บท
ตั้งค่า

4

สรุปแล้ว...เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ คงจะไม่มาสนใจหรือจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้วอย่างแพรพิลาศหรอกกระมัง หากเธอค่อยๆ อธิบายให้เขาฟังถึงเหตุและผล เขาก็คงจะยอมล่าถอยไปแต่โดยดีแน่ๆ ผู้ชายอย่างเขาคงหาผู้หญิงมาเคียงข้างได้ไม่ยากนักหรอก ดีไม่ดียังไม่เอ่ยปากเรียก ขี้คร้านก็จะมีผู้หญิงเขามาประเคนตัวให้เขาหลายสิบคนจนเลือกไม่ถูก

“ขอโทษที่ให้รอนานค่ะ” เสียงใสกังวานดังขึ้น ทำให้พยัคฆ์ที่ก้มหน้าก้มตาคุยงานกับเพื่อนผ่านทางโปรแกรมแชทชื่อดังในโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็พบว่าเธอถอดไอ้เสียงแขนยาวตัวโคร่งออกไปเสียแล้ว และมันก็ทำให้เขารู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รูปร่างดีทีเดียว ยิ่งเธอสวมเสื้อยืดพอดีตัวก็ยิ่งรู้ว่ารูปร่างของเธอน่ามองยิ่งนัก “นี่ค่ะ...กาแฟของคุณ”

“นี่มันไม่ใช่กาแฟดำนี่” พยัคฆ์ถามหลังจากที่สูดกลิ่นหอมๆ ของกาแฟนเข้าเต็มปอด แล้วพอมองดูก็พบว่าสีมันแตกต่างไปจากกาแฟดำที่เขาชอบดื่ม

“คาราเมลคอฟฟี่สูตรร้านกรุ่นรักค่ะ” รุจาภาตอบขณะที่นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกันกับเขา โดยมีโต๊ะตัวเตี้ยๆ กั้นกลางอยู่

“แต่ผมสั่งกาแฟดำไปไม่ใช่หรือ?” พยัคฆ์ทวนคำสั่ง เขาจำได้ว่าเขาสั่งกาแฟดำไป และก็มั่นใจด้วยว่าสั่งด้วยเสียงดังฟังชัดอีกต่างหาก หรือว่าหญิงสาวจะได้ยินที่เขาสั่งผิดเพี้ยนไปนะ? แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้นี่นา ก็ตอนนี้ภายในร้านมันไม่ได้มีเสียงดังจอแจจนจะทำให้เธอไม่ได้ยินที่เขาสั่งเสียหน่อย

“ค่ะ ฉันทราบ” คำตอบของเธอยิ่งทำให้พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่น ทราบ...แล้วทำไมยังทำผิด? “แต่ดูจากท่าทางแล้ว คุณคงดื่มกาแฟดำเป็นประจำเลยใช่ไหมคะ? ฉันคิดว่าคุณควรจะลองสิ่งใหม่ๆ บ้าง เพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต เริ่มจาก...การลองดื่มกาแฟชนิดอื่นที่ไม่ใช่กาแฟดำเป็นการเริ่มต้น”

“แต่ผมไม่ชอบของหวาน” ชายหนุ่มขัดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ปกติหากเขาพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้คนอื่นๆ คงต้องรีบพาสิ่งที่เขาไม่พึงประสงค์ออกไปให้พ้นหน้าเขาแล้ว แต่กับผู้หญิงคนนี้ เธอกลับทำเพียงเหยียดยิ้มใจเย็น

“คุณยังไม่ลองดื่มดูเลย แล้วจะรู้ได้ไงว่าคุณชอบคาราเมลคอฟฟี่แก้วนี้หรือเปล่า?” รุจาภาเลิกคิ้วกึ่งถามกึ่งท้าทายให้เขาดื่ม ชายหนุ่มแทบจะถลึงตาใส่ความเจ้ากี้เจ้าการใส่อีกฝ่าย ก็รู้ว่าเขาไม่ชอบ...ทำไมยังคะยั้นคะยออยู่ได้? หากเป็นแพรพิลาศคงรีบเปลี่ยนเป็นกาแฟดำให้เขาทันที หรือไม่ก็สั่งกาแฟดำให้เขาตั้งแต่แรกเชียวล่ะ “เถอะค่ะ...ลองชิมดูก่อน รับรองว่าไม่หวานจนทำให้คุณกลายเป็นโรงงานผลิตน้ำตาลหรอกนะคะ”

พยัคฆ์ชั่งใจ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยทำตามสิ่งที่ใครบอกเลยสักคน หากว่าเขาไม่เต็มใจจะทำสิ่งนั้นเอง ก็อย่าหวังว่าจะมาบังคับหรือหว่านล้อมให้เขาทำได้ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เขายอมยกแก้วกาแฟสูตรที่เขาไม่เคยคิดจะชอบในแก้วขึ้นมาดื่มจนพร่องไปครึ่งแก้ว ไม่ใช่เพราะหลงเสน่ห์รอยยิ้มหวานๆ ของเธอที่ส่งมาเหมือนจะให้กำลังใจเขาให้เขายอมดื่มกาแฟถ้วยนี้หรอกนะ แต่เพื่อตัดรำคาญต่างหากล่ะ!

“ทีนี้คุณจะบอกผมได้หรือยังว่าแพรอยู่ไหน?” พยัคฆ์รีบเข้าเรื่อง ก่อนที่รุจาภาจะบังคับให้เขาทำนั่นทำนี่ด้วยเสียงใสๆ และรอยยิ้มหวานๆ ของเธอ

“แพรไม่อยู่หรอกค่ะ ไปต่างจังหวัด” รุจาภาตอบเสียงเรียบๆ โดยไม่ใส่ใจกับสีหน้าเครียดเขม็งของเขาสักนิด

“หมายความว่ายังไงไม่อยู่? ก็เธอเป็นคนนัดผมให้มาเจอกันที่นี่ในวันนี้นี่” น้ำเสียงของเขาชักจะห้วนขึ้น เมื่อรู้สึกว่าโดนเบี้ยวนัด ก็เมื่อวันศุกร์ที่แล้วแพรพิลาศโทร.ไปนัดเขาให้มาเจอกันในวันนี้ เขารึก็อุตส่าห์รีบเคลียร์งานที่คั่งค้างที่ไร่และที่บริษัท เพื่อที่จะแวะมาหาเธอ แต่พอมาตามนัดแล้วปรากฏว่าเธอไม่อยู่เสียอย่างนั้นหรือ! นี่แพรพิลาศเห็นเขาเป็นอะไร เขาก็มีงานมีการต้องทำนะ มาหลอกเล่นเป็นเด็กเล่นขายของอย่างนี้ได้ไงกัน?

“เรื่องนั้น...ฉันให้แพรนัดคุณมาเองค่ะ คนที่อยากคุยกับคุณคือฉัน...ไม่ใช่แพร” คำตอบของรุจาภาไม่ได้ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้รู้สึกไม่พอใจเพิ่มขึ้นเสียมากกว่า เด็กสองคนนี้กำลังเล่นอะไรกัน? เสียเวลาทำการทำงานหมด แล้วที่ยิ่งกว่านั้น ทำไมแพรพิลาศต้องโกหกว่าอยากคุยกับเขา ทำไมไม่บอกเขามาตรงๆ ว่าคนที่อยากคุยด้วยคือรุจาภาไม่ใช่เธอ แล้วรุจาภาก็กระไร...อยากคุยอะไรกับเขานักหนาก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันมาก่อนด้วยซ้ำ “ฉันเพิ่งทราบเรื่องระหว่างคุณกับเพื่อนของฉัน”

“แล้วยังไง?” ชายหนุ่มถามห้วนๆ ไม่สบอารมณ์อย่างหนักที่โดนหลอก

“ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ” รุจาภาเกริ่นเมื่อมองเห็นท่าทางกรุ่นๆ ของเขา “ฉันอยากให้คุณเลิกกับเพื่อนของฉันซะ”

“แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?” พยัคฆ์ถามอย่างไม่ชอบใจ ที่อีกฝ่ายทำท่าจะเข้ามายุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของเขา ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วยเลย เป็นเพียงคนนอกเสียด้วยซ้ำ “เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน คือผมกับแพรพิลาศ ส่วนคุณเป็นเพียงคนอื่น อยู่เฉยๆ อย่าเข้ามายุ่งดีกว่า แพรเขาโตแล้ว และมีความเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะสามารถเลือกเองได้ว่าจะคบหรือจะเลิกกับผม โดยที่คุณไม่มีสิทธิไปบังคับเธอได้”

“หึ!” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น และเขาก็มองเห็นรอยยิ้มดูแคลนปรากฏที่เรียวปากสวยคู่นั้น หลังจากที่เธอนิ่งไปนานเนื่องจากถูกเขาพูดกระทบว่ากำลังใส่เกือกไม่เข้าเรื่อง ใจจริงอย่างด่าเขากลับให้หน้าชากันไปข้างหนึ่งนักหนา เพื่อเป็นการเอาคืน แต่ก็นึกได้ว่าเธอซัดเขาแบบตรงๆ ไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยเล่ห์เหลี่ยม คิดได้ดังนั้นก็บังคับให้ตัวเองหัวเราะออกมาอย่างหยามหยันก่อนกล่าวต่อ “ก็เพราะยัยแพรอยากเลิกกับคุณน่ะสิ ฉันถึงต้องมาบอกให้คุณเลิกกับเพื่อนฉันนี่ไง”

“ว่าไงนะ?” พยัคฆ์ครางถามเสียงทุ้มต่ำราวกับเสือหนุ่มที่กำลังคำรามเพื่อไล่ผู้บุกรุกออกไปจากถิ่นตัวเอง กระแสอันตรายพวยพุ่งออกมาจากร่างสูง แต่รุจาภากลับเลือกที่จะมองข้ามสัญญาณเตือนนั้นไป แล้วเผยยิ้มที่ทำให้เขาต้องหน้าชา

“แล้วเรื่องนี้มันก็เกี่ยวกับฉันมากกว่าที่คุณคิดเสียอีกนะ” รุจาภาพูด ดวงตาหวานวาวระยับอย่างมีเลศนัย “เพราะว่ายัยแพรกำลังจะมาเป็นพี่สะใภ้ฉันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่เอง”

“อะไรนะ!?” ชายหนุ่มถามเสียงดังอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เรียกรอยยิ้มเยาะหยันจากรุจาภาได้อีกรอบ และนั่นทำให้เลือดวิ่งขึ้นหน้าเขาอยางช่วยไม่ได้จริงๆ

“ฉันไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะหูตึง ทั้งๆ ที่อายุก็ยังน้อย” เธอกล่าวเสียงหยัน ก่อนย้ำชัดอีกครั้งให้เขาได้เจ็บใจเล่น ปกติเธอไม่ใช่คนชอบตอกย้ำใครนะ แต่กับผู้ชายคนนี้ขอเป็นกรณียกเว้นแล้วกัน “ยัยแพรจะแต่งงานกับพี่ชายของฉันอีกสามเดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นคุณก็ควรออกไปจากชีวิตเพื่อนฉันได้แล้ว อย่าอยู่เป็นตอไม้ที่นอนขวางทางรักของพี่ชายฉันและยัยแพรอีกเลย”

“ไม่มีทาง!”

“ทำไม?” คราวนี้เป็นรุจาภาบ้างที่ต้องกระชากเสียงถามเขาอย่างไม่ชอบใจในคำตอบ “หรือคุณอยากขึ้นชื่อว่าเป็นชู้?”

เธอไม่เข้าใจเลยว่าพยัคฆ์ยังจะหน้าด้านตื้อเพื่อเธอต่อไปอีกทำไม? ในเมื่อเธอก็บอกอยู่เนี่ยว่าแพรพิลาศมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว และที่สำคัญกำลังจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือนข้างหน้าอีกด้วย ผู้ชายรูปร่างหน้าตา และมีฐานะดีอย่างเขา ไม่ได้น่าจะหาผู้หญิงได้ยากอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย นอกจากว่าเขาจะหลงเพื่อนของเธอหัวปักหัวปำ หรือไม่ก็เป็นพวกฟอร์มจัด ชอบเอาชนะ เกลียดการพ่ายแพ้!

“แต่จะเรียกว่าชู้คงจะไม่ได้หรอก เพราะเพื่อนของฉันก็ไม่ได้ชอบหรืออยากคบกับคุณ คงต้องเรียกว่า...เศษหินในรองเท้าที่คอยทำให้เพื่อนฉันต้องรำคาญใจเสียมากกว่า!” คำเปรียบเทียบของเธอทำเอาเขาหน้าเขียวด้วยความโกรธ

“มันจะมากไปแล้วนะ!” พยัคฆ์ร้องเตือน แต่หญิงสาวกลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดเกรี้ยวกราดนั้น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าดูถูกเขาขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะไอ้หน้าไหนที่มันดูถูกเขาอย่างหยาบคายเช่นนี้ล่ะก็ โดนซัดคืนจนไม่กล้าพูดจาร้ายกาจกับเธออีกต่อไป แต่คนตรงหน้าเป็นผู้หญิง...นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่จัดการกับปากเสียๆ ของเธอให้หายซ่า!

“มันไม่มากไปหรอก สำหรับคนที่หน้าด้าน อยากได้ของของคนอื่นจนตัวสั่นอย่างคุณ!” หญิงสาวบิดปากยิ้มอย่างรังเกียจ หัวใจของพยัคฆ์ถูกสุมด้วยไฟแห่งความโกรธจนรุ่มร้อนไปหมด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เฝ้าเตือนตัวเองว่าเธอเป็นผู้หญิง...วิสัยสุภาพบุรุษย่อมไม่ใช่กำลังกับหญิงสาว แม้ว่าปากของเธอจะเหลือรับจริงๆ ก็เถอะ

พอเขาขยับปากจะตอบโต้ เสียงข้อความเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มรีบยกมือถือรุ่นใหม่ขึ้นมาดู และพบว่าเป็นข้อความจากก่อเกียรติ กิตติกาญจน์ ผู้เป็นเพื่อนรักและหุ้นส่วนธุรกิจบริษัทของเขา เรียกตัวเขาให้กลับไปเคลียร์ปัญหาที่บริษัทโดยด่วน นั่นทำให้เขาตัดสินใจว่าจะยุติการปะทะคารมนี้ลงเสียก่อน แต่เขาจะไม่ยอมถอยไปจากแพรพิลาศง่ายๆ หรอก หากแพรพิลาศต้องการเลิกกับเขา...เธอก็ต้องกล้ามาบอกเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ส่งคนอื่นมาบอกแทน แถมยังปากดีด่าสาดเขากลับเช่นที่รุจาภาทำ

“ผมว่า...คุณรอให้แพรพิลาศเป็นคนมาบอกผมด้วยตัวเองดีกว่า...ว่าเธอต้องการเลิกกับผม หรือจะยกเลิกการแต่งงานกับพี่ชายของคุณ แล้วมาคบกับผมต่อ” พยัคฆ์ยกยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนไปขอเอาคืนยัยเด็กปากดีนี่เสียหน่อยเถอะ คนอย่างพยัคฆ์ พิตตินันท์ ฆ่าได้หยามไม่ได้! และเขาก็ไม่เคยยอมให้ใครมากระตุกหนวดง่ายๆ โดยไม่เอาคืนเสียด้วยสิ “แต่ดูจากรูปร่างหน้าตาของคุณแล้ว พี่ชายคุณเองก็คงหน้าตางั้นๆ ล่ะมั้ง พี่กับน้อง...รูปร่างหน้าตาคงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งนั่นทำให้ผมมั่นใจว่างานนี้ผมได้เปรียบพี่ชายคุณอยู่หลายขุมเลยล่ะ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะ!”

‘อีตานั่นหาว่าฉันขี้เหร่งั้นเหรอ?’ คำเหน็บแนมเสียดสีของพยัคฆ์ทำเอารุจาภาอ้าปากค้าง อย่างนึกหาคำตอบโต้ไม่ออกจริงๆ กระทั่งร่างสูงเดินไปถึงประตู และหันกลับมาพูดกับเธอด้วยคำพูดที่มั่นยกมั่นใจนักหนา

“อ่อ! อีกอย่างนะรุจาภา คนอย่างผมไม่คิดจะเป็นเศษหินในรองเท้าหรือตอไม้ที่ขวางทางรักพี่ชายของคุณกับ แพรพิลาศหรอก แต่ผมจะเป็นขวากหนามที่คอยทิ่มตำ ให้เส้นทางรักของสองคนนั้นมีแต่ความเจ็บปวดต่างหากล่ะ!”

“ไอ้บ้า!” กว่าคำด่าจะหลุดออกจากปากของรุจาภาได้ ก็ต่อเมื่อร่างสูงเดินออกไปพ้นร้านแล้วนั่นเอง และสิ่งที่เธอทำได้ก็คือการนั่งฮึดฮัดอยู่กับตัวเอง และฝากคำด่าไปกับลม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับรู้หรือเปล่า “คนอะไรหน้าด้านชะมัด! รู้ว่าเขาไม่รักยังจะตื้ออยู่ได้!”

เสียงใสบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างนั้น ก่อนที่ความเครียดจะเล่นงานสมองของเธออีกครั้ง หญิงสาวพยายามที่จะหาทางออกให้กับปัญหานี้ เพราะดูจากท่าทางของพยัคฆ์แล้ว...ฝ่ายนั้นคงไม่ยอมเลิกยุ่งกับแพรพิลาศง่ายๆ แน่ และหากเธอจัดการให้เขาออกไปจากชีวิตของแพรพิลาศไม่ได้โดยเร็วที่สุด คนที่จะต้องเจ็บปวดที่สุดคงจะเป็นพี่ชายของเธอเอง และเธอไม่ปรารถนาจะให้พี่ชายที่แสนดีต้องมาเจ็บปวดอย่างนั้นแน่ๆ โดยเฉพาะเมื่อแพรพิลาศประกาศชัดว่าเลือกพี่ชายเธอ เธอก็จะต้องรีบกำจัดพยัคฆ์ออกไปจากเส้นทางรักของคนทั้งสองให้ได้เร็วที่สุด! แต่จะทำอย่างไรล่ะ?

“โอ๊ยยยย!!!! เครียด!!!!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel