Psycho_Destiny Chapter 9 หนี
เอริคตรงมาที่ห้องใส่รหัสผลักประตูเปิดออกอย่างแรงลูกน้องที่เฝ้าอยู่ในห้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนเรียงตัวตรงทำความเคารพเขาทันที
“คุณเรเน่นอนคลุมโปงแบบนี้มาทั้งวันแล้วครับ อาหารไม่ยอมรับประทาน ยาที่หมอเอามาให้เธอก็ไม่ทานครับ”หนึ่งในคนที่คอยเฝ้าเอ่ยบอกกับเอริคด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ในใจนั้นสั่นไปหมด
ไม่กลัวว่าเรเน่จะโดนอะไรไหมแต่เป็นพวกเขาหรือเปล่าที่จะโดนโทษฐานะที่ดูแลว่าที่นายหญิงไม่ดี อาการหวงของเอริคมันชัดเจนจนลูกน้องหลายคนรู้ว่าเรเน่ในอนาคตต้องสำคัญกับเอริคอย่างแน่นอน
“อวดดีนักใช่ไหม” เอริคตรงไปดึงผ้าห่มออกจากร่างของเรเน่อย่างรุนแรง
พรึ่บ!
ขวับ!
ดึงออกยังไม่ทันไรเขาก็ต้องคลุมมันไปที่ตัวเธอเหมือนเดิมแล้วหันกลับไปมองหน้าลูกน้องอีกสองคน แต่เหมือนลูกน้องจะรู้หน้าที่พวกเขาทั้งคู่พร้อมใจกันหันหลังทันที่เอริคดึงผ้าห่มออก
ภาพที่เอริคเห็นคือเรเน่นอนคดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กระโปรงที่เธอใส่มันเลิกขึ้นมากอดอยู่ที่เอวอวดโชว์ขาขาวเนียนและก้นงามงอนเขาเลยต้องรีบคลุมผ้าไว้แบบเดิม
“พวกมึงออกไป!”เสียงกังวาลตะโกนไล่ให้ลูกน้องออกไปจากห้อง เมื่อเห็นลูกน้องออกไปแล้วเขาก็ดึงผ้าห่มออกอีกครั้ง
“เรเน่ เรเน่ตื่น ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ”
หมับ
เอริคจับไปที่แขนของเรเน่แล้วก็ต้องตกใจปล่อยมือออกทันที เธอตัวร้อนมากที่แขนเขาจับเมื่อกี้อย่างกับว่าเขาได้จับไฟ เอริคพลิกตัวเรเน่ให้นอนตรง หน้าเธอซีดมาก และพบว่าที่มือของเธอมีเลือดไหลออกมา
“เฮอะ! มีความกล้าดี”
เอริครู้ในทันทีว่าเรเน่คงจะทำให้แผลฉีกขาดแน่นอนเขาตัดสินใจอุ้มโซลี่ย์ขึ้นมาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอนั้นร้อนระอุอย่างกับน้ำที่ต้มมาเดือดๆ
เอริคสแกนลายนิ้วมือและกดรหัสออกไปลูกน้องต่างตกใจที่เห็นสภาพเรเน่ พวกเขาได้แต่คิดว่า “ซวยแล้วไง”
“เตรียมรถไปโรงพยาบาล!”เอริคตะโกนลั่นบริเวณตรงนั้น ลูกน้องต่างพากันวิ่งแล้วไปเตรียมรถ นิคที่เพิ่งจะมาถึงก็ตกใจแล้วรีบตามเอริคไปติดๆ
“ผมขออนุญาตถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณเรเน่หรอครับนายท่าน”นิคที่เป็นคนขับรถเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเรเน่
“อวดดี กระต่ายน้อยอวดดีตัวหนึ่งคงอยากจะตายมากถึงได้กล้าอวดดีกับฉันขนาดนี้”
“มึงขับให้มันเร็วกว่านี้ได้ไหมวะ”เสียงเย็นชาตะโกนใส่ลูกน้องคนสนิท
“เร็วสุดแล้วครับนายท่าน”นิคตอบกลับไปนี่เขาก็เหยียบคันเร่งจนมิดแล้ว ปาดซ้ายปาดขวามาตลอดแต่โรงพยาบาลก็อยู่ไกลพอสมควร
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
นิคจอดที่หน้าทางเข้าห้องฉุกเฉินบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลก็เข้ามาเปิดประตูรถทันที นิคยื่นบัตรVVIPให้กับพยาบาล เอริคอุ้มเรเน่ออกมาจากรถ วางเธอลงที่เตียงคนไข้จากนั้นบุรุษพยาบาลก็เข็นเธอเข้าห้องฉุกเฉินสำหรับvvipทันที
“ให้โอลิเวอร์เป็นคนรักษาเธอ”
เอริคพูดกับพยาบาลที่คอยรอเช็คประวัติของเรเน่ เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้ถือหุ้นในโรงพยาบาลเธอก็รีบต่อสายตรงหาหมอโอลิเวอร์หรือรองประธานโรงพยาบาลแห่งนี้ในทันที
เอริคนั่งรอการรักษาอย่างใจเย็นในห้องพิเศษที่เตรียมไว้ให้เรเน่ได้พักฟื้นหลังการรักษา ตอนนี้เวลาผ่านไป4ชั่วโมงกว่าแล้วยังไม่มีรายงานอะไรจากเธอเลย เขาแปลกใจว่าเธอแค่ไม่สบายทำไมถึงได้นานอย่างนี้กัน
ก็อกๆ
“ขออนุญาตมารายงานอาการของคุณนิชานันท์นะคะ คุณหมอโอลิเวอร์บอกว่าเธอต้องผ่าตัดใส่ติ่งอักเสบขั้นรุนแรงและ..”
“ใส่ติ่งอักเสบ?”เอริคทวนคำพูดของพยาบาลสาว
“ใช่ค่ะ คุณนิชานันท์เธอเป็นใส่ติ่งอักเสบถ้ามาช้ากว่านี้อีกแค่นิดเดียวใส่ติ่งอาจแตกและเธออาจตายได้เลยค่ะ และมือที่ฉีดขาดจากการที่ถูกอะไรบางอยากกีดออกค่ะเลยต้องทำการเย็บใหม่ทั้งหมด เบื้องต้นการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยดี หลังจากนี้ต้องรอดูอาการและแผลผ่าตัดค่ะ”
“เพียงแค่ฉันไม่ให้เธอกลับไปหาสัตว์เลี้ยงเธอต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรอวะ”
“นายท่านครับ สัตว์เลี้ยงในสายตาท่านอาจจะเป็นแค่สัตว์ธรรมดาแต่กับคุณเรเน่ที่ไม่มีครอบครัวเป็นที่พึ่งพา เธอจะเห็นสัตว์เลี้ยงพวกนั้นเป็นเสมือนครอบครัวของเธอครับ”
คำพูดของนิคทำให้เอริคนิ่งและใช้ความคิดแม้เขาจะเห็นแก่ตัวและไม่พอใจในสิ่งที่เรเน่ทำแต่ครั้งนี้เขาจะยอมลงให้เธอสักครั้งละกัน เอริคหยิบโทรศัพท์โทรหาลูกน้องคนสนิทอย่างวินเพื่อนออกคำสั่งบางอย่าง
“มีอะไรจะสั่งให้ผมทำหรอครับนายท่าน”
“ไปเอาแมวที่คอนโดของเรเน่มาไว้ที่เพนท์เฮ้าส์”
“มะแมวหรอครับ”
“เออ”
ติ๊ด!
สั่งเสร็จก็กดวางสายในทันที จากนั้นไม่นานเรเน่ก็ถูกพาตัวมาที่ห้องพิเศษของvvip
เอริคลุกขึ้นเดินมาที่เตียงคนป่วยเขาจ้องมองใบหน้าที่เริ่มกลับมามีสีอีกครั้ง ใบหน้าเธอมันคุ้นแต่ทำไมเขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นจากที่ไหน และไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาไม่ต้องการให้เธอหายไปจากเขา มันไม่ใช่คำนั้นคำที่ไม่คิดที่จะพูดและไม่คิดจะไปรู้สึกกับใครด้วย
“ฉันก็แค่มีสิ่งที่ยังสงสัยในตัวเธอก็แค่นั้น”
เขาก้มตัวลงไปจูบที่ปากกระจับของเธออย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมาตั้งแต่จำความได้ ความอ่อนโยนนี้ครั้งหนึ่งเขาก็เคยมีมันแต่ทำหล่นหายไปตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว…
นิคพลางคิดว่าเจ้านายเขาจะดื้อรั้นไปถึงไหนเพียงแค่บอกว่าชอบเธอก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะที่เราจะชอบใครตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นและยิ่งตีตราเป็นเจ้าของไปแล้วด้วย
“ให้คนมาเฝ้าที่หน้าประตู”
“รับทราบครับ”
“มึงก็อยู่เฝ้าเธอในห้องถ้าเธอฟื้นให้โทรมารายงานกูทันที”
“รับทราบครับ แล้วมีอะไรจะฝากบอกเธอไหมครับ”
“มึงไม่ต้องทำตัวเป็นนกพิราบสื่อสาร”
“ครับนายท่าน”
จากนั้นเอริคกลับออกไปเคลียร์งานที่ค้างคาให้เสร็จเพื่อที่ว่าพรุ่งนี้เขาจะได้มาหาเธอ
ช่วงเวลาตี5เรเน่เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอลืมตาขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคยไฟสีส้มจางๆที่พอจะส่องให้เห็นภายในห้อง
“ฟื้นแล้วหรอครับ”
นิคเดินมาข้างเตียงเมื่อเห็นว่าเรเน่รู้สึกตัวแล้ว
“ที่นี่ที่ไหนคะ”
“โรงพยาบาลครับ คุณเรเน่เป็นใส่ติ่งอักเสบครับผ่าตัดแล้วเรียบร้อย ดื่มน้ำก่อนนะครับแต่อย่าดื่มเยอะนะครับไม่งั้นแผลที่เพิ่งผ่ามาจะอักเสบ”นิคหยิบหลอดใส่แก้วน้ำให้เธอได้ดื่มเพราะตอนนี้เธอขยับตัวได้ยาก
“ผมขอออกไปโทรศัพท์ก่อนนะครับ”
นิคโทรไปรายงานเอริคว่าเรเน่ฟื้นแล้วแต่เธอดูมึนๆคงเพราะฤทธิ์ยาสลบ เอริคบอกถ้าเคลียร์งานเสร็จจะเข้าไปหาเธอ
แต่ผ่านไปสามวันจากที่เขาบอกเธอก็ไม่เห็นหน้าเขาเลยจะมีก็แต่ลูกน้องเขาที่คอยดูแลเธอ เรเน่กังวลเรื่องแมวมากตอนนี้มันผ่านมาหลายวันแล้ว
นี่อาจจะเป็นโอกาสดีให้เธอได้หนีแล้วกลับไปหาแมวของเธอ แผลผ่าตัดก็ดีขึ้นมากเพราะเธอตั้งใจกินยาที่หมอเตรียมมาให้อย่างเคร่งครัด
“นิคคะ”
“ครับคุณเรเน่ต้องการอะไรอะไรคะ”
“ออกไปจากห้องทีค่ะ”
“ครับ?”
“ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพักค่ะ”
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้ครับ นายท่านสั่งให้ผมคอยดูแลคุณเรเน่”
“ไม่ใช่ดูแลแต่เฝ้ากักขังฉันไว้มากว่า ฉันอยากออกไปสูดอากาศ นิคพาฉันไปได้ไหมคะ”เรเน่ใช้ความน่าสงสารเข้าสู้ให้นิคใจอ่อน
“ผมขอบอกนายท่านก่อนนะครับ”
จากนั้นนิคก็ออกไปโทรศัพท์และได้รับคำอนุญาตจากเอริคให้เธอออกไปสูดอากาศที่สวนของโรงพยาบาลได้
นิดให้พยายาลนำรถเข็นมาให้และเขาจะเป็นคนพาเรเน่ไปเองและยังมีลูกน้องอีกสองคนตามมาอีกด้วย
“นิคไปซื้อน้ำมาให้ฉันหน่อยค่ะ”นิคที่ได้รับคำสั่งนั้นก็รีบไปในทันทีเพราะยังไงก็ยังมีลูกน้องอีกสองคน
“คุณสองคนไปให้พ้นๆหน้าฉันได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ครับ/ไม่ได้ครับ”
“ถ้าคุณสองคนไม่ออกไปฉันจะตีไปที่แผลผ่าตัดถ้าฉันเป็นอะไรไปคนที่แย่คงไม่ใช่ฉันแต่จะเป็นพวกคุณที่ไม่ดูแลของเล่นที่เจ้านายพวกคุณกำลังถูกใจให้ดี ฉันแค่ต้องการอยู่คนเดียวไม่งั้นก็ช่วยหันหน้าไปทางอื่นอย่ามาจ้องมองฉันแบบนี้”
จบประโยคที่ยาวนั้นทั้งสองคนก็พร้อมใจกันหันไปทางด้านหลัง เรเน่ขอบคุณในฝีมือการแสดงที่ได้ไปเรียนอยู่ช่วงหนึ่งในชมรมการแสดง
เรเน่ไม่ได้เจ็บแผลเหมือนวันแรกๆแล้วและเธอก็เดินได้ด้วยแม้จะเจ็บแต่มันไม่มาก เธอดึงสายน้ำเกลียดออกแล้วลุกเดินออกไปอีกทางของสวนเผื่อจะไปออกประตูด้านหลังที่เธอรู้เพราะเวลาที่ผ่านมาเธอแอบคอยถามพยาบาลมาตลอด
“เหี้ย! คุณเรเน่หายไปไหน!”นิคที่เพิ่งกลับมาจากไปซื้อน้ำก็ต้องตกใจอย่างมากเมื่อกลับมาแล้วพบเพียงรถเข็นที่ว่างเปล่า
“เธอไม่อยากให้พวกผมมอง เธอขอให้หันหลังผมไม่คิดว่าคุณเรเน่เธอจะเดินไหว”
“ทีนี้มึงจะไม่ได้เห็นหน้าตัวเองตลอดไป”นิคพูดออกมาด้วยเสียงนิ่งเรียบ
“รีบไปตามหาเธอ เธอคงจะไปได้ไม่ไกล”นิคออกคำสั่งแล้วโทรรายงานให้เอริคได้ทราบ
ผ่านไปนานนับชั่วโมงที่ทุกคนตามหาเธอรอบโรงพยาบาลแต่ก็ไม่พบเอริคที่ยุ่งกับงานก็ไม่มีจิตใจที่จะทำต่อเขาตรงมาโรงพยาบาลทันที่ทราบเรื่อง
“กูให้พวกมึงคอยดูแลเธอ แต่นี่คือสิ่งที่พวกมึงทำปล่อยให้เธอหนีไป เหอะ กูควรเก็บพวกมึงไว้ไหม”เอริคเสยผมตัวเองขึ้นพูดออกมาด้วยความเดือดดาล
“ถ้ามึงหาเธอไม่เจอชีวิตพวกมึงจบ”เอริคพูดออกมาเสียงหนักแน่น มือกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น
“กูไม่ชอบรออะไรนานไปหาเธอให้เจอค้นทุกซอกทุกมุมหาให้เจอ! เธอจะไปไหนได้สภาพเธอก็ป่วยแบบนั้น”
“กูไม่ชอบที่ของที่กูกำลังสนุกมันหายไปหรอกนะ”
ประโยคแต่ละประโยคทำเอาลูกน้องที่ได้ยินหัวสั่นหัวคอนกันไปหมดลูกน้องทุกคนรีบพากันออกไปตามหาตามคำสั่งและความกลัวในใจว่าถ้าหากหาเธอไม่เจอพวกเขาอาจกลายเป็นศพได้
ส่วนเรเน่เธอไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท เธอจำใจขอยืมโทรศัพท์คนแถวนั้นแล้วโทรไปหาเจย์เดนเบอร์โทรศัพท์เดียวที่เธอจำได้ เธอขอร้องให้เขามารับแล้วไปส่งเจย์เดนที่เห็นว่าเธออยู่ในชุดคนไข้ก็ถามแต่ไม่ได้รับคำตอบอะไร
“ขอบคุณที่ช่วยนะฉันจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย”กล่าวคำขอบคุณเสร็จเธอก็เดินลงไปจากรถเขา
“เป็นครั้งแรกเลยสินะที่เธอขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครที่มันทำกับเธอแบบนี้”
เมื่อกลับมาถึงที่คอนโดเรเน่ก็ติดต่อคนดูแลคอนโดขอคีร์การ์ดห้องใหม่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็หวังว่าจะเจอลูกรักทั้งสองตัวแต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า
“หายไปไหน หนูหายไปไหนกันลูกมี้”
เรเน่น้ำตาไหลพรากเมื่อกลับมาไม่เจอแมวของเธอเลยสักตัว เธอกอดเข่าร้องไห้อยู่พักใหญ่ก็คิดขึ้นได้ว่าเธอเคยพูดเรื่องแมวกับเอริค
“หนีมาได้แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไป ฉันหนีคุณไม่พ้นจริงๆสินะคะเอริค”
