บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 อรุณสวัสดิ์ New!

บทนำ

ณ ดินแดนมนุษย์ที่มิได้มีความสงบสุขซักเท่าไหร่เนื่องจากความต้องการเป็นใหญ่และความโลภของต่างเผ่าพันธุ์ที่ต่างจับจ้องจะช่วงชิงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้มาเป็นของตน อีกทั้งการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในเผ่ามนุษย์ด้วยกันซึ่งมักปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้นแล้วในดินแดนมนุษย์นั้นก็ใช่ว่าหมดสถานที่ที่อันสงบสุขไปเลยเสียทีเดียว หากได้มองมาที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในผืนป่าอันเงียบสงบแห่งนี้

ในยามเช้าที่พระอาทิตย์ทอแสงอ่อน ๆ มองดูราวกับผืนทะเลที่เต็มไปด้วยลูกคลื่นสีส้มอันละลานตาที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า หมอกขาวเกิดขึ้นรายล้อมครอบคลุมไปทั่วบริเวณจนเกิดเป็นบรรยากาศสดชื่นเย็นฉ่ำไปทั่วทั้งผืนป่า เหล่าสรรพสัตว์บ้างออกหากิน บ้างก็คอยส่งเสียงเรียกหากันฟังดูไพเราะและให้ความรู้สึกสงบสุขได้อย่างน่าประหลาดใจ

บ้านเรือนนับสิบครัวเรือนที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่สามารถหาได้จากธรรมชาติ ได้มีการปลูกตั้งและจัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่อันสงบสุขและปลีกวิเวกภายในผืนป่า ถึงแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะมีผู้อยู่อาศัยไม่มาก หากแต่ผู้คนในที่นี้ก็อยู่กันได้อย่าสงบสุข อีกทั้งยังมีการจัดตั้งหอคอยเวรยามของหมู่บ้านเอง โดยจะยกหน้าที่ให้บุคคลผู้มีทักษะการต่อสู้ขึ้นมาดูแลด้านความปลอดภัยให้กับทางหมู่บ้านซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวของตัวเองจริง ๆแต่แน่นอนว่าในความสงบสุขมักจะมีความป่วนแอบแฝงอยู่ภายในเสมอซึ่งความป่วนนั้นจะเป็นใครไปเสียได้ นอกเสียจากชายหนุ่มผู้มองดูซุกซนผู้นี้

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างดี สูงโปร่งและมีผิวขาวอย่างคนสุขภาพดี ใบหน้าคมเข้มอันเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของเขานั้นพอมองผนวกเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินครามทอแสงและเส้นผมสีฟ้าอ่อน ๆ ที่ตัดสั้นนั้นแล้ว หากเปรียบใบหน้านี้เป็นผลงานศิลปะ นี่คงจะเป็นผลงานชิ้นเอกอันน่าหลงใหลและไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ใหม่อีกแล้วเป็นแน่

“อากาศยามเช้านี่สดชื่นดีจริง ๆ เลยน้า” เจ้าหนุ่มผู้นั้นกล่าวขึ้นเสียงดังพร้อมกับมองไปยังบรรยากาศรอบตัว ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และป่าเขา ผู้คนในหมู่บ้านต่างยืนพูดคุยพบปะกันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน บ้างก็ตั้งกลุ่มเตรียมอุปกรณ์และข้าวของเพื่อออกไปล่าสัตว์ในป่าส่วนผู้ที่สูงอายุหน่อยก็ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตนพอจะทำได้เช่น รดน้ำต้นไม้ที่พวกเขาได้ปลูกเอาไว้ หรือทำท่ากายบริหารร่วมกับคนในวัยเดียวกันคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนม มองดูแล้วเป็นบรรยากาศแวดล้อมที่ดูงดงามและเป็นมิตรเสียจริง ๆ

