บท
ตั้งค่า

Delight Chapter 1 จุดเริ่มต้นของเรา

ย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้วก่อนที่จะเกิดเรื่องราวที่ทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยมีความสุขก็กลายเป็นเศร้ามันคงเป็นจุดที่พลิกผันของเธอ..สาวสวยที่เคยมีความสุขและรอยยิ้ม…

1 ปีก่อน

นางสาวกานต์รวี พงศ์วิวัฒน์ หรือลูกแก้ว นักศึกษาที่เพิ่งจะได้รับใบปริญญามาหมาดๆ สาวที่มีความมั่นใจสูงแต่ติดที่เธอชอบคิดอะไรที่คนธรรมดาเขาไม่ค่อยจะคิด เช่น การอยากมีแฟนเป็นมาเฟีย… และตั้งแต่มัธยมมาจนถึงตอนนี้คำที่เธอได้รับมาตลอดคือ

‘ถ้าเขาเอาแกไปสิ่งแรกที่จะทำคือฆ่าทิ้ง! ไม่มีทางตกหลุมรักรักเหมือนใสนิยายหรอก!’

แต่ใครสนกันล่ะ เธอยังคงตั้งปปณิธานว่าจะต้องหาแฟนที่เป็นมาเฟียให้ได้!!! และเหมือนว่าจะเจอแล้วด้วยสิ…

หลังจากถ่ายภาพกับครอบครัวเสร็จแล้วเธอก็เตรียมกับไปหาเพื่อนรัก อย่างเรเน่ตามที่สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ ใจกลัวว่าเพื่อนยังอยู่คนเดียว ดีนะที่ครอบครัวเธอมีไปงานแต่งญาติต่อ เลยไว้ไปฉลองที่บ้านต่างจังหวัดทีเดียว ยังไงเสียเธอก็ต้องกลับไปอยู่บ้านก่อนอยู่แล้ว

“ไม่คิดว่าคนที่บ้านกับรุ่นน้องจะให้ของเราเยอะขนาดนี้” เธอบ่นไปพร้อมกับถือของขวัญที่พะเนินเทินทึกจนเลยหัว เธอมองดูว่าเพื่อนอยู่ตรงไหนก่อนจะมุ่งหน้าไปหา

“ลูกแก้ว ระวัง!” เธอได้ยินเสียงตะโกนจากเรเน่แต่ว่ามันคงไม่ทันเสียแล้ว

“กรี๊ดดดด!!!”

ลูกแก้วที่เดินมาแบบที่ไม่ได้ดูทางอะไรเลยก็ก้าวเท้าพลาดไปตามระเบียบ เพราะเธอคิดว่าพื้นมันเท่ากันทั้งหมดจากที่เดินมาตอนแรก

‘หัวแตกแน่!’ เธอคิดในใจ พวกของขวัญที่ถือมาด้วยก็ถูกปล่อยออกจากมือจนมันกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด

หมับ! ความรู้สึกของเธอคือโดนใครสักคนโอบกอดและเหมือนว่าจะได้เสียงกระแทกพื้นด้วย!

ตุบแกร๊ก!!!! แล้วนั่นมันเสียงอะไรแตกกันน่ะ?

“อึก”เสียงร้องจุกของร่างหนาที่วิ่งเข้ามารับตัวร่างบางจนตัวเองกระแทกไปกับพื้น เขาก้มมองหญิงสาวที่ตัวแข็งทื่อหลับตาปี๋ ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เธอคงจะกลัวมากเลยสินะ

‘โรมิโอ’จับเธอให้ลุกขึ้นอย่างง่ายดายด้วยความที่เธอนั้นตัวเล็กนิดเดียว

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“คะ..ก็ไม่เป็น..” เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากที่ตอนแรกคิดว่าจะล้มหน้าคะมำจมไปกับพื้นเสียแล้ว ‘ละหล่อมาก นี่มันสามีในอนาคตชัดๆ!’ เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ตะลึงในความหล่อเหลาของเขา…

“โอเคไหม”โรมิโอถามย้ำอีกรอบ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กในอ้อมกอดเอาแต่จ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ

“แกนี่มันจริงๆเลยนะ ทำไมถึงได้ถือของมาเยอะแยะแล้วไม่ดูทางเลย” เป็นเสียงเรเน่เหมือนจะช่วยดึงสติของเธอที่ตกอยู่ในภวังค์ของความหล่อ

เหล่าบอดี้การ์ดของเอริคแฟนหนุ่มของเพื่อนสนิทเธอก็ทำหน้าที่ช่วยกันเก็บของขวัญของเธอที่ตกอยู่ตามพื้น

“ดีนะที่พี่โรมิโอรับตัวแกไว้ได้ทัน” ‘ชื่อโรมิโองั้นหรอ..อยากจะเป็นจูเลียตเลยค่ะ’

“แกรู้จักเขาด้วยหรอ” กอดแขนเพื่อนไว้แน่นและกระซิบถามด้วยความสงสัย สายตสก็ยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าที่หล่อเหลา นี่มันลูกรักพระเจ้าชัดๆ

“เพื่อนพี่เอริคน่ะ แล้วครอบครัวแกกลับกันไปหมดแล้วหรอถึงได้มาหาฉัน”

“กลับไปกันหมดแล้ว แล้วเขามาทำไมหรอ”เธอยังคงถามเพื่อนต่อไป ยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอมีความสนใจในตัวเขาสูงมาก

“เขามาถ่ายรูปให้ฉัน โดนพี่เอริคลากตัวมาน่ะสิ”

สายตาลูกแก้วยังคงจับจ้องไปที่โรมิโอขณะที่เขากำลังก้มโค้งต้วลงไปเก็บกล้องถ่ายรูป…!!! กล้อง!!!

ฟึ่บ! ลูกแก้วขยับตัวไปช่วยเก็บกล้องเมื่อเพิ่งคิดได้ว่ามันเป็นเพราะเธอที่ทำให้กล้องเขามีสภาพแบบนั้น

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆฉันไม่ได้ตั้งใจ กล้องพังเลยใช่ไหมคะ” อยากตีหัวตัวเองให้แตกไม่น่าถามอะไรโง่ๆ เลยเลยกล้องหลุดออกมาขนาดนั้น…

“ซ่อมได้ไหมคะ ให้ฉันซื้อให้ใหม่เลยไหมคะ”

“ขอโทษค่ะ”ลูกแก้วเรื่อวสีหน้าเคร่งเครียด เม้มปากเข้าหากันแน่น

“ราคากล้องเท่าไหร่คะฉันจะชดใช้ให้หมดเลยค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ”ลูกแก้วรัวคำถามและคำขอโทษใส่โรมิโอไม่ปล่อยให้เขาพูดเลย

“ไม่เป็นไร เมมโมรีไม่ได้เสีย”

“ไม่ค่ะ! ฉันทำกล้องคุณพังฉันจะรับผิดชอบ!”ร่างบางยืนยันเสียงแข็ง

“ไม่เป็นไรจริงๆ กล้องมันไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นอย่าใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยเลยยัยตัวเล็ก” เขาที่พูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรแต่คนฟัง…

“คะ..” ปรี๊ดดด แก้มสาวร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีหลังได้ยินคำว่า ‘ยัยตัวเล็ก’

เอริคที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ตรงนั้นก็มีความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา

“ลูกแก้วไม่ต้องคิดมากหรอกถ้ามันบอกว่าไม่เป็นไรก็แปลว่ามันหมายความอย่างนั้นจริงๆ”

“แต่ถ้ารู้สึกผิดมากขนาดนั้นพามันไปเลี้ยงข้าวสิ”

ขวับ!! โรมิโอหันขวับมามองเพื่อนรักทันที ส่วนลูกแก้วก็มองไปที่โรมิโอ

“ไอ้ริช!”น้ำเสียงที่กัดฟันพูดจนเผลอเรียกชื่อเล่นที่คุ้นเคยของเพื่อนออกมา นี่มันกำลังจะจับคู่ให้เขาอยู่ใช่ไหม!

“ให้ฉันเลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษได้ไหมคะ”น้ำเสียงและสายตาของเธอทำให้โรมิโอใจอ่อน

“พามันไปวันนี้เลย ไหนๆครอบครัวลูกแก้วก็กลับไปหมดแล้วใช่ไหมล่ะรถก็ไม่ได้ขับมสอีกตามเคยใช่ไหม พี่ได้ยินที่เราคุยกับเรเน่” เอริคเป็นคนชอบเก็บรายละเอียดและตั้งใจฟังคนรอบข้างทำให้เขาประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและจดจำนิสัยเพื่อนๆของคนรักได้

“ใช่ค่ะพี่อีวานเชรด” ลูกแก้วจะชอบเรียกนามสกุลเอริคมากว่าชื่อเล่นเพรสะเธอต้องการให้เกียรติเขาในฐานะเพื่อนเขยในเวลาอันใกล้!!!!

“มึงว่างทั้งวันอยู่แล้วไม่ใช่หรอก็ฝากไปส่งลูกแก้วด้วยนะ” สองหนุ่มมาเฟียมองหน้ากันแต่ต่างความรู้สึก อีกคนสะใจที่ได้แกล้งเพื่อน ส่วนอีกคนอยากจะเข้าไปฆ่าเพื่อนตัวเองซะให้รู้แล้วรู้รอด

“พวกมึงเอาของไปเก็บที่รถไอ้โรม” เอริคหันไปสั่งลูกน้อง ออกคำสั่งจัดแจงเรียบร้อย ส่วนที่เรียกว่าโรมนั้นคือชื่อเล่นของโรมิโอ

“ไม่ๆเป็นไรค่ะ เดี๋ยวเรียกgrabกลับเองได้ค่ะไม่อยากสร้างความลำบากให้คุณเขาไปมากกว่านี้แล้ว”น้ำเสียงแห่งความรู้สึกผิดทำเอาคนฟังรู้สึกสงสารตามๆกันเลย

“ไม่เป็นไร เอาไปเก็บเลย”โรมิโอรีบเอ่ยปากสั่งลูกน้องเอริค

“ไหนๆก็ฝากเพื่อนเมียกูด้วยนะ ส่วนกูจะขอพาเรเน่ไปที่ที่หนึ่งก่อนนะ ไว้เจอกันนะไอ้เพื่อนรัก”เอริครวบรัดโอบเอวเรเน่พาเดินออกไป เรเน่ก็แอบห่วงเพื่อนคอยหันมามอง

“ไม่ต้องห่วงหรอก โรมิโอมันนิสัยดีกว่าที่ที่รักคิด”

“เชื่อได้หรอคะ เพื่อนกลุ่มเดียวกันก็ต้องชมกันอยู่แล้ว”

“ที่รักจะบอกว่าพวกพี่นิสัยไม่ดีหรอครับ”

“เรียกว่าจอมวายร้ายเลยค่ะ”

“ถ้างั้นวายร้ายคนนี้จะขอลักพาตัวนางเอกไปที่แสนวิเศษที่หนึ่งก่อนละกัน” พูดจบก็ช้อนตัวร่างบางขึ้นอุ้มพาไปที่รถซุปเปอร์คาร์คันหรู ขับเคลื่อนตัวไปยังของขวัญที่เขาจะมอบให้เธอสำหรับการเรียบจบ

ส่วนอีกด้านที่ยังคงถกเถียงกันเรื่องการรับผิดชอบกล้องถ่ายรูปและการไปส่งที่

“ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรอกนะยัยตัวเล็ก ฉันไม่ได้ซีเรียสเรื่องกล้อง”เขาพูดออกมาเสียงเรียบ

“ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลยฉันจะรู้สึกผิดมากเลยนะคะ”สายตากลมโตของเธอจ้องไปที่เขาตาไม่กระพริบ น้ำตาก็คลอออกมา เเสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการไถ่โทษ

“ได้ เลี้ยงข้าวก็ได้”

“หลังจากเลี้ยงข้าวฉันแล้วเธอต้องเลิกรู้สึกผิดกับเรื่องกล้องถ่ายรูปตกลงไหม”

“ค่ะ ขอบคุณที่จะไปส่งนะคะ”เธอโค้งตัวลงเล็กน้อย

“ไม่เป็นไรยังไงไอ้เพื่อนตัวดีของฉันมันก็จัดแจงให้ไปส่งเธออยู่แล้ว”

“แต่ฉันกลับเองได้จริงๆนะคะ ไม่ต้องไปส่งฉันหรอก”

“ฉันพูดแล้วว่าจะไปส่ง เลิกเกรงใจอะไรที่มันไร้สาระสักทียัยตัวเล็ก”

ถึงเขาจะพูดแรงแต่เธอแพ้เวลาที่เขาเรียกว่าเธอว่ายัยตัวเล็ก ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนพูดกับเธอคำนี้เลย ถ้าตอนนี้มีเครื่องวัดการเต้นของหัวใจมันคงจะส่งเสียงดังจนระเบิดเลยแหละ

“ถ้างั้นเราไปกันเลยไหม”

“ค่ะ!”

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปขึ้นรถของโรมิโอ ภายในใจของหญิงสาวนั้นรู้สึกถูกใจในตัวของชายหนุ่มอย่างมาก ในหัวเธอมีแต่คิดว่านี่แหละชายที่เธอเฝ้าภาวนาขอให้เจอ แต่ติดที่เขาไม่ใช่มาเฟีย?…เป็นหนุ่มตากล้อง แต่เธอไม่ติดหรอกก็เขาเรียกเธอว่ายัยตัวเล็กนี่… :)
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel