บทที่ 3 สงครามจักรราศี สนามรบลุกเป็นไฟ
"..." แคนเซอร์ (กรกฎ) ในชุดเกราะหนาทรงก้ามปู นั่งเงียบเงียบฟังทุกคนเถียงกันพลางยกโล่ขึ้นมากระชับแน่น ในใจคิดเพียงแค่จะปกป้องพันธมิตรทุกคนให้ปลอดภัยที่สุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เสียงถกเถียง เสียงทุบโต๊ะ และความคิดเห็นที่ไปกันคนละทิศคนละทางดังก้องไปทั่ววิหารเอเธอเรียล ไอพลังงานเวทมนตร์สิบสองสีปะทะกันจนอากาศสั่นสะเทือน!
ศึกนอกยังไม่ทันเริ่ม... ศึกในโต๊ะกลมก็แทบจะถล่มวิหารลงมาเสียก่อน!
ทว่า หลังจากผ่านการถกเถียงอันยาวนานนับชั่วโมง แสงสว่างจางๆ จากมณฑลจักรราศีก็ส่องสว่างขึ้นกลางโต๊ะ...
ทุกคนหยุดชะงัก สายตาทั้งสิบสองคู่นิ่งสงบลง อารมณ์ที่พุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนแห่งจิตวิญญาณอัศวิน พวกเขาสบตากัน พยักหน้าให้กันด้วยความเข้าใจในที่สุด
ข้อสรุปแห่งยุทธการจักรราศี... ถูกตัดสินแล้ว!
เป็นแผนการสุดพิสดารที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ผสานจุดแข็งและสไตล์อันหลุดโลกของทั้ง 12 ราศีเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เหล่าอัศวินแห่งดวงดาวชักดาบและอาวุธประจำกายขึ้นมาชี้ใส่ใจกลางโต๊ะกลมพร้อมกัน ผ้าคลุมสะบัดพริ้วด้วยแรงลมแห่งพลังงานเวทมนตร์
"เพื่อจักรวาล... ลุย!"
ห้วงอวกาศลึกอันไร้ขอบเขต ณ เขตแดนรอยต่อระหว่างกาแล็กซี่... สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหมู่ดาวระยิบระยับที่เต็มไปด้วยอารยธรรมและความเจริญรุ่งเรือง บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็น "มหาสมรภูมิดาราดับ"
ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางกิโลเมตร เศษซากของดวงดาวนับล้านดวงแตกละเอียดลอยเคว้งคว้างราวกับผงธุลี อุกกาบาตขนาดมหึมาลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีครามและม่วงเข้ม ล่องลอยไร้ทิศทางท่ามกลางสุญญากาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง
ใจกลางสมรภูมิคือ "รอยแยกมิติโบราณ" สีดำสนิทที่แผ่ไอความชั่วร้ายออกมาไม่ขาดสาย กองทัพมอนสเตอร์นับล้านตน สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์รูปร่างบิดเบี้ยว เกราะหนาทึบคมกริบ และดวงตานับร้อยที่เปล่งแสงอำมหิตกำลังพรั่งพรูออกมาจากรอยแยกนั้นราวกับฝูงแมลงมรณะ เสียงคำรามก้องสะท้อนผ่านคลื่นกระแทกในอวกาศ กลืนกินทุกแสงสว่างและความมีชีวิตชีวาให้มอดไหม้ลง
ทว่า ท่ามกลางความสิ้นหวังที่กำลังคืบคลานเข้ามานั้น...
เปรี้ยง!
ห้วงอวกาศเบื้องบนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวสีทองสว่างวาบ ประตูมิติแห่งวิหารเอเธอเรียลเปิดออก ปลดปล่อยคลื่นพลังงานเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ที่สะกดข่มบรรยากาศทั้งหมดให้หยุดนิ่งลงชั่วขณะ!
เงาร่างทั้งสิบสองปรากฏกายขึ้นพร้อมกันกลางสนามรบ!
เหล่าเทพแห่งจักรราศีทั้งสิบสององค์ยืนหยัดอย่างสง่างามในชุดเกราะอัศวินดวงดาวสว่างไสว แสงโลหะสะท้อนประกายเจิดจรัสแข่งกับความมืดมิดของห้วงอวกาศ ผ้าคลุมประจำราศีโบกสะบัดด้วยแรงลมแห่งเวทมนตร์ อาวุธประจำกายในมือของแต่ละองค์กักเก็บพลังงานระดับทำลายล้างที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมาทุกเมื่อ
และตอนนี้ การปรากฏตัวของพวกเขาทั้งสิบสองตรึงให้กองทัพอสูรโบราณต้องชะงักงัน แรงกดดันอันมหาศาลแห่งเทพเจ้าปกคลุมไปทั่วทั้งสมรภูมิ
สิบสองอัศวิน... ได้มาถึงสนามรบเพื่อตัดสินชะตากรรมของจักรวาลแล้ว!