"ท่านปู่ ข้าออกไปฝึกบทเรียนใหม่ก่อนนะขอรับ” ข้าตะโกนบอกท่านปู่ที่ยืนอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านบนชั้นสอง ส่วนสถานที่ที่ข้าจะไปไหนนั่นนะหรือ แน่นอนว่าจะต้องเป็นป่าอย่างแน่นอน! คือข้าน่ะนะฝันอยากจะสอบเข้าโรงเรียนอัศวินในเมือง‘เซนต์เบิร์ก’ มาตั้งแต่สมัยที่ข้าจำความได้แต่ถึงกระนั้นก็มีผู้ใหญ่หลาย ๆ คนในหมู่บ้านบอกว่าการสอบเข้าโรงเรียนอัศวินที่นั่นนั้นยากมาก ๆ อีกทั้งเรื่องระยะทางที่ค่อนข้างจะห่างไกลจากตัวหมู่บ้านเลยไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยกับข้าซักเท่าไหร่ แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ! และข้าจะพยายามฝึกฝนตนเองเพื่อให้ได้เป็นอัศวินให้ได้ และด้วยเหตุนี้ข้าก็เลยต้องฝึกฝีมือให้เยอะ ๆ เข้าไว้ ส่วนจะได้สอบเข้าได้หรือไม่นั้นข้าเองก็ยังคงไม่รู้หรอก ก็ข้าไม่ใช่นักพยากรณ์เหมือนผู้เฒ่าข้างบ้านนี่นา

"ไปดีมาดีนะหลานปู่ แล้วระวังอย่าเข้าไปใกล้รังมังกรไฟแม่ลูกอ่อนเข้าอีกล่ะ" ท่านปู่เอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปรับคำทักทายของชาวบ้านคนอื่นที่ผ่านไปมา แน่ล่ะท่านปู่ประสบการณ์น่ารัก ๆ แบบนั้นขอให้ข้ามีแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็พอเถอะ นี่แค่ท่านเอ่ยถึงข้ายังร้อนผ่าวที่แผ่นหลังไม่หาย ชิเจ้าแม่มังกรนี่ก็เหลือเกินจริง ๆ ข้าไม่ได้จะไปกินไข่เจ้าซักกะหน่อย

"ขอรับท่านปู่ แฮะ ๆ" ข้าเอ่ยตอบรับท่านปู่พร้อมกับแค่นหัวเราะให้กับความเก่งกาจของตัวเองไปสองสามครา แล้วจึงเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับโบกมือทักทายผู้คนอื่น ๆ ที่ผ่านไปมารวมไปถึงผู้เฒ่านักพยาการณ์ข้างบ้านที่กำลังนั่งซดน้ำในถ้วยชามือตนเสียงดังสนั่นอยู่ด้วย บางทีข้าก็แอบคิดเหมือนกันนะว่าท่านจะซดเบา ๆ ไม่ได้หรืออย่างไรนะ เอ่อ...แล้วนั่นท่านจะมองค้อนข้าทำไมกันข้าแค่คิดแซวท่านเล่นในใจเฉย ๆ เอง

“เฮอะ” ท่านผู้เฒ่าแค่เสียงขึ้นคราหนึ่งก่อนที่จะเดินฮึดฮัดกลับไปในบ้าน นั่นอย่างไรล่ะงอนข้าแล้วจริง ๆ ด้วย เอ่อ…คือข้าขอโทษขอรับ

หลังที่เดินห่างออกมาจากตัวชุมชนของหมู่บ้านมาได้ซักครู่หนึ่ง ก็จะมองเห็นหอรักษาการที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ ๆ กับรั้วของหมู่บ้านซึ่งจะมีผู้คนผลัดเวรกันมาอยู่เวรยามกันอย่างขยันขันแข็งเพื่อดูแลความสงบในหมู่บ้านให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

“ว่าอย่างไรล่ะเจ้าตัวแสบ! นั่นเจ้าจะไปเข้าไปเที่ยวเล่นในป่าอีกแล้วรึไงกัน อย่าทำให้ท่านผู้ใหญ่เป็นห่วงล่ะ” เสียงใหญ่ที่นั้นดังขึ้นนั้นมาจาก 'ไคลด์'เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่คอยดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้าน ซึ่งวีรกรรมสุดโหดที่ข้าชื่นชอบและติดตาข้ามากที่สุด นั่นก็คือการที่เขาสามารถดีดเจ้าหมีแดงยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าร่างของเขาสองเท่า และกำลังคลั่งได้ที่ล้มลงได้ในครั้งเดียว ส่วนท่านผู้ใหญ่ที่เขาว่านั้นก็คือปู่ของข้าเองนั่นแหละ

“ท่านไม่ต้องห่วงหรอกขอรับท่านไคลด์ ข้าน่ะเก่งพอตัวเชียวล่ะ!” ข้าเอ่ยตอบพร้อมกับยกแขนขึ้นมาอวดพลังกล้ามแขนของตัวเอง ซึ่งจะว่าไปมันช่างดูน้อยนิดจริง ๆ หากเทียบกับร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ข้าล่ะอิจฉาท่านจริง ๆ

