มหาลัย เพราะนัดกับใครอีกคนซึ่งทักเข้ามาให้ความช่วยเหลือไว้ พอหญิงสาวเดินเข้ามาในร้าน เธอกดส่งข้อความไปหาคนเมื่อคืนทันทีว่ามาถึงแล้ว และอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในระยะเวลาที่รวดเร็วไม่ถึงสิบวินาทีเสียด้วยซ้ำ
ผมนั่งอยู่โต๊ะในสุด คุณเดินเข้ามาเลย
ใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลาละสายตาออกจากโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังโต๊ะมุมในสุดของร้าน และพบกับแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งตอบกลับมาเมื่อครู่ หากแต่หลังจากที่ขวัญญาดาเห็นด้านหลังของคนที่นั่งหันหลังให้ เธอก็ชะงักไปเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่กลับนึกไม่ออก
เกือบหนึ่งนาทีที่ขวัญญาดาเอาแต่ยืนนิ่ง กระทั่งเธอสลัดความคิดอันฟุ้งซ่านในหัวออก แล้วเดินเข้าไปหาผู้หวังดีที่อาสาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้
“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่มาช้—”
“...”
“คุณ…”
ขวัญญาดาชะงักอีกครั้ง ประโยคที่เธอเตรียมจะเอ่ยพูดออกมาถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อสายตาสอดประสานเข้ากับใครอีกคนที่ติดอยู่ในห้วงความทรงจำของเธอมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“เธอ…”
และดูเหมือนว่ากรณ์ดนัยเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เพราะหญิงสาวที่โพสต์หาคนช่วยทำงานในกลุ่มมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็กลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยคั่วมาแล้ว
บ้าชะมัด
ทำไมถึงเป็นยัยจืดนี่ได้วะ
“ขอ— ขอโทษค่ะ ฉันเดินมาผิดโต๊ะ”
“จิ๊… เดี๋ยวก่อน!”
ในตอนที่ขวัญญาดาเตรียมเดินออกไปจากตรงนี้ คำพูดไม่สบอารมณ์ของกรณ์ดนัยก็เอ่ยขัดขึ้นมา เป็นผลพวงให้ปลายเท้าของหญิงสาวหยุดเคลื่อนไหว ทว่าเธอกลับไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มอีก
เพราะขวัญญาดาทำตัวไม่ถูก เธอทั้งตกใจ แปลกใจ และสับสนไปหมดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กลายเป็นคนคนเดียวกันกับคืนนั้นไปได้
โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเธออยู่กันแน่
“ฉันนั่งรอเธอเกือบชั่วโมง ใจคอจะเดินหนีไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ”
“...”
“ใจร้ายเกินไปหน่อยมั้ง”
เพราะประโยคนั้น ขวัญญาดาจึงทำใจดีสู้เสือ ค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของประโยคนั้นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเธอหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับอีกฝ่ายตรง ๆ
“ไม่— ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”
“เอาเถอะ นั่งก่อนสิ อยากสั่งเครื่องดื่มอะไรไหม”
กรณ์ดนัยยอมรับว่าวินาทีแรกเมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่เคยร่วมหลับนอนกับตัวเองมาแล้ว ชายหนุ่มจึงรู้สึกหงุดหงิดและไม่
สบอารมณ์อย่างถึงขีดสุด เนื่องจากจุดประสงค์หลักที่เขายอมสละเวลาเสนอหน้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ก็เพราะแค่ต้องการใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้างเพื่อหลอกฟันก็เท่านั้น แต่พอผลสุดท้ายกลับกลายเป็นยัยนี่ ด้วยความที่เขาถือคติไม่บริโภคอาหารซ้ำ
กรณ์ดนัยเลยค่อนข้างหัวเสีย
“ฉันไม่ดื่มน้ำหวานค่ะ”
ขวัญญาดาตอบขณะยังก้มหน้า รู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องมานั่งอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ ส่วนกรณ์ดนัยนั้นกลับคิดสวนทาง เพราะจากตอนแรกที่เขาค่อนข้างรู้สึกหัวเสีย แต่เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว กลับมีความรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“เอาแต่ก้มหน้า ฉันไม่กัด”
“...”
“ทำเหมือนเป็นคนอื่นไปได้ ทั้ง ๆ ที่เรา—”
“หยุ— หยุดนะคะ”
เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว จะมารื้อฟื้นความหลังอีกทำไม ขวัญญาดารีบเงยหน้าขึ้นจากมือที่ประสานกันอยู่บนหน้าตักทันที ทำให้เธอเห็นว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังยกยิ้มมุมปากราวกับสะใจที่ได้แกล้งเธอ