หลังจากที่บอกลาท่านไคลด์พร้อมกับยืนฟังคำเตือนให้กลับเข้าหมู่บ้านตรงเวลาของเขาเสร็จสรรพ ข้าก็ออกตัววิ่งตรงตรงเข้าผืนป่าที่อยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านเพื่ออุ่นร่างกายของตัวเองให้พร้อมกับการฝึกที่จะต้องเผชิญในวันนี้ และขอบอกเอาไว้ก่อน ว่าถ้าใครไม่รู้จักพื้นที่ป่าแห่งนี้ดีพอแล้วมาวิ่งแบบเดียวกันนี้ละก็ รับรองได้เลยว่าเขาผู้นั้นคงได้โดนกิ่งไม้ฟาดหน้าจนเขียวแบบเดียวกับสีของใบของมันเลยเชียวล่ะ เพราะขนาดตัวข้าเองที่วิ่งอยู่แถวนี้มาตั้งแต่เด็กก็ยังเกือบล้มหน้าทิ่มลงไปทำความรู้จักกับเจ้าแมลงตัวน้อยตั้งหลายครั้งหลายคราแหน่ะ

ฟุ่บๆๆ

เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้น พร้อมกับที่เงาผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไปมาตามพุ่มไม้ที่อยู่ในรัศมีการมองเห็นขอข้าอย่างพอดิบพอดี และแน่นอนว่าเจ้าสิ่งนั้นคงจะต้องเป็นครูฝึกตนแรกของข้าในวันนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ข้าสอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ เพื่อมองหาพื้นที่โล่งอันเหมาะกับการต้อนรับครูฝึกที่กำลังติดตามในชนิดที่เรียกได้ว่าห่างแค่เพียงเอื้อมแขนเท่านั้น แล้วพลันสายตาก็ได้ไปพบเข้ากับพื้นที่โล่งซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลจากจุดที่อยู่ไม่มากนัก

"เอาล่ะ คงจะเป็นที่นี่แหละนะ" ข้าเอ่ยขึ้นหลังจากที่ก้าวขามาอยู่ในที่โล่งอันเหมาะสำหรับการฝึกฝนที่กำลังจะเกิดขึ้น

โฮกก!

ในทันทีที่ถึงที่หมาย เสียงคำรามที่ฟังดูน่าเกรงขามก็ได้ดังขึ้นสนั่นผืนป่าพร้อมกับสิ่งกระโจนออกมาเผยให้เห็นร่างอันเต็มไปด้วยขนดำมะเมื่อม และเขี้ยวที่ยาวโง้วออกมาจากปาก ร่างกายของมันแต้มเอาไว้ด้วยลอยแผลที่สมานสนิทแล้ว แสดงให้เห็นถึงความเจนจัดในการต่อสู้ และแน่นอนว่าการได้เห็นลอยแผลที่สมานสนิทแล้วแบบนี้ อีกฝ่ายคงไม่น่าจะมีชีวิตรอดกลับไปแบบไร้รอยขีดข่วนอย่างแน่นอน

“สวัสดียามเช้า เจ้าเสือทมิฬ!” ข้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินวนไปรอบ ๆ เพื่อรักษาระยะห่างและประเมินท่าทีและการโจมตีที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าข้ารู้จักเจ้าสิ่งมีชีวิตสี่ขาตรงหน้านี้ และเจ้านี่คงจะมองว่าข้าเป็นเหยื่ออันโอชะของมันไม่ผิดแน่หากมองจากน้ำลายกรดที่ย้อยหยดลงบนพื้นนั่นแล้ว

“ข้าเคยเห็นเจ้าในหนังสือของท่านปู่อยู่หรอกนะ แต่ที่ได้มาเจอตัวเป็น ๆ แบบนี้ครั้งแรกเลยล่ะ” ราวกลับว่าเจ้าตัวยักษ์ตรงหน้าข้าไม่ค่อยชอบสนทนาซักเท่าไหร่ มันกระโจนตรงเข้ามาทันทีที่ข้าเอ่ยจบประโยค

ข้าออกแรงเบี่ยงตัวให้พ้นจากรัศมีเจ้ากรงเล็บอันคมกริบของมันที่ฝ่าอากาศจนเกิดเป็นเสียงลมกรีดร้อง ก่อนที่จะม้วนตัวหลบไปอีกทางเพื่อให้อยู่นอกระยะการโจมตีของมันเช่นเดิม พร้อมกับจ้องตรงเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มดวงโตของมันที่กำลังจ้องมองมาที่ข้าเขม็งไม่แพ้กัน

เจ้าเสือจ้องมองอยู่พักใหญ่ ๆ จนมันเห็นว่าข้าไม่คิดจะหนี ทำให้มันไม่คิดที่จะรีรออีกต่อไป ร่างใหญ่คำรามเสียงกึกก้องก่อนที่จะโน้มตัวลงกระโจนตรงมาพร้อมกับกรงเล็บสีเงินอันแหลมคมที่ถูกกางออกแล้วตะปบลงมาโดยเป้าหมายก็คือไหล่ซ้ายของข้า ก่อนที่ข้าจะเบี่ยงตัวออกนิดหน่อยพร้อมกับหุ้มพลังเวทเอาไว้บนมือแล้วจึงปัดกรงเล็บของมันออกให้ห่างจากรัศมีของลำตัว

“ข้าขอเอาคืนบ้างล่ะนะ” ข้าเอ่ยพร้อมกับส่งลูกเตะสวนไปที่บริเวณข้างลำตัวของมันอย่างแรงคราหนึ่งซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผล ร่างใหญ่ลงไปนอนเกลือกดินพร้อมกับร้องคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะค่อย ๆ ยันร่างอันใหญ่ยักษ์ของมันขึ้นมายืนตระหง่านตามเดิมแล้วจ้องมองมาที่ตัวข้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อยบวกกับปริมาณน้ำลายของมันที่หยดลงมบนาพื้นมากขึ้นจนแทบจะกลายเป็นแอ่ง อืม…ข้าว่าเจ้าควรเรียนรู้ที่จะเก็บอาการเพิ่มซักหน่อยนะ

“นี่เจ้าคงกะจะกินข้าจริง ๆ สินะ” ว่าไปนั่นเนื้อข้าไม่อร่อยหรอก!

โฮก! เจ้าเสือคำรามขึ้นคราหนึ่งในแบบฉบับของสัตว์ป่าที่ไร้มนุษยสัมพันธ์ ก่อนที่จะค่อย ๆ ย่างก้าวตรงเข้ามาใกล้จุดที่ข้ายืนอยู่พร้อมกับตะปบเท้าลงบนพื้นเสียงดังสนั่นก่อนที่จะกระโดดไปอีกทิศทางหนึ่งแล้วทำในแบบเดียวกันนี้ไปเรื่อย ๆ อันเป็นพฤติกรรมที่ใช้ในการทำให้เหยื่อตรงหน้าเสียสมาธิจากเสียงที่มันทำขึ้น และแน่นอนว่าถ้าข้าหลงกลมันล่ะก็คงจะโดนเจ้ากรงเล็บกับเขี้ยวโง้ง ๆ นั่นพิชิตตัวได้ไม่ยาก แต่จะว่าก็ว่าเถอะข้าค่อนข้างประทับใจในกลวิธีนี้ไม่น้อยเลยล่ะ

“วิธีน่าสนใจดีนี่ แต่ข้าว่านี่คงจะน่าสนในกว่า” ข้าเอ่ยในขณะที่เจ้าเสือกำลังที่จะกระโดดเปลี่ยนทิศทางพร้อมกับพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ร่างของเจ้าเสือที่ยังไม่ทันได้ตั้งหลักดีแต่ปฏิกิริยาของมันก็ไวพอที่จะง้างกงเล็บของมันข้างหนึ่งเพื่อที่จะตะปบสวนกลับใส่ซึ่งข้าเองก็ได้คิดถึงการโจมตีในลักษณะนี้ไว้อยู่แล้วจึงใช้มือข้างหนึ่งปัดเจ้ากรงเล็บนั่นออกไปแล้วจึงใช้หมัดที่อาบเวทเสริมกำลังชก ตรงเข้าไปบริเวณระหว่างคอกับหน้าอกของมันอย่างเต็มแรงคราหนึ่งจนร่างใหญ่กระเด็นตรงออกไปกระแทกกับต้นไม้ในทิศทางเดียวกันก่อนจะกระเด้งตกลงมาทีพื้นจนยุบฮวบลงไปตามรูปร่างอันใหญ่โตของมัน

“เอาล่ะ ไหนดูซิว่าจะเริ่มกินจากตรงไหนดีน้า” ข้าเอ่ยขึ้นขู่ด้วยร้อยยิ้มเย็น ๆ ในแบบฉบับของข้าพร้อมกับชักดาบสั้นที่เหน็บเอาไว้ออกมา ก่อนจะเอามือข้างหนึ่งเคลือบพลังเวทลงไปบนใบมีดจนลุกไปด้วยไอเวทสีคราม แล้วจึงค่อยเดินตรงไปยังร่างที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้า

ตึก ๆ ๆ ข้าพยายามเดินกระทืบเท้าให้เป็นธรรมชาติแต่แอบลงแรงให้เกิดเสียงดังขึ้นนิดหน่อยเพื่อขู่ขวัญแล้วจึงหยุดนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าของร่างใหญ่พร้อมกับแกว่งดาบสั้นในมือไปมาแต่สายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่ร่างของเจ้าเสือไม่กระพริบ

“นี่ เจ้าน่ะอร่อยรึเปล่า….” ข้าเอ่ยพร้อมกับเอียงคอไปด้านหนึ่งในขณะหูที่ตั้งชันของเจ้าเสือค่อย ๆ ลู่ลงอย่างช้า ๆ ดวงตาที่ดุร้ายเริ่มที่จะค่อยหรี่ลงแปรเปลี่ยนไปเป็นความกลัวสุดขีด ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นตอนสุดท้ายของข้าก็คือ

“ย๊ากกก!” ข้าตะโกนสุดเสียงพร้อมกับง้างดาบในมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วทำท่าจะปักลงใส่ร่างตรงหน้า

เมี๊ยวว!! เสียงอันแปลกประหลาดดังขึ้นพร้อมกับร่างใหญ่ที่รีบตะเกียกตะกายร่างของมันขึ้นแล้ววิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

“ฮ่า ๆ สำเร็จ! หนังสือเกี่ยวกับการขู่เข็ญของท่านปู่นี่มันได้ผลจริงสินะ” นี่ข้าใช้เวลาเมื่อวานทั้งวันในการอ่านกับทำความเข้าใจอยู่ตั้งนานสองนาน ไม่เสียเวลาเปล่าเลยจริง ๆ ว่าแต่ถ้าเป็นอัศวินแล้วจะได้ใช้บทเรียนนี้ไหมนะ แต่ก็เอาเถอะฝึก ๆ ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา

โครกกก!

“แฮะ ๆ เริ่มหิวแล้วสิ…” เสียงคำรามของท้องดังลั่นด้วยความหิว นั่นก็เพราะว่าตั้งแต่เช้าข้ายังไม่ได้กินอะไรเลยซักอย่าง พอสอดส่องมองไปรอบๆ สายตาก็ประสบเห็นเข้ากับลูกผลไม้ที่อยู่บนต้นสูงริบ ๆ และด้วยความหิวอันสั่งสมมาทำให้ร่างกายขยับตรงไปยังเจ้าต้นใหญ่นั้นอย่างไม่สนสิ่งใด ๆ รอบตัวทั้งสิ้น

'สูงแฮะ' นี่เป็นความคิดแรกที่ข้าได้มอบให้กับเจ้าต้นไมยักษ์ตรงหน้า เจ้านี่สงสัยจะกินเก่งไม่เบา แต่ก็เอาเถอะ ไม่มีอะไรที่คนหิวโซอย่างข้าจะทำไมได้หรอก ข้าวางรองเท้าหนังของข้าเอาไว้ใต้โคนต้น ก่อนที่ข้าจะใช้มือกับเท้าปีนขึ้นไปเผด็จศึกเจ้าผลสุกงอมด้านบนพร้อมกับใช้ก้านอันใหญ่ของมันมาเป็นที่นั่งห้อยขาชั้นดีให้กับตัวเองเพื่อกัดกินมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อยในชนิดที่ว่าอิ่มจังตังค์ไม่ต้องเสีย

เมื่อกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว ข้าก็ไม่ลืมที่จะปีนขึ้นไปเก็บผลเหลือเพื่อที่จะเอากลับไปฝากท่านปู่กับคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านซักหน่อย แต่ที่เก็บมามันดันเหลือแต่ลูกเล็กๆนี่สิ ข้าจะโดนมะเหงกจากท่านปู่เอาไหมนะ...

และในขณะที่ข้ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั่นเองสายตาก็ดันไปประสบเข้ากับเจ้าเขียวตัวโย่ง คาดการว่าน่าจะมีสี่ถึงห้าตัวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ข้ากำลังนั่งอยู่ ส่วนขนาดของมันก็น้อง ๆ เจ้าหมีป่าเวลายืนสองขาเห็นจะได้ แต่ดูจากท่าแล้วพวกมันคงรักษาหุ่นมาอย่างดีจึงไม่มีพุงย้อยๆห้อยลงมาเลยแม้แต่นิดเดียว ขาของมันเล็กเรียวยาวเป็นข้อ ๆ ดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องมองมาที่ข้าเขม็ง ฟันแหลม ๆ ขยับกันขบไปมาส่งเสียงอันฟังดูน่าพิศวงขนพองไม่น้อย แต่ที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดก็คงไม่พ้นแขนคม ๆ เหมือนใบมีดทีดูคมกริบกว่ามีดหั่นเนื้อของปู่ข้าเสียอีก

ก่อนอื่นใดข้าขอเอาเจ้าลูกแดง ๆ เหลือง ๆ นี่แอบไว้บนต้นแถว ๆ นี้ก่อนก็แล้วกัน พอเก็บเสบียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าก็ปัดไม้ปัดมือเตรียมตัวที่จะลงไปลุยกับเจ้าตัวข้างล่างซักหน่อย แต่ทันใดนั้นเองสิ่งที่ข้าไม่ต้องการที่สุดก็ได้บังเกิดขึ้น

กี้!!

เจ้าตั๊กแตนพวกนั้นส่งเสียงร้องคุยกับพรรคพวกของมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าร่างบึ้กที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าจะเดินเข้ามาบริเวณต้นไม้ที่มีข้านั่งอยู่ด้านบนพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมาสบตาข้าปริบ ๆ แล้วจึงรัวใบมีดคมๆที่แขนของมันเข้าใส่ลำต้นขนาดยักษ์ของเจ้าต้นไม้ต้นนี้ทันที

“แว๊ก! นี่พวกเจ้าเสียสติไปแล้วรึไง ข้าอยู่บนนี้ไม่เห็นเรอะ” ข้าตะโกนลงไปโวยวายใส่เจ้าตัวที่กำลังตั้งใจทำหน้าที่ของมันอย่างขมักเขม้น ซึ่งแน่นอนเจ้านั่นไม่ฟังที่ข้าพูดซักนิด

"นี่พวกเจ้าไม่คิดจะฟังข้าเลยรึยังไงกัน หา! ขืนพวกเจ้าฟันต้นไม้ใหญ่นี่ทิ้ง มีหวังคงได้โดนเทพผู้รักษาสาปแช่งไม่ได้ผุดได้เกิดแน่!" แล้วอีกอย่างข้าก็ยังอยากกินเจ้าลูกแดง ๆ เหลือง ๆ นี่อีกด้วย เพราะฉะนั้นข้าต้องรักษาเจ้าต้นนี้เอาไว้ให้ได้!

ว่าแล้วข้าดีดตัวกระโดดลงจากกิ่งไม้ที่นั่งอยู่ หมายจะลงเท้าใส่เจ้านักฟันนั่นซักหน่อย แต่เจ้านั่นก็ใช่ว่าจะยืนเป็นเบาะรองให้ข้าเสียเมื่อไหร่

ฟึ่บ! ร่างใหญ่กระโดดถอยกลับเข้าไปตั้งหลักในกลุ่มตนอย่างไวว่อง ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่แปลกใจเลยซักกะนิด ก็ขาเจ้ามันยาวออกซะขนาดนั้นนี่นะ

เมื่อลงมาทรงตัวอยู่บนพื้นได้แล้ว เจ้าตาแป๋วทั้งห้าตัวก็กระจายตัวออกล้อมหน้าล้อมหลังข้าด้วยความไวที่พริบตาเดียวนั้น ดูจะช้าเกินไปสำหรับการเคลื่อนไหวระดับนี้

"เห็นทีข้ากับพวกเจ้าคงต้องคุยกันซักหน่อยแล้วล่ะ" ข้าเอ่ยออกไปพร้อมกับเก๊กหน้ามองไปที่เจ้าพวกนั้นทีละตัว ซึ่งพวกมันเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย นี่ข้าขู่พวกเจ้าอยู่นะ ช่วยกลัวข้าหน่อยเถอะเจ้าพวกนักตัดไม้ทำลายป่า

ข้าเค้นเอาพลังเวทย์ออกมาครอบคลุมไว้ที่มือทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มตัวหลบการโจมตีของเจ้าตัวแรกที่พุ่งตรงเข้ามา พร้อมทั้งส่งสันมือที่ลุกท่วมไปด้วยพลังเวทย์สับไปที่ขาของมันอย่างเต็มแรง ส่งผลให้ขาของมันขาดกระเด็นออกไปทันที

เมื่อสี่ตัวที่เหลือเห็นขาของพรรคพวกมันลอยริ่วหลุดออกจากตัวไปแล้วก็เริ่มพุ่งตัวเข้าใส่ข้าพร้อมกับเจ้าแขนคม ๆ นั่น โดยที่ข้านั้นทำได้เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบไปมาแล้วก็ตอบโต้ไปเรื่อย ๆ จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ข้าก็ไม่ได้นับเช่นกัน เจ้าร่างเขียวก็ได้ล้มลงไปทีละตัว ๆ จนในที่สุดก็เหลือแต่เจ้าตัวหัวหน้าที่ตัวใหญ่ที่สุด

ตั๊กแตนผู้ที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าของพวกมันมองมาที่ข้าด้วยสีหน้านิ่งเรียบจนบางทีข้าก็สงสัยว่าพวกเจ้ายิ้มเป็นกันหรือไม่ แต่หากมองดูสภาพของเจ้านี่ดี ๆ แล้ว มันแทบจะไม่มีรอยขีดข่วนอะไรเลย มันขยับใบมีดที่แขนของมันเข้าลับกันคราหนึ่งแล้วจึงปรากฏพลังสีเหลืองอ่อนๆออกมาครอบคลุมใบมีดของมัน

กี้!!!!!

ร่างใหญ่พุ่งตัวเข้าใส่ข้าอย่างเต็มกำลัง ใบมีดที่ครอบคลุมไปด้วยพลังสีเหลืองอ่อน ๆ ฟาดฟันใส่รวดเร็วโดยที่ไม่คิดจะเว้นช่วงให้ข้าได้พักหายใจ

และสิ่งที่ข้าต้องทำก็คือการหลบใบมีดที่กระหน่ำฟันแทงเข้ามาให้ทัน นี่คงนับได้ว่าเป็นการฝึกความคล่องตัวในการหลบหลีกและประสาทสัมผัสการตื่นรู้ แต่ดูแล้วเจ้าตัวนักฟันตรงหน้าคงไม่ค่อยจะพอใจซักเท่าไหร่มันเลยกระโดดออกทิ้งระยะห่างจากข้าไป

“เหนื่อยแล้วหรืออย่างไรกัน” ข้าเอ่ยขึ้นถามเจ้าตั๊กแตนตรงหน้าซึ่งแน่หละข้าไม่หวังว่ามันจะตอบออกมาหรอกเพราะถ้าเกิดเจ้านี่ตอบขึ้นมาข้าคงหลอนไม่น้อย

“พวกข้าต้องการผลของต้นไม้ต้นนั้น แต่เจ้ากินมันไปจนหมด” นี่อย่างไรล่ะเจ้าบ้า!คืนนี้ข้าจะต้องหลอนเป็นแน่แท้ ก็เจ้าตั๊กแตนที่ข้าสู้ด้วยจนถึงตอนนี้ดันตอบออกมาได้เสียอย่างนั้น นี่ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็สิบเจ็ดปีแล้วยังไม่เคยมีเจ้าแมลงตัวไหนคุยกับข้าซักตัว บ้าที่สุด!

“เรื่องแค่นี้เองทำไมเจ้าไม่บอกข้าแต่แรกเล่า!” ปล่อยให้ข้าหลงคิดว่าเจ้าเป็นพวกชอบตัดไม้ทำลายป่าอยู่ได้ตั้งนานสองนาน

ข้าหันหลังกลับไปที่เจ้าต้นไม้ต้นโตแล้วจึงจัดการปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่เคยใช้นั่งกินเจ้าลูกเหลืองแดงนั่นอีกครั้ง ก่อนที่จะมองหาเจ้าใบอันใหญ่โตของมันที่ข้าใช้ห่อเอาไว้ก่อนหน้านี้

“อ้ะ! ตรงนั้น” ข้าใช้มือหยิบห่อผลไม้ขึ้นมาจากจุดที่ซ่อนมันเอาไว้ ก่อนที่จะกระโดดลงไปยังพื้นเบื้องล่าง แล้วจึงตรงนำมันไปยื่นให้เจ้าตัวใหญ่ที่จ้องเขม็งมาที่มือข้าอย่างสงสัย

“เอาไปซะสิ เท่านี้ก็พอแล้วสินะ” ข้ายื่นของในมือให้กับเจ้าหัวหน้าตั๊กแตนก่อน แล้วจึงเดินไปที่เจ้าตัวที่ข้าทำมันขาขาดไป โดยมีเพื่อนทั้งสามคอยห้ามเลือดสีเขียวที่ไหลนองของมันเอาไว้

“พวกเจ้าเอาขาของเพื่อนเจ้ามาให้ข้าที” ว่าจบทั้งสามก็รีบตรงไปหยิบขาที่ขาดไปมายื่นให้ข้าอย่างไวว่องด้วยสีหน้าอันเรียบเฉยซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงอย่างเดียวที่ข้ามองเห็น นั่น ๆ เจ้าถือดี ๆ หน่อยจะหลุดมือแล้ว!

เมื่อรับขาของเจ้าตั๊กแตนเคราะห์ร้ายมาแล้ว ข้าก็ได้ตั้งจิตส่งพลังจากสร้อยคอที่ข้าสวมอยู่ลงไปตรงจุดที่ขาถูกตัดขาดออก เพียงครู่เดียวพลังเวทเขียวอ่อน ๆ ก็ค่อย ๆ ไหลเวียนจากสร้อยคอผ่านร่างของข้าออกมาครอบคลุมไปยังบริเวณแผลและขาที่ถูกตัดออก ก่อนที่ข้าจะนำชิ้นส่วนขาที่ตัดออกไปประกบเข้ากับปากแผลและปล่อยให้มันสมานตัวกันจนกลับไปเป็นปกติในที่สุด

“เอาล่ะเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว” นี่เป็นพลังต้องห้ามของข้าเลยนะ เพราะเป็นพลังที่ท่านปู่มอบให้แถมยังใช้ได้เพียงแค่ห้าครั้งเท่านั้น อีกทั้งเขายังย้ำแล้วย้ำอีกด้วยว่าเอาไว้ใช้ในยามที่บาดเจ็บหนักปางตายเท่านั้น นี่ถ้าหากข้าโดนจับได้แล้วก็ล่ะก็มีหวังข้าคงโดนอดมื้อเย็นเป็นปี ๆ แน่

เหล่าตั๊กแตนทั้งหมดมองหน้าข้าด้วยสีหน้าอันเรียบนิ่ง ก่อนที่จะค่อย ๆ พยุงร่างเพื่อนของพวกมันให้ลุกขึ้นยืนอย่าช้า ๆ นี่พวกเจ้ารู้จักการแสดงอารมณ์บ้างไหมเนี่ย!

“อืม....เช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อนล่ะนะ” ในทันทีที่ข้ากำลังจะหันหลังเดินกลับไปบทพูดอันน่าหลอนใจของเจ้าหัวหน้าตั๊กแตนก็ดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันทำใหขนบนตัวข้านี่ลุกขึ้นชูชันในทันทีทันใด

“ในนามที่เป็นหัวหน้าของเผ่าพันธุ์ ข้าต้องขออภัยท่านด้วยที่ทำให้ท่านต้องลำบากเพราะความเข้าใจผิดของพวกเราและพวกเราขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ช่วยรักษาขาให้กับลูกน้องของข้า” แน่นอนว่าข้าทำเพียงหันหน้ากลับมากพยักตอบรับเจ้าหัวหน้าพร้อมกับโบกมือหยอย ๆ เป็นจากบอกลากัน แล้วจึงเดินจากออกมาเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านอันแสนสุข แน่นอนว่าที่นั่นมีอาหารฝีมือของท่านปู่กำลังตั้งรอข้าอยู่เต็มโต๊ะแน่นอน นี่แค่นึกเอายังทำน้ำลายข้าหยดลงเลอะเป็นทางเลยนะเนี่ยฮ่า ๆ ๆ

“หิวชะมัด!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